Mega Lifesciences PCL (BKK:MEGA)
35.75
+0.50 (1.42%)
Apr 30, 2026, 4:36 PM ICT
← View all transcripts
Earnings Call: Q1 2024
May 13, 2024
สวัสดีค่ะ ท่านนักลงทุนทุกท่านนะคะ พบกันอีกครั้งนะคะ สำหรับวันนี้นะคะ ที่เราจะมาประกาศผลการดำเนินงานของบริษัท Mega Lifesciences จำกัด (มหาชน) นะคะ ในช่วงไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 ค่ะ ก่อนอื่นนะคะ ดิฉันขอแนะนำนะคะ ผู้บริหารที่จะมาให้ข้อมูลของบริษัทในวันนี้นะคะ ท่านแรกค่ะ คุณวิเวก ดาวัลย์ ซีอีโอของเราค่ะ
สวัสดีครับ สวัสดีครับ
ค่ะ ท่านต่อไปนะคะ คุณมาโนช เกอร์บูซานีนะคะ Deputy CFO ค่ะ
สวัสดีครับ
ค่ะ แล้วก็ท่านต่อไปนะคะ คุณฟรานซิส ริโก ซีเนียร์ไวซ์เพรสซิเดนท์ไฟแนนซ์ค่ะ
สวัสดีครับ
แล้วก็ดิฉันนะคะ สุจินตนา บุญวรพัฒน์นะคะ โคเปอเรต เซคเร็ตตารี่ค่ะ ท่านนักลงทุนนะคะ สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดนะคะ เพื่อดาวน์โหลดพรีเซนเทชั่นไฟล์ได้จากหน้าจอนี้ได้เลยนะคะ ค่ะ มาเริ่มเลยนะคะ ในส่วนของผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้นะคะ มาดูในส่วนของรายได้ของบริษัทนะคะ รายได้จากการดำเนินงานนะคะ ในช่วงไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 นะคะ อยู่ที่ ฿3,733 ล้านนะคะ คงระดับเมื่อเทียบกับไตรมาสที่หนึ่งปีที่แล้วนะคะ รายได้ในส่วนของธุรกิจ Mega V Care นะคะ ในช่วงไตรมาสหนึ่งของปีนี้นะคะ อยู่ที่ ฿1,930 ล้านนะคะ คงระดับเมื่อเทียบกับไตรมาสหนึ่งปีที่แล้วเช่นกันนะคะ ซึ่งในส่วนของ Pharmaceutical นะคะ และ OTC นะคะ ยังคงเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องนะคะ ในส่วนของ Nutraceutical ก็ชะลอตัวเล็กน้อยนะคะ รายได้ในประเทศไนจีเรียนะคะ ลดลง 32% ค่ะ ซึ่งประสบกับความต้องการที่ชะลอตัวนะคะ ในราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากค่าเงินที่อ่อนค่าค่ะ ในส่วนของรายได้ธุรกิจ Max Care นะคะ ในช่วงไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 นะคะ อยู่ที่ ฿1,737 ล้านนะคะ เพิ่มขึ้น 1.2% ค่ะ จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนค่ะ ปรับผลกระทบนะคะ ของสองอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศเมียนมาร์นะคะ ให้เป็นปกติ รายได้ในธุรกิจ Max Care นะคะ จะลดลงประมาณ 5% นะคะ โดยหลักก็จะมาจากการลดลงของธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคนะคะ ในประเทศเมียนมาร์ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยยะสำคัญนะคะ ที่เคยได้รายงานก่อนหน้านี้นะคะ มาดูในส่วนของรายได้ตามภูมิภาคของบริษัทนะคะ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นะคะ สามารถสร้างรายได้ได้ 87.5% นะคะ ของรายได้จากการดำเนินงานรวมนะคะ ในขณะเดียวกัน อินโดจีนนะคะ สามารถสร้างรายได้ได้ 78.9% นะคะ ในไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 ค่ะ สัดส่วนรายได้ของธุรกิจ Mega V Care นะคะ ต่อรายได้จากการดำเนินงานรวมนะคะ ในช่วงไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 นะคะ อยู่ที่ 51.7% ค่ะ ใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนนะคะ ที่อยู่ที่ 52.4% ค่ะ ในขณะที่รายได้ในส่วนของธุรกิจ Max Care นะคะ อยู่ที่ 46.6% นะคะ ในช่วงไตรมาสหนึ่งปี 2024 ค่ะ ใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วที่ 46% ค่ะ มาดูในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นนะคะ ของบริษัทค่ะ อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทในช่วงไตรมาสหนึ่งปี 2024 นะคะ ปรับตัวดีขึ้นนะคะ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนนะคะ โดยหลักก็จะมาจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นนะคะ ของธุรกิจ Max Care ค่ะ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Mega V Care ก็ยังคงระดับนะคะ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Mega V Care นะคะ ในช่วงไตรมาสหนึ่งปี 2024 อยู่ที่ 64.3% ค่ะ ใกล้เคียงกับไตรมาสหนึ่งของปี 2023 นะคะ ซึ่งอยู่ที่ 64.6% ค่ะ ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Max Care นะคะ หลังปรับปรุง อยู่ที่ 25% นะคะ ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนนะคะ ซึ่งอยู่ที่ 19.9% ค่ะ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Max Care นะคะ ได้รับอิทธิพลจากส่วนผสมของลูกค้านะคะ ท่ามกลางปัจจัยอื่นๆ นะคะ อัตรากำไรขั้นต้นตามรายงานนะคะ ที่สูงในช่วงไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 อยู่ที่ 27.9% นะคะ สาเหตุหลักก็จะมาจากผลกระทบของสองอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศเมียนมาร์ค่ะ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทนะคะ ในส่วน SG&A นะคะ ในช่วงไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 นะคะ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนะคะ ซึ่งเป็นไปตามแผนการใช้จ่ายของบริษัทนะคะ คิดเป็น 28.6% นะคะ ของรายได้จากการดำเนินงานรวมค่ะ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่หนึ่งปี 2023 ซึ่งอยู่ที่ 27.6% นะคะ ของรายได้จากการดำเนินงานรวมค่ะ ในส่วนของงบกำไรขาดทุนของบริษัทนะคะ กำไรสุทธิตามรายงานในช่วงไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 นะคะ อยู่ที่ ฿477.6 ล้านนะคะ เพิ่มขึ้น 5.4% ค่ะ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนค่ะ โดยหลักก็จะมาจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจ Max Care นะคะ ซึ่งถูกออฟเซ็ตบางส่วนกับ Forex Loss นะคะ ในประเทศไนจีเรียนะคะ จากการอ่อนค่าเงินของประเทศไนจีเรียไนล่านะคะ เมื่อเทียบกับ USD ค่ะ กำไรสุทธิหลังปรับปรุงนะคะ ในช่วงไตรมาสหนึ่งปี 2024 ลดลง 9.5% นะคะ จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนค่ะ มาดูในส่วนของบาลานซ์ชีทกับแคชโฟลว์นะคะ ทางบริษัทก็ยังคงมีงบดุลและงบกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งนะคะ อย่างต่อเนื่องค่ะ กระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานในช่วงไตรมาสหนึ่งปี 2024 นะคะ อยู่ที่ ฿550 ล้านนะคะ คิดเป็น 115% ของกำไรสุทธิค่ะ บริษัทจ่ายเงินลงทุนในส่วนของสินทรัพย์ที่มีตัวตนในไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 จำนวน ฿23 ล้านนะคะ โดยหลักก็จะมาจากค่าใช้จ่ายสำหรับโรงงานในประเทศไทย อินโดนีเซีย และออสเตรเลียค่ะ กระแสเงินสดจ่ายจากกิจกรรมจัดหาเงินนะคะ ในช่วงไตรมาสหนึ่งปี 2024 นะคะ อยู่ที่ ฿7 ล้านนะคะ โดยหลักก็จะมาจากการชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินจำนวน ฿16 ล้าน และการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมธนาคารนะคะ จำนวน ฿13 ล้านค่ะ ในส่วนของอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นนะคะ มีเพียงแค่ 0.01 เท่านะคะ และอัตราหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นนะคะ อยู่ที่ลบ 0.33 เท่านะคะ ในช่วงไตรมาสที่หนึ่งปี 2024 ค่ะ ในลำดับต่อไปนะคะ ดิฉันขอเชิญคุณวิเวก ดาวัลย์นะคะ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานของบริษัทในอนาคตนะคะ เรียนเชิญคุณวิเวกค่ะ
ครับคุณอา ขอบคุณครับ ทุกท่าน ผมชื่อคุณวิเวก ดาวัลย์นะครับ เดี๋ยวจะเล่าเรื่องผลงานที่ผ่านมาคุณอาอธิบายให้แล้ว แล้วก็เพื่อทุกท่านมีข้อมูลพร้อมแล้วนะครับ เรื่องฟิวเจอร์ที่เราเคยให้ข้อมูลไว้แล้วนะครับ สำหรับปีนี้เราเอ็กซ์เปคมันเรียกว่าซิงเกิลดิจิทอลโกรทนะครับ ภายในปี 2025 ตามแพลนงานเรานะครับ สตรีทดิคแพลนที่เราเคยทำไว้ตั้งแต่ 2019 มีเรียกว่าดับเบิ้ลโปรฟิตภายในห้าปีใช่มั้ยครับ เรายังมีแพลนที่เราคิดว่าเราจะไปถึง ฿2,400 ล้านนะครับ ตาม 2019 เรามีกำไรอยู่ที่ประมาณ ฿1,200 ล้าน ตามแพลนภายในเราเป็นเรียกว่าอินเทอร์นอลสตรีทดิคแพลน เราทาร์เก็ตอยู่ที่ ฿2,400 ล้าน เราก็ยังคิดว่าจะไปถึงยอดกำไรตามที่เราเคยให้ผู้ถือหุ้นทราบนะครับ ว่า ฿2,400 ล้าน อันนี้ยังคล่องอยู่นะครับ ยังทำงานเพื่อไปถึงยอดอันนี้นะครับ แน่นอน อันแรกเรื่องไกด์เดนซ์สำหรับ 2025 นะครับ เรื่องไกด์เดนซ์ นอกจากไกด์เดนซ์เราก็มีโปรดักต์ที่เรามาจากที่ไหนบ้าง เรามีโปรดักต์ที่เราลอนช์ปีนี้ประมาณ 42 โปรดักต์ครับ 13 เป็นนิวทรา ประมาณ 29 เป็นเรียกว่าเป็น prescription เป็น pharmaceutical product ตามแพลนเราจะลอนช์ประมาณ 42 โปรดักต์ แล้วก็อยู่ในไพป์ไลน์ประมาณ 170 โปรดักต์ครับ ที่เรากำลังพัฒนาอยู่ ขึ้นทะเบียนอยู่ เราคิดว่าจากนิวโปรดักต์ แล้วก็ existing product มันก็มี opportunity ที่จะขยายให้ธุรกิจเราเติบโตได้อีกประมาณใน high to mid to high single digit นะครับ มี growth ในปี 2024 กับ 2025 นะครับ แล้วก็ทำให้เราไปถึงยอดกำไรตามที่เราแพลนไว้นะครับ นอกจากอันนี้เราจะมีเรื่องที่จะอธิบายเรื่องอินโดนีเซีย อินโดนีเซียเราก็กำลังเริ่มสร้างโรงงานแล้วนะครับ ที่จะต่อขยายโรงงานเพื่อผลิตแคปซูลนิ่มด้วย แล้วก็ทำขยายทำเม็ดกับแคปซูลผง แคปซูลด้วยนะครับ แท็บเล็ตกับฮาร์ดเจล อันนี้เป็นโรงงานที่ทำให้เราได้ capacity เพิ่ม แล้วก็เราจะไปเล่นในการขายยาที่อินโดมากขึ้น แล้วก็อีกหลายโปรดักต์ที่เราระหว่างการพัฒนาในอินโดด้วย นอกจากที่เรานำเข้าอยู่ เพราะว่าตามกฎเกณฑ์ในอินโดเราก็ต้องผลิตสินค้าในประเทศ แล้วก็ตามกฎเกณฑ์ของประเทศที่ซื้อสินค้า ถ้ามี local content เรียกว่า made in Indonesia ต่างๆ เขาก็มีคะแนนที่ไม่เหมือนกับที่สินค้าที่นำเข้าได้ แต่เราก็ต้องผลิตในประเทศ อันนั้นเป็นตามแพลนเราครับ เราคิดว่าภายในปี 2028 แล้วเราหวังว่าเราจะได้ยอดขายประมาณ $30-40 ล้านนะครับ ตามแพลน แล้วก็ทุกอย่างไปตามแพลนอยู่นะครับ ยอดขายเราก็เติบโตทุกปีในอินโดนะครับ แล้วก็เราคิดว่าเบรกอีเว่นภายใน 2025 อินโดนีเซียกับเบรกอีเว่น แล้วก็คอนทริบิวทเซลล์น่าจะมากกว่า $10 ล้านนะครับ ภายใน 2025 ที่อินโดนะครับ อันที่สองเราก็ทุกคนอาจจะกังวลเรื่องพม่า เมียนมาร์ครับ เมียนมาร์ทุกคนทราบข้อมูล เราก็ไม่ไปคุยเรื่อง politic environment แต่ว่าธุรกิจก็เจอปัญหาอุปสรรคเยอะเหมือนกันนะครับ แต่ว่าข้อดี ยาที่เราขายอยู่ ยาที่เรานำเข้าอยู่ รัฐบาลก็ยังสนับสนุนให้เรานำเข้า แล้วก็ได้อนุญาต import license ต่างๆ เพื่อเอายามาขายในประเทศได้ แต่ว่าส่วนใหญ่หลักๆ ก็เรามี major business เรามาจากยา แล้วก็อันนี้ไม่ได้มีผลกระทบมาก ที่พูดถึงก็ยอดขายแค่คล่องตัวให้ได้ แต่พูดถึงการโตมันจะอาจจะยากหน่อย เพราะว่าจะให้ตลาดโตมากกว่าเดิม อันนั้นมันก็ยาก เพราะว่ามันประเทศมันแคบลง ถ้าเราเข้าไปเล่นเราน้อยลง แล้วก็เราไปถึงทั่วประเทศไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็คล่องตัวได้ เราก็ทำกำไรให้ได้ในพม่า แล้วก็ทำธุรกิจให้ได้ต่อ แล้วก็เราหวังว่าอนาคตน่าจะดีขึ้น แต่ปัญหาที่เจอมากที่สุดก็เรื่องทำจริงๆ ว่า product action CD ที่เราทำ distribution อันนั้นเราเห็นในผลกระทบที่เราเห็นกับ Max Care distribution อยู่แล้ว ที่จะลดลงประมาณ 5% นะครับ ยอดขายที่ Max Care ลดลง ช่วงนี้มันมาจากพม่านะครับ แต่ว่าอย่างน้อยข้อดีว่าเราทำยาอยู่เยอะเหมือนกันนะครับ มันเราเป็นน่าจะเป็นบริษัทที่มีแชร์ในมาร์เก็ตสูง แล้วก็ยาก็ยังทำงานทำขายได้ ขายได้ต่อนะครับ อันนั้นมันข้อดีของพม่านะครับ เราเมนเทนเรียกว่าเราเมนเทนกำไรกับยอดขายทางด้าน pharmaceutical ที่พม่าได้ ก็อันนั้นก็เรียกว่ามันดึงผ่านผลกระทบที่เราเจอ ทุกคนเจอ เราก็ยังอยู่ในระดับที่เรียกว่าดีนะครับ เราก็กลับมาพูดเรื่องเวียดนามครับ ที่เราเคยเล่าเรื่องอันนี้ก่อน พูดก่อนเดือนที่แล้ว เราก็มีแพลนงาน แล้วก็กรรมการเราอนุญาตให้เราไปลงทุนในเวียดนามแล้ว เพื่อจะทำโรงงานใหม่ แต่ว่าโรงงานก็มี ตรงนี้ก็ต้องอยู่ในระหว่างการซื้อที่ครับ อันนี้เป็นอันแรก เพราะว่าต้องซื้อที่ก่อน ที่ใน industrial area ที่เหมาะสม แล้วก็ที่ไหนมี service มีอะไรต่างๆ มีครบถ้วนนะครับ มี support มีอะไรครบ แต่อยู่ในระหว่างการเจรจานี้ยังไม่ได้เซ็นสัญญา เรียกว่ายังไม่ไฟนอลเลย ตอนนี้รายงานมากกว่านี้ยังไม่ได้ครับ เพราะว่าอยู่ในระหว่างการเซ็นตกลงกันเรื่องที่ดิน ถ้านี่ทำได้เสร็จ เพราะว่าเราแพลนงานในแพลนรูปแบบโรงงานอะไรเราเรียบร้อยแล้ว เราดีไซน์อะไรพร้อมแล้ว ถ้าทุกอย่างโอเคเราน่าจะทำก่อสร้าง เริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ได้นะครับ เราหวังว่าอย่างงั้น น่าจะ quarter สี่เราเริ่มก่อสร้างได้ แต่รอเรื่องที่อยู่ครับ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการ finalize อันนี้เป็นอัพเดทของเวียดนาม ไนจีเรียก็อีกเรื่องหนึ่งที่ทุกคนทราบ เรามี foreign exchange loss ปีที่แล้วเยอะ แต่อันนั้นมันมาจากที่เรียกว่าครั้งเดียวที่รัฐบาลเปลี่ยนเรท เรียกว่าเป็น standard rate มันเปลี่ยน รัฐบาลเปลี่ยนอะไร เราก็ต้อง adjust book เราด้วย แล้วก็เห็นมี loss เกิดขึ้น แต่ตอนนี้เรทในตลาดกับ exchange rate ที่เราซื้อดอลลาร์มันก็ใกล้เคียงกันแล้ว ไม่มีสองราคาแล้ว มันก็มีเรทเดียวครับ exchange rate มันเหมือนกัน เวลาเราซื้อในตลาด ซื้อดอลลาร์ แล้วก็เรทด้วย ตอนนี้อยู่ในระหว่าง 1,400 ถึง 1,600 อยู่ในเรนจ์อันนี้ด้วย ไม่ได้มีเปลี่ยนแปลงขึ้นลงเยอะนะครับ ไม่เหมือนเมื่อก่อนจาก 300-400 ขึ้นมาเป็น 800 นะครับ ทีเดียว และอัตราการแลกเปลี่ยนในไนจีเรียมันก็คล่องตัวกับเมื่อก่อน มันดีขึ้น หาดอลลาร์ได้ไม่ยากขึ้นนะครับ เลยเรามองว่าอนาคตน่าจะยอดขายในไนจีเรียนั้นมันดีขึ้น เพราะว่าตอนนี้ทุกอย่างมัน stable แล้ว currency น่าจะหาได้ไม่ยาก แต่ปัญหาที่เราเห็นในแอฟริกามันมาจาก currency มันจะดับเบิ้ลจาก 700 มัน 1,400 แล้วก็ราคายามันจะเพิ่มขึ้นเยอะ หลายๆ ไลฟ์โปรดักต์มันจะยูนิตอาจจะตก เพราะว่าการ available income ของรัฐบาลที่นู่นมันก็ไม่ได้มี ไม่ได้มีเรียกอะไร universal health care scheme ไม่มีรัฐบาลไม่ได้ช่วย ทุกคนต้องซื้อสินค้ามัน out of pocket อย่างเดียว ดังนั้นเราก็ target ตลาดที่เรียกว่าเป็น high upper end A กับ A กับ B class ส่วนใหญ่นะครับ แล้วก็มาเรามองว่ายังมี opportunity เพราะว่าบุคลากรก็ 220-240 ล้านกว่าคนนะครับ อนาคตก็มองว่าไนจีเรียน่าจะมีประชากรประมาณ 300 ถึง 400 ล้านคนนะครับ ภายในสิบปีข้างหน้า เรามองว่ามันมี opportunity เหมือนตลอด แล้วก็เราเตรียมตัวเพื่อขยายสินค้าขึ้นทะเบียนสินค้าใหม่ๆ แล้วก็มองว่าอนาคตเราก็น่าจะยอดขายเราน่าจะเพิ่มนะครับ ช่วงนี้ก็แค่ช่วงที่มีการ correction ในราคาใน exchange rate ครับ เลยทำให้มีผลกระทบ เราเห็นว่ามันยอดขายมันตกนะครับ อันนี้เป็นเรื่องไนจีเรียนะครับ ไนจีเรียก็ไม่มีอะไรมากกว่านี้ครับ เรายังคิดว่าปีนี้น่าจะดีขึ้นกับปีที่แล้ว แล้วก็น่าจะไม่มี loss อะไรเหมือนที่เราเจอกับปีที่แล้วนะครับ ทุกคนอาจจะมีเรื่องที่จะถามเรื่อง branded business ของ Mega V Care แต่ถ้าเราดู Mega V Care branded business ถ้ามองยา ยาเรามี growth rate ดีครับ เพราะว่าตอนนี้สัดส่วนระหว่างยากับอันนี้ Max Care ก็น่าจะประมาณ 48-52 ประมาณ 47-53 ประมาณเรนจ์อันนั้นใช่มั้ยครับ 53-47 ประมาณนั้นนะครับ เรนจ์อยู่ที่ ratio อยู่ที่ 53-47 ใน branded business เราเองนะครับ ยาเรียกว่า pharmaceutical health care มันก็ขยายมันมากใหญ่ขึ้น เปอร์เซ็นต์มันสูงขึ้น สูงขึ้นจากเดิม เมื่อก่อนสามสี่ปีที่แล้วประมาณ 25% ตอนนี้น่าจะ 30% กว่าแล้วนะครับ แล้วก็ถ้าเรารวมเอโอทีซีด้วยก็น่าจะประมาณ 40% กว่าครับ แล้วตอนนี้แล้วก็นิวทรา ถ้าเราเรียกนิวทราเรียกว่า consumer health อาหารเสริม วิตามิน สมุนไพรต่างๆ อยู่ที่ประมาณ 55 ถึง 60% นะครับ ก็เลยธุรกิจอันนี้ ผลกระทบที่เราเห็น วิตามินที่เราเห็นว่ามันระเบิดช่วงโควิด อันนั้นมีผลกระทบที่เรียกว่าเป็น soft demand มัน soft มันก็มาจากหลายปัจจัยครับ สต็อกในตลาดเยอะ ทุกคนก็มี inventory สูงนะครับ แล้วก็การกินเมื่อก่อนกับกินตอนนี้ มันจะกลับมามันระดับเดียวกับเป็น 2020-2021 ก่อนโควิดนะครับ อย่างงั้น area ช่วงนี้มันจะมียอดสินค้าลงมาในตลาดเยอะมากในสำหรับโควิด immune product หลายแบรนด์หลาย product แล้วก็ product เดิมเหมือน Mega เองก็ยอดขาย nat seed อะไรต่างๆ มันจะระเบิดขึ้นไปเยอะ 26% 30% ในช่วงสองสามปีนะครับ อันนั้นมันก็ลดลง แต่สินค้าอื่นๆ ข้อดี ยาโอทีซีกับสินค้าอื่นที่ไม่เกี่ยวกับ immune มันก็โตอยู่ในทุกประเทศครับ So ABC มันดี แต่ดีที่เรียกว่า immune product มันก็ยังเรียกว่ามัน soft แต่มันเริ่มคล่องตัวแล้วก็เริ่มขยับขึ้นอีกนะครับ เริ่มเห็นในเดือนสองเดือนที่ผ่านมาเริ่มดีขึ้น เพราะว่าผมคิดว่าถ้าสต็อก position มันลดลง แล้วก็ inventory ลดลง แล้วก็หลายๆ คนที่อยู่ในตลาดก็อาจจะถอยออกมา คนที่อยู่ในตลาดนานๆ ก็เริ่มทำ activity ต่างๆ น่าจะกลับมาฟื้น แล้วก็เริ่มมี growth เห็น growth ในปี end of second half น่าจะมี growth ขึ้นมานะครับ สำหรับ supplement business ด้วย อันนี้เป็นการมุมมองของเราครับ ถ้าคิดว่ามันก็ branded business อยู่ในสภาพที่ดีครับ ไม่มีอะไรที่น่ากังวลเรื่อง branded business นะครับ สุดท้ายก็มีคำถามที่เราคิดว่าทุกคนถามเรื่อง SG&A SG&A ถ้าเราดูสิบปีประวัติเรา สิบปี สิบห้าปี อยู่ในเรนจ์ 26 ถึง 28% ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 27% นะครับ ถ้าดูทุก quarter มันจะดูยาก เพราะว่าบางครั้งเรามีโฆษณาปีเดือนนี้ บางครั้งเราจะมี launch สินค้าใหม่ๆ เยอะในไตรมาสนั้น มันจะเพิ่มขึ้น 0.5% 0.4% เราก็ต้องดู average ทั้งปีครับ ไม่น่าจะต่างกันมากครับ เหมือนบวกลบ 0.5% 0.2% 0.3% ก็เลยไม่มี เพราะว่าส่วนใหญ่เราทำเป็น sale related นะครับ investment not based on sale นอกจากว่า launch product ใหม่ๆ เยอะ เพราะว่าเรา launch ใหม่ๆ เราไม่ได้ลงทีวีทันทีเลยนะครับ อันนี้มันทีวีอะไรเราก็ลงทีหลังแล้วก็ได้เฉพาะบาง product เพราะว่าหลายๆ product เราโฆษณาไม่ได้ด้วยนะครับ ก็เลย investment มัน relate to sale ส่วนใหญ่อย่างงั้น เรามั่นใจเชื่อว่ามันไม่น่าจะมี change มากที่มันต่างกัน ต่างกับที่เราเห็นเฉลี่ยมาแล้วหลายปีแล้ว ผมคิดว่าผมจะมีประมาณแค่นี้ แล้วก็เดี๋ยวจะเห็นในมีคำถาม จะพยายามตอบคำถามที่เราอาจจะไม่ได้อธิบายตรงนี้ แต่ในนะครับคุณนา ค่ะ รับคำถามที่เราไม่ได้ตอบ ช่วยดูอันไหนที่เรา ได้ค่ะ เป็นช่วงคำถามนะคะ เดี๋ยวจะดูคำถามออนไลน์นะคะ คุณเวชก็ได้ตอบไปหลายข้อแล้วในเรื่องของการสร้างโรงงานในเวียดนาม แล้วก็ไนจีเรียก็ตอบไปแล้วนะคะ แล้วก็เรื่อง SG&A ตอบไปแล้วนะคะ ช่วยบอก seasonal ของรายได้เรียงตามไตรมาสหน่อยค่ะ จริงๆ seasonal เราไม่มีนะครับ ปกติถ้าเราดู ถ้าเราดูประวัติเหมือนกันดูสิบปี 45-55 first half ประมาณ 45% second half ประมาณ 55% แต่ตอนนี้อาจจะเปลี่ยนเป็น 48 ถึง 52% นะครับ ก็ส่วนใหญ่ end of the year เรามี sale push เรามี discount เรามีอันนี้ เรามี annual contract อะไรจะจบ และยอดขายส่วนใหญ่ second half มันสูงกว่าอยู่แล้วครับ อันนี้เป็น nature ของธุรกิจทุกคน ไม่ใช่ว่ายอดขายมันสูงปลายปีนะครับ นอกจากว่าเรามีสินค้าสำหรับฟลู ซีซั่นอะไรพวกนี้ ที่ช่วงฝนตก ขายสินค้าบางอย่างที่ขายดีขึ้น เพราะว่ามีฟลู มีโค้ล มีคอฟอะไรพวกนี้ แต่เราไม่มีนะครับ ดูแล้วเราไม่มี seasonal product มากเท่าไหร่ นอกจากโควิดครับ วันนี้เราไม่ได้เรียกว่า seasonal เลยครับ น้อย product ที่มันมี impact เกี่ยวกับ season แต่บางทีมีเรื่องงบรัฐบาล บางทีมีเกี่ยวกับ tender ออกช่วงไหน แล้วก็ product เรา list ในโรงบาลได้ปีละครั้ง บางประเทศก็เริ่มไปปลายปี เพราะว่ามันแค่เข้ายาได้ปีละครั้ง So we have some impact ที่เราเห็นว่ามัน tender มาช่วงนี้ แล้วก็อาจจะงบก็เริ่มเซ็นช่วงนั้น แล้วก็มีเริ่มซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ impact ไม่มากนะครับ ไม่น่าจะมีผลกระทบแบบเห็นอกตังค์กันสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่มีครับ อันนี้มันมาจากแค่การซื้อ การเก็บสต็อก การปิด contract อะไรต่างๆ นะครับ ที่ทำให้มันจะยอดมันบวกลบ second half มันได้ประมาณเพิ่มสองถึงห้าเปอร์เซ็นต์ครับ มันก็ different between first and second แต่ seasonality ส่วนใหญ่มันเกิดจากฟลู เกิดจาก disease activity เราไม่ได้ขายพวก vaccine พวกอะไรที่จะเกิดโดยอากาศ โดย environment ข้างนอกครับ มันน่าจะไม่มีผลกระทบเยอะนะครับ ค่ะ คำถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนายา บันทึกบัญชีอย่างไร บันทึกบัญชีเดี๋ยวคุณนาตอบ แต่เราก็มี เราก็ทำ R&D ภายในโรงงานเราเอง เรียกว่า PD เราไม่ได้ทำ R&D เราทำ PD product development บางสินค้าเราพัฒนาเอง ก็มีส่วนหนึ่ง เรามีทีม เรามี PD department เราก็ลงทุนอยู่ในพัฒนานี้ product ตลอด แล้วครั้งที่สองเราก็ซื้อเข้ามาจากข้างนอก พี่บอกว่าเรามี 170 product in pipeline เรียกว่า under development อันนี้ต้องทำพัฒนา ทำ product สามแบรนด์ ลงทุนทำ BE by study ต่างๆ This is an investment we make in the future And I think the budget we have what And it is not more than 2% 2% สอง 2-4% ของยอดขายครับ บางปีถ้าเรามีหลาย product บางครั้งเราก็มี agreement licensing fee มันสูง So one year maybe a little bit higher by a percent แต่อาจจะบางปีอาจจะลดลงเป็น 1% แต่ว่าเรื่องการทำในบัญชี โชว์ที่ไหนนี่คุณนาอาจจะอธิบาย ค่ะ ก็ประมาณ 2% นะคะ หรือว่าบางช่วงอาจจะมี new product launch เยอะก็อาจจะอยู่ในเรสประมาณ 2 ถึง 4% นะคะ แต่ว่าการบันทึกบัญชีก็จะอยู่ใน admin access อยู่ SG&A นะคะ ใน admin expense นะคะ คำถามต่อไปนะคะ จะเกี่ยวกับตอนนี้ทางบริษัทมองว่าคู่แข่งของบริษัทเป็นยังไงบ้างคะ วันนี้คู่แข่งเพิ่มขึ้นมากมั้ย คู่แข่งก็มาครับ มาคู่แข่งมีครับ ในโลกอันนี้คู่แข่งก็มาเรื่อยๆ ก็มีที่เรียกว่าดังๆ ทุกคนทราบ แต่ว่าเราไฟท์ในแต่ละเอเรียไม่เหมือนกันครับ ถ้าดู supplement เรามี Blackmore เรามี Vista หรือ แล้วก็เราก็มีสิ่ง คู่แข่ง Vista มันมีซื้อโดย Suntory Blackmore ตอนนี้เจ้าของเป็น Kirin แล้ว แล้วก็อาจจะมีสิ่ง หลายๆ บริษัทอื่นๆ ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศนะครับ ก็มีครับ มีทำ direct selling ก็มี แล้วก็คุณเดิมๆ ก็มีเยอะเหมือนเดิมครับ Amway นี่ Neutralite พวกนี้ ที่ขายตรงก็มี Habarai I think structure ไม่ได้เปลี่ยนแปรเปลี่ยนอะไรมากครับ แค่คู่แข่งใหม่เข้ามา ขายตรง ขายออนไลน์ แต่ถามว่าผลกระทบใน แล้วก็หลายๆ คนอาจจะออกไปด้วย เพราะว่าบางทีลองแล้วมันจะไม่เวิร์กนั่นนะครับ So I think it's in and out แต่ว่าธุรกิจอันนี้มี ก็มีคู่แข่งเยอะเหมือนกันนะครับ แต่ Mega มีจุดยืนในแต่ละประเทศ แล้วก็สินค้าเราก็ใช้มานานแล้ว ทำธุรกิจมานานแล้ว So there is competition แล้วก็มาใหม่ มีเค้ากินแชร์ของเรามั้ย คิดว่าเราก็ต้อง grow market ครับผม เราดูแล้วมัน objective ของ Mega ต้องขยายตลาด เราไม่ได้อยู่ในตลาดที่แบบ maximum แล้ว เราก็ต้องกินแชร์ของคนอื่นโดยลดราคาอย่างเดียว objective เราก็ต้องขยายตลาดให้ usage มากขึ้น ส่วนเราก็ต้อง create demand มากกว่านะครับ ถ้าเรามองบางประเทศใหม่ๆ ที่เราทำงานอยู่ มีน้อยประเทศที่อาจจะบางเอเรีย เราก็ต้องกินแชร์ของคนอื่นด้วยนะครับ มันมาเลย์ อินโด product มันอยู่มานานแล้ว เราเป็นคนใหม่ แต่เราเข้าไปเป็นคนใหม่ เราก็ต้องกินแชร์ของคนอื่น I think that is not that challenge is there everywhere เพราะว่า competition เรามีในทุก category นะครับ ยาก็มีแบบหนึ่ง generic เราก็มี local company เราก็มี international generic ที่มา บางคนตอนนี้เลิกเป็น เลิกทำแล้วขายแบรนด์ออก หลายๆ บริษัทก็ถอยออกจากเอเชียไปด้วย ที่เรียกว่า MNC generic ก็อาจจะไม่ได้สนใจมาทำ generic ในเอเชียมาก ก็ทำโฟกัสในสหรัฐ ยุโรปมากกว่า So we have local competition ที่เข้ามาทำตลาดทางด้าน generic ด้วยนะครับ So there is a lot of เยอะมากเลยครับ ยาก็มีส่วนหนึ่ง โอทีซีก็มีแยก แล้วก็ supplement กัน แล้วก็ต้องมีคู่แข่งในทุก category ครับ ค่ะ ทางบริษัทมีปัจจัยอะไรที่น่ากังวลที่จะส่งผลให้ยอดขายไม่เป็นไปตามคาดหรือไม่คะ ปัจจัยของเราเองครับ ถ้าเราทำงานไม่ดี ถ้าเราทำการสร้างตลาดให้ไม่ได้ ก็น่าจะเรื่องที่จะกังวลมากครับ นอกจากนี้ผมคิดว่า มี external factor ที่เราควบคุมไม่ได้ เรื่องสงคราม เรื่องยูเครน เรื่องค่าน้ำมัน เรื่องค่าเงิน ถ้ามันมีปัญหาเรื่องค่าเฟรด ว่า แต่ว่าผลกระทบที่เราเจอในโควิดช่วงที่มี อัตราเงินเปลี่ยน แล้วก็บางทีของก็ supply ช้าลง เราไม่ได้เจออะไรมาก ส่วนใหญ่อยู่ที่เราเองครับ I think a lot of it is to do with us เราก็ต้องเตรียมตัวพร้อม สร้าง strategy เรา แล้วก็ implement execute ด้วย External factor เรามองว่าที่เราไม่ได้อยู่ที่เราควบคุมไม่ได้ แต่ internally เราก็ต้องพยายามลอง launch สินค้าให้ได้ในนะครับ ครับ สินค้าที่เรา launch แล้ว เราก็ต้องขยายให้ลูกค้าชอบ แล้วก็กลับมาซื้อต่อนะครับ อันนี้เป็นเอเรียหนึ่งที่เราก็ต้องเวิร์ค สำคัญมาก เรื่องบุคลากร คนงาน ทีมงานเรา อันนี้เป็นเอเรียหนึ่งที่เราก็ต้องลงทุนมากขึ้นครับ เพื่อถ้าเรามีความสามารถ เรามีทีมงานแข็งแกร่งที่จะทำตลาดให้ได้ แล้วก็ส่งผลดีสำหรับธุรกิจเรา อันนี้เป็น major factor อันหนึ่ง ค่ะ จากแผนการเติบโตกำไรเป็นสองเท่าภายในปี 2025 ค่ะ ขอรบกวนสอบถามแผนการเติบโตกำไรภายหลังปี 2025 แล้วปัจจัยในการเติบโตมาจากส่วนไหนบ้างคะ ตอนนี้กำลังจะนั่งทำ strategic plan นะครับ สำหรับ 2025 ถึง 2030 ที่ปัจจัยส่วนใหญ่ที่มาจากอื่นครับ มันก็เด่น เรามี plan พร้อมในอินโดนีเซีย แล้วก็เราก็ทำยามากขึ้น อันนี้เป็นหนึ่ง เราคิดว่ามันก็มี opportunity ในการขยายยอดขาย กำไร ยอดขายในยา เพราะว่าตลาดก็น่าจะเป็น $9,000-10,000 ล้าน แล้วก็ถ้าเราทำเป็นตลาดอันนี้ให้ได้ เราก็เลือกสินค้าที่ถูกต้องเหมาะกับตลาด สิ่งที่เรา rate game ด้วยในการทำตลาด อันนี้เป็นหนึ่ง เอเรียหนึ่งที่อินโดนีเซียสร้างยอดขายให้เราได้ ถ้าเราไปจาก $10 ล้านเป็น $30 ล้าน $50 ล้าน มันก็เรียกว่ายอดขายเราเพิ่มขึ้น $30-40 ล้านจากอินโด อันที่สอง ถ้าเราลงทุนในเวียดนาม แล้วก็เราก็ลงในตลาดเวียดนาม เหมือนบ้านเราเป็น เวียดนามก็มี universal health care scheme เขาก็มีเหมือนกันนะครับ ที่ tender local purchase แล้วก็เราก็ถ้าขยายยอดขายของยาในเวียดนามได้ อันนี้เป็นน่าจะ add ยอดขายได้อีก $30-40 ล้านในเวียดนาม ภายในห้าปีข้างหน้า So I think เวียดนาม อินโดนีเซีย มันก็มี growth สาม แอฟริกา ไนจีเรีย อะไร เราก็ลองดูอยู่ครับ ที่เราจะทำ product เยอะขึ้น ในแอฟริกา เราก็ลงทุน ถ้าแอฟริกาปรับเปลี่ยน แล้วก็สถานการณ์ดีขึ้น สงครามอะไรลดลง ค่าน้ำมันอะไร มันก็อะไรที่เขาทำให้ economy เขาลำบากขึ้นนะครับ ถ้าแต่ละประเทศมันก็ฟื้น เรียกว่ามันกลับขึ้น They are all actively เขาก็พยายามอยู่นะครับ ถ้าเราดูทุกอย่างในแต่ละประเทศ มันก็เริ่มดีขึ้น But impact มันมาจากค่าน้ำมัน ค่านู่น ค่านี่ เพราะว่าเขามี impact เยอะ จาก energy cost พวกนี้ เพราะว่าเขาต้องยังนำเข้าน้ำมันอะไรอย่างนี้ But I think ถ้าประเทศพวกนั้นมันจะดีขึ้น เรามีบุคลากร ประชากรในแต่ละประเทศรวมแล้ว 600-800 ล้านคนนะครับ ในแอฟริกา So that's another area ที่เรามองห้าปีข้างหน้า มันน่าจะสร้าง growth ให้เราได้ $30-40 ล้าน So เวียดนาม อินโด East Africa ถ้าถามว่าเมืองไทยหมดแล้วหรือยัง ไม่น่าจะใช่ครับ บางไทยก็ยังมี opportunity ที่เราขยายตามแปลนเรา เราก็มี growth plan ในไทยแลนด์ด้วยนะครับ ที่จะ อย่างน้อยมันก็อาจจะไม่ได้ double sale แต่อย่างน้อยมันจะ growth ได้ 50-60% ในเมืองไทยด้วย And เราก็นั่งไหว้ทุกวันครับ เพื่อพม่าจะฟื้นด้วยครับ คิดว่าน่าจะมีอะไรดีขึ้นภายในสี่ห้าปีข้างหน้า อินพม่าด้วย เราพร้อมอยู่แล้ว เรามีทีมงานพร้อม เรามีสินค้าพร้อม แต่ประเทศมันเริ่มดีขึ้น เราก็น่าจะได้โอกาสอันนี้กลับมาที่เราด้วย ถ้าเรามองจากอันนี้ สี่ห้าเอเรีย เวียดนาม อินโด แอฟริกา พม่านะครับ บวกแล้วก็น่าจะ next five year เราก็ยังมีโอกาสที่จะยอดขายเรา double at least grow 60-70% นะครับ ภายในห้าปีข้างหน้า แล้วก็ profitability น่าจะเติมตัวได้มันประมาณนั้น อันนี้อยู่ใน strategic plan เรากำลังทำอยู่ครับ เราจะอธิบายให้ผู้ถือหุ้นภายใน 2025 นะครับ ว่าหลังจากเราทำแปลนสักห้าปีข้างหน้าแล้ว But that generally คร่าวๆ ที่เรากำลัง discuss อยู่ภายในครับตอนนี้ คำต่อไปนะคะ เป็นภาษาอังกฤษนะคะ I would like to thank the management.
Thank you ครับ for helping to navigate the business and overcome difficulty in Myanmar. I think to grow faster than the market, I mean we are still growing at 5-6%, so unless we have some very fantastic product that we are bringing in and they can replace originator and they are going off the cliff in patent and we are the first generic, so those create exceptional growth in some areas. But if you look at Asia, not seeing no single brand is a billion dollar brand in this area. Most of them cover around ฿1 billion, ฿400 million, ฿200 million, ฿500 million. So even if you get a bumper product, you only add ฿200-300 million and half the price is, you know, generic product.
To say one product will make a magic difference in the business is very difficult. But consistently on all the areas, OTC, drug, and put together, I think if Burma starts to get a bit better, we had a lot of hope and we were very much built in there and we could grow much faster because of the market and the potential we had. And if Africa, as I said, gets better and things start to look up with this war going away and the fuel charges and things like that, not affecting their economy as badly. Those are areas where you can see higher growth rates. And with Vietnam and Indonesia with the factory there and acceleration of our new drug pipeline and we can do more tenders, get more share in the pharma market.
These are areas where we can see sales revenue growth, you know. Then we can probably touch the higher, toward the higher single digit or maybe cross the 10% mark. But at the moment, I think doing 5% to 10%, between 5% and 10% consistently for another five, seven years is a reasonable assumption, you know, with all the other issues around the whole environment around us. If we can still do on an average there over the next five, seven years, we should see reasonably Mega becoming from where we are to, at least in five, six years, we probably be what, a 50%, 60% top line growth will happen in the next by 2030.
Revenue growth also should, I mean bottom line also should probably even get better because when revenue grows 50%, 60%, the bottom line probably now will have more impact on the bottom line because the other costs do not increase at the same rate. All the other manpower costs, establishment costs, OE doesn't go up as much. Some goes up in line, some salespeople. So I think revenue growth in the next five, six years, if it grows at 70%, we become 60%, 70% bigger than we are, then the bottom line probably can also grow 80% to 80%, toward the 80%, 100%. So that's what we are working on at the moment. I think I can't go ahead and tell you, but internally we are also, we see the areas where we are.
We want to focus in the areas where we are and grow that business. That's what our thinking is. That's what we are working on. สัดส่วนขายยากับอาหารเสริม อันนี้คุณวิเวกตอบไปแล้วนะคะ ประมาณสี่สิบกว่า ใช่ ห้าสิบกว่าในส่วนของอาหารเสริม ใช่ ถ้าเป็นฟาร์ม่ากับโอทีซีก็ประมาณสี่สิบกว่า% นะคะ สี่สิบหก สี่สิบหก% สินค้ากลุ่มซัพพลีเมนต์ที่ขายดีที่สุด สามตัวแรกคืออะไรบ้าง เราไม่ได้เบรกตามproductครับ เพราะว่าอันนี้เป็นinternal factor เราไม่ได้ให้ข้อมูลว่าproductไหนดีที่สุด แต่ว่าเรามีหลายproductครับ มี B12 มี NADB มี NAD มี C D C ก็ยังดีอยู่ครับ ถามว่าจะเบิร์นอย่าง C ก็ วิตามิน C ก็ยังเบิร์นเองอยู่ในลิสต์ครับ แต่ว่าถามว่าจะไม่โตครับ แค่นี้ เพราะว่าโตมาเยอะช่วงโควิดนะครับ So they are all top products. Most of these four, five products are in the top category. ยูจิกา NADB NADC นะครับ will be the top, top five products. คำถามต่อไปจะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ Already I explained Indonesia. We are solely all drugs. What kind of products are all pharmaceuticals? So we are registering pharmaceuticals on tech transfer. We have imported products we are bringing in that will be started to make locally.
We have many products we are registering for local manufacturers. So it's 90%, 99% of the products in the country are maybe 1% here and there we have some supplement, but it's going to be all pharma, pharmaceutical products in Indonesia. เอ่อ คำถามต่อไปเกี่ยวกับ Forex นะคะ การขาดทุน FX ในไตรมาสที่หนึ่งค่ะ Unrealized ใช่หรือไม่ แล้วก็มีการบริหารในส่วนของ เอ่อ ที่จะกลับมา realize ยังไงบ้าง Unrealized FX? Fosfor is based on unrealized and we have the need manage all the to convert to realize in the. Yeah, so if you look at the FX line of fosfor, it's coming to ฿150 million, but out of that ฿143 million is coming from Myanmar, which we have explained that this is coming on account of the dual currency impact. So the net, net impact on FX in fosfor is only ฿7 million.
It is not ฿150 million as reflected in the financial statements. Similar experience was there in last year as well. But in both these periods, the majority of the FX loss is coming from Nigeria, for which we have already increased the prices in the market and slowly and gradually, with the change in prices, this FX loss can be absorbed. Now the, anyway, in the Nigerian market, the market rate of exchange and the rate available in Central Bank of Nigeria is similar. So Nigeria also going forward, the FX loss will not be very low. ตรงนี้มันก็จะมีทั้งสองส่วนนะคะ ในส่วน unrealized กับ realized แต่ว่าเรามีการจัดการในเรื่องการปรับราคาสินค้าขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วนะคะ ที่แจ้งไปนะคะ ก็ทยอยปรับขึ้นให้มันมากกว่าในส่วนของการอ่อนค่าของค่าเงินไนจีเรียนะคะ ตรงนี้เราก็มีการจัดการอยู่ เมียนมาร์ตอบไปแล้วนะคะ Source of product currently sold in Africa region delivered by air cargo from Thailand? That's a very specific question.
มันก็ delivered by sea freight by air มันก็มีหลายแบบครับ Some of them go by reefer container to country. ถ้าเรามี full container load เราก็ส่งเป็น reefer container. This depends on how transportation. This is part of the supply chain management, and we do what is best. What goes from Thailand, some go from Europe, some go from India. We have different products. ค่ะ ผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 67 คุณวิเวกก็ตอบไปแล้วนะคะ มีประมาณ 42 products เกี่ยวกับ product ส่วนใหญ่ก็จะเป็น pharmaceuticals แล้วเราแบ่งให้แล้วครับ 12 and 29 นะ We already said 30. Total 42. 13 เป็นพวก supplement 29 เป็น prescription เป็นเรียกว่าเป็นยาครับ 13 products เป็นอาหารเสริม ใช่ครับ 29 เป็นยา 29 เป็นยานะคะ ในส่วนของ Max Care What is the target revenue contribution from Max Care? Revenue is exactly what you are seeing. There's no target. It's based on revenue largely contributed by Myanmar, and Myanmar, the consumer business has its own issues on import. Whatever you are seeing now, you can extrapolate it, you know.
That's what it is. But the pharma side of that is there and growing also. The consumer side has a top line, but the bottom line is not impacted very much because a large part of it comes from pharma. We are not focusing on top line in Myanmar. We are focusing on making sure we have the right products and we remain profitable in the country. That's our objective in the country. ค่ะ สัดส่วนรายได้ในประเทศกับต่างประเทศ อันนี้ก็มันไม่ได้แบ่งอย่างนี้ครับ เพราะว่าสัดส่วนในประเทศก็มีแค่ไทยแลนด์น่ะ ไทย market Thailand is X number and only brand. ไม่มี distribution อย่างงั้นต้องดูจาก branded business อยู่ที่ 52% อันนี้ Thailand เป็นระดับหนึ่งนะครับ In the total turnover, Thailand forms maybe 20% of the overall business. In the branded business 48% มาจากประเทศอื่นๆ แล้วก็เราก็ที่เราเคยเขียนให้แล้วนะครับ South East Asia is about 76%, 78%. South East Asia ก็ South East Asia 78%, 79%.
แล้ว South East Asia ก็มีเมืองไทยด้วย อลูอัมมีเมืองไทยด้วยครับ ก็ประมาณ 28% อะคะ รายได้ในประเทศกับส่งออกประมาณ ถ้าดูแบรนด์อย่างเดียว ไม่ได้ ไม่ได้แยก มันก็ต้องแยก distribution แยกออก แต่เราไม่ได้ break แต่ละประเทศออก We don't do country-wise break up, but it's approximately there in that range. อันนี้เราคงไม่ได้รายละเอียดขนาดนั้นนะคะ เรื่องสัดส่วนช่องทางการขาย ไม่ครับ เพราะว่าอยู่ในโรงพยาบาล อยู่ในร้านยา อยู่ใน modern trade อยู่ใน independent store ก็มีส่วนใหญ่ เพราะว่าเราทำส่วนใหญ่ ส่วนนี้เราทำในโรงพยาบาลกับร้านยาครับ 90% กว่ากับยอดขายเรามาจากร้านยาครับ โรงพยาบาลนะครับ ค่ะ Dividend payout ratio เพิ่มขึ้นมา 70% นี่เป็นแค่ชั่วคราวหรือว่า ratio นี้ต่อไปค่ะ So investment ครับ ตอนนี้ที่เราเขียน You should follow up. We have written what? 50% above our dividend? Written policy is 25%. But they are generally different. Generally ส่วนใหญ่เราก็มีมากกว่า 50% ครับ แต่ปีนี้เราไม่มี ถ้าปีหน้าเราเจอโอกาส M&A investment opportunity อะไรต่างๆ เราคิดว่ามันเหมาะกับธุรกิจแล้วก็เราจะกรรมการจะมองว่ามันจะลงทุนแล้วก็เราจะมี reduce interest cost มันจะใช้ cash ของเราเองอะครับ ตอนนั้น Then we will have maybe we'll change, but generally it's above 50%. And we plan to maintain in that range, 50% to 70% in that range. ปกติแล้วนโยบายบริษัทก็จะมากกว่า 25% อยู่แล้วนะคะ แต่เราก็จะจ่ายมากกว่า 50% ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดก็ถึง 70% แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีการลงทุนอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่านะคะ อันนั้นก็ต้องดูในส่วนนั้นต่อไปนะคะ Yeah, you asked a question that will it be from the same product?
Yeah, I think existing products will have change and growth in the second half. I think a lot of it will come; some of them will start to see the old ones, the COVID-related ones, will see some growth. But the other ones that we are working on and we are spending money and we are doing work activities will also see growth. So that should see the supplement or the new try, some people call it, I call it complementary medicine, VMS, herbal medicine, the whole range, not just COVID-related. We'll see a turnaround and growth happening in the second half. That's our expectation looking at the market, looking at the work that we are doing. เดี๋ยวอีกคำถามหนึ่งนะคะ บริษัทมีแผนอยู่ในประเทศใดบ้าง แล้วก็มีการสร้างใหม่เพิ่มที่ประเทศใด แล้วก็จะมีสร้างเพิ่มอีกไหม คาดว่าจะใช้ อธิบายเมื่อกี้ อธิบาย เรามี plan ในเมืองไทย เรามี plan ที่อินโด เรามี plan ที่ออสเตรเลีย ที่เราจะ แล้วก็เราจะขยายออสเตรเลีย แล้วก็สร้างใหม่ในเวียดนาม มีแค่นี้ครับ เรื่องการใช้เงินทุน คาดว่าจะใช้ประมาณเท่าไหร่ในการลงทุนสร้าง plan นะคะ We already gave that capital.
Investment เราให้ไปแล้วเท่าไหร่ Yes, around $275 million we are planning to invest in Indonesia. We are investing $50 million อินโดนีเซีย About สองร้อยห้าสิบล้านบาทในอินโด แล้วก็เวียดนามเรามี budget approval of what? $25 million ประมาณนี้ ประมาณนี้ สำหรับเวียดนาม We have approval $25 million plus. So that is the plan, but nothing has been done yet. ก็มีสองอันนี้เราลงแน่นอนที่ อินโดนีเซียสองร้อยห้าสิบล้าน แต่เวียดนามมีแค่ approval ของกรรมการ แต่เรายังไม่ได้ทำอะไรต่อ Most of the investments in Thailand are already done. Already done. So we just have maintenance capex of $3 to $4 million, which we do every year. So that's the capex we will have in the future. Thank you. อันนี้เป็นคำถามภาษาอังกฤษนะคะ คุณวิเวกในชั่น Already answered. ตอบแล้ว ก็จะขอบคุณทีมผู้บริหารนะคะ ที่สละเวลาแล้วก็ เขาทัน เขาบอกเขาทาน ABPN Pro ทุกวันของ Mega ดีมากเลยค่ะ อันนี้เขาชื่นชม Thank you, please keep taking. ผมก็ทานอยู่เหมือนกัน Normal gut. ผมก็ทานเอง หลาย product. I'm also a regular user.
ค่ะ ขอบคุณมากครับ อันนี้ก็จะไม่มีคำถามอะไร มันส่วนใหญ่จะซ้ำๆ กันนะคะ โอเคค่ะ สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณท่านนักลงทุนทุกท่านนะคะ ที่สนใจในบริษัท Mega V Care นะคะ แล้วก็ถ้าท่านใดมีคำถามเพิ่มเติมนะคะ สามารถติดต่อทางไออาร์เราได้นะคะ ทางช่องทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือว่าสามารถติดต่อทางโทรศัพท์เข้ามาก็ได้นะคะ www.megavcare.com นะคะ แล้วก็เบอร์โทรศัพท์ตามที่ขึ้นในหน้าจอนี้เลยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ ขอบคุณครับ