Mega Lifesciences PCL (BKK:MEGA)
Thailand flag Thailand · Delayed Price · Currency is THB
35.75
+0.50 (1.42%)
Apr 30, 2026, 4:36 PM ICT
← View all transcripts

AGM 2024

Apr 1, 2024

สวัสดีค่ะ กราบเรียนท่านประธาน ท่านคณะกรรมการ และท่านผู้ถือหุ้นที่เคารพทุกท่านนะคะ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 บริษัท Mega Lifesciences จำกัด (มหาชน) วันนี้ดิฉัน ธนัญญา พิพิธวณิชการ รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการค่ะ Good afternoon, ladies and gentlemen. My name is Thananyā Pipitwanichakan. It's my great honor to be the host of today's event. First and foremost, the meeting will begin shortly. If you would like the translation set, please raise your hand. We already prepared the translation set for you. ค่ะ และช่วงนี้ดิฉันขออนุญาตแนะนำคณะกรรมการดังนี้นะคะ ท่านแรก คุณมีชัย วีระไวยทยะ ประธานกรรมการและกรรมการอิสระค่ะ ท่านที่สอง คุณอลัน แคม รองประธานกรรมการ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการสรรหาค่ะ ท่านที่สาม คุณวีเจ คาวาน กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และประธานกรรมการสรรหา ท่านที่สี่ คุณต่อ สันติศิริ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน ท่านที่ห้า ดร.นิธินาศ สินธุเดชะ กรรมการอิสระ กรรมการสรรหา และประธานกรรมการความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงและบรรษัทภิบาลค่ะ ถัดไปนะคะ ท่านที่หก คุณกิริชชา กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน ท่านที่เจ็ด คุณอิฐชาญชา กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร ท่านที่แปด คุณสมิราวชา กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร ท่านที่เก้า คุณชิรัตน์ อิรัตน์ปุณวาลา กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารค่ะ และอีกสองท่านนะคะ ท่านที่สิบ คุณวิเวก ดาวัลย์ กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการพิจารณาค่าตอบแทน กรรมการความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงและบรรษัทภิบาลค่ะ ท่านที่สิบเอ็ด กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน กรรมการความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงและบรรษัทภิบาล คุณโทมัส อับราฮัมค่ะ ดิฉันขอนำเรียนทุกท่านนะคะ ว่าวันนี้นอกเหนือจากการประชุม ณ ที่ไบเทคบางนาแห่งนี้แล้วค่ะ เรายังมีการจัดถ่ายทอดการประชุม ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทที่เว็บไซต์ megafreecare.com สามารถติดตามรับชมได้เช่นเดียวกันค่ะ และขอแนะนำผู้ตรวจสอบบัญชีจากบริษัท KPMG ภูมิชัยสอบบัญชี จำกัด มีดังนี้ ท่านแรก คุณสุรีรัตน์ ทองอรุณแสง หุ้นส่วนสอบบัญชี ท่านที่สอง คุณนิโคลัส เบลลามี หุ้นส่วนสอบบัญชีเช่นเดียวกันค่ะ ท่านที่สาม คุณธันวรัตน์ เล็ก รุ่งเรืองกิจ ผู้จัดการสอบบัญชี และท่านที่สี่นะคะ คุณธีรพัฒน์ สารวิจิตร ผู้จัดการสอบบัญชีค่ะ ขอแนะนำที่ปรึกษากฎหมายและผู้นับคะแนนอิสระ จากบริษัท ฮันตัน แอนดรูว์ เคิร์ท ไทยแลนด์ จำกัด สองท่านนะคะ ท่านแรก คุณวิชญา อภิรัตน์เกษม และอีกท่านหนึ่ง คุณปนาลี อภิธนวิชญ์ค่ะ นอกจากนั้นในวันนี้นะคะ เรายังมีคุณสุจินตนา บุญวรพัฒน์ เลขานุการบริษัท และคุณมาโนช กรูบั๊กซะนี่ รองประธานบริหารฝ่ายการเงินค่ะ ในวันนี้บริษัท OJ International เป็นองค์กรอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดประชุมผู้ถือหุ้น ทำหน้าที่ลงทะเบียนและนับคะแนนนะคะ ทุกท่านคะ ขณะนี้เป็นเวลา 14:00 น. ในช่วงนี้ดิฉันขอแจ้งสถานะขององค์ประชุมให้ทุกท่านได้รับทราบค่ะ ทุกท่านสามารถติดตามสถานะทางหน้าจอได้เลยนะคะ ณ เวลา 14:00 น. ข้อมูลลงทะเบียน ณ เวลาเปิดประชุม มีผู้ถือหุ้นมาด้วยตนเอง 50 ราย ถือหุ้นรวม 5,323,235 หุ้น รับมอบฉันทะ 342 ราย ถือหุ้นรวม 666,511,925 หุ้น รวมจำนวนผู้ถือหุ้น 392 ราย รวมถือหุ้นทั้งสิ้น 671,835,160 หุ้น คิดเป็น 77.0568% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด 871,869,508 หุ้น ซึ่งจากสถานะตามหน้าจอถือว่าครบองค์ประชุม ในช่วงนี้ขอแจ้งให้ท่านผู้ถือหุ้นทุกคนทราบ ทางบริษัทได้ทำการเรียนเชิญและแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมสามัญประจำปีในวันนี้แก่ท่านผู้ถือหุ้นสามทาง ดังนี้ หนึ่ง บริษัทได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมไปยังผู้ถือหุ้นทุกท่านทางไปรษณีย์ สอง บริษัทได้มีการลงประกาศในหนังสือพิมพ์ และสาม บริษัทได้ลงรายละเอียดการประชุมไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท 30 วันก่อนที่จะมีการประชุม เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ขอชี้แจงระเบียบการประชุม หลักเกณฑ์การออกเสียงลงคะแนน และรายละเอียดต่างๆ ของแต่ละวาระให้ที่ประชุมรับทราบ มีสาระสำคัญดังนี้ ข้อแรก สำหรับในการโหวตในแต่ละวาระ ทุกท่านสามารถออกเสียงคะแนนได้ตามจำนวนหุ้นที่มี หรือตามจำนวนหุ้นที่ได้รับมอบฉันทะมา โดยถือว่าหนึ่งหุ้นมีค่าเท่ากับหนึ่งคะแนน ในการโหวตจะไม่สามารถแบ่งคะแนนในการโหวตได้ ยกเว้นเสียแต่เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ได้รับแบบฟอร์มการมอบฉันทะเป็นแบบ ค. คือ คัสโตเดียน ที่ทำหน้าที่ดูแลหลักทรัพย์ให้กับนักลงทุนต่างชาติ สำหรับผู้ที่ได้รับมอบฉันทะแบบ ข. ซึ่งผู้มอบฉันทะได้ทำการระบุการลงคะแนนมาแล้ว ผู้รับมอบจะต้องลงคะแนนตามที่ผู้มอบฉันทะระบุไว้ โดยในการลงคะแนนสามารถเลือกได้ดังนี้ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ข้อที่สอง เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนจะทำการพิมพ์บัตรลงคะแนนให้สำหรับกรณีต่างๆ ดังนี้ กรณีที่หนึ่ง ผู้ถือหุ้นมาด้วยตนเอง กรณีที่สอง ผู้รับมอบฉันทะได้รับการมอบฉันทะแบบ ก. และกรณีที่สาม ผู้รับมอบฉันทะได้รับการมอบฉันทะแบบ ข. และ ค. ในกรณีที่มอบฉันทะให้สิทธิผู้รับมอบฉันทะลงคะแนนได้ในวาระที่ระบุ เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนจะไม่พิมพ์บัตรคะแนนในกรณีที่ผู้มอบฉันทะได้ระบุการลงคะแนนในวาระต่างๆ แล้ว โดยมอบให้ผู้รับมอบฉันทะเข้าประชุมแทน และออกเสียงให้ตรงตามที่ผู้มอบฉันทะประสงค์ โดยเจ้าหน้าที่จะลงคะแนนตามรายละเอียดที่ระบุในใบมอบฉันทะ ณ เวลาลงทะเบียนค่ะ หลักเกณฑ์การประชุมข้อที่สาม ก่อนที่จะทำการเรียกเก็บบัตรลงคะแนนเพื่อทำการอนุมัติในแต่ละวาระ ท่านผู้เข้าร่วมประชุมสามารถสอบถามคำถามต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวาระนั้นๆ ได้ กรณีที่ผู้เข้าร่วมประชุมต้องการจะสอบถาม ขอความกรุณาท่านยกมือแจ้งชื่อนามสกุล พร้อมทั้งชี้แจงด้วยนะคะ ว่าท่านเป็นผู้ถือหุ้นมาประชุมด้วยตนเอง หรือเป็นผู้รับมอบฉันทะค่ะ สำหรับในการนับคะแนน บริษัทจะใช้ระบบการนับคะแนนโดยบาร์โค้ด ซึ่งเพื่อความสะดวกและรวดเร็วของผู้ถือหุ้นทุกท่าน บริษัทจะใช้การนับคะแนนเทไปในทางเห็นด้วย และสำหรับการลงมติในแต่ละวาระ ดิฉันจะขออนุญาตเรียกเก็บบัตรลงคะแนน กรณีที่ท่านผู้เข้าร่วมประชุมต้องการลงคะแนนเป็น ไม่เห็นด้วย กับงดออกเสียงเท่านั้นค่ะ ทุกท่านคะ จะมีเพียงวาระเดียวนะคะ คือกรณีของวาระที่ห้า พิจารณาและอนุมัติการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ ที่เราจะมีการทำการเก็บบัตรลงคะแนนทุกใบ โดยการเรียกเก็บบัตรลงคะแนนสำหรับผู้ที่ประสงค์จะลงคะแนนเป็นเห็นด้วย จะดำเนินการเก็บบัตรหลังจากที่ผู้ที่ประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วย และงดออกเสียงค่ะ ส่วนผู้ถือหุ้นที่เห็นด้วยโปรดลงคะแนนเห็นด้วย แล้วก็ส่งบัตรลงคะแนนให้กับเจ้าหน้าที่เมื่อเลิกประชุมนะคะ ข้อห้า หลักเกณฑ์การประชุม หากท่านผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะท่านใดประสงค์ที่จะออกจากที่ประชุมก่อนปิดประชุม หากประสงค์ที่จะลงคะแนนเสียงในวาระที่เหลือ ขอความกรุณาส่งบัตรลงคะแนนพร้อมลายเซ็นชื่อให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนออกจากห้องประชุมด้วย ทางบริษัทก็จะทำการบันทึกคะแนนของท่านให้ค่ะ หลักเกณฑ์ข้อที่หกนะคะ ผลการนับคะแนนจะถูกประกาศหลังจากที่ท่านประธานได้ร้องขอให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติในแต่ละวาระ โดยผลการนับคะแนนจะเป็นผลการนับคะแนนรวมจากผู้ถือหุ้นที่มาด้วยตนเอง ผู้รับมอบฉันทะที่ได้รับสิทธิให้ลงคะแนนแทน แล้วก็ยังรวมไปถึงกรณีที่ผู้มอบฉันทะระบุคะแนนไว้ล่วงหน้าผ่านทางผู้รับมอบฉันทะค่ะ ในกรณีที่ผลการลงคะแนนเท่ากัน ถ้าเกิดกรณีนี้ขึ้นมานะคะ ท่านประธานก็จะทำการโหวตเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเพื่อเป็นการชี้ขาด และสำหรับเงื่อนไขในการอนุมัติในแต่ละวาระ สำหรับวันนี้มีดังนี้ค่ะ จะมีวาระที่หนึ่งกับวาระที่สองนะคะ ที่เป็นวาระแจ้งเพื่อทราบ เพราะฉะนั้นสองวาระนี้ไม่มีการโหวต ส่วนวาระที่สาม สี่ ห้า และเจ็ด สี่วาระนี้จะต้องได้รับการอนุมัติเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้น ซึ่งมาประชุมและออกเสียงลงคะแนน โดยจะไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียงเป็นฐานในการนับคะแนนค่ะ ส่วนวาระที่หก จะต้องได้รับการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม โดยนับผู้ที่งดออกเสียงเป็นฐานในการนับคะแนน ทุกท่านคะ ขออนุญาตแจ้งนะคะ ว่ามีสิ่งที่ผู้ถือหุ้นทุกท่านพึงระวัง การลงคะแนนในลักษณะดังต่อไปนี้จะถือว่าเป็นการลงคะแนนที่เป็นโมฆะ กรณีที่หนึ่ง บัตรลงคะแนนที่มีการทำเครื่องหมายเกินกว่าหนึ่งช่อง กรณีที่สอง บัตรลงคะแนนที่มีการออกเสียงโดยแสดงเจตนาขัดกัน กรณีที่สามค่ะ บัตรลงคะแนนที่มีการขีดฆ่าและไม่มีลายมือชื่อกำกับ และกรณีที่สี่ บัตรลงคะแนนที่ลงคะแนนเสียงเกินกว่าเสียงที่มีอยู่ ทั้งสี่กรณีนี้จะถือว่าการลงคะแนนดังกล่าวเป็นโมฆะ ส่วนในกรณีที่ท่านผู้ถือหุ้นต้องการแก้ไขการออกเสียงลงคะแนน โปรดขีดฆ่าของเดิมและลงชื่อกำกับด้วยทุกครั้ง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่ดีแล้ว บริษัทขอเรียนเชิญตัวแทนจากบริษัท ฮันตัน แอนดรูว์ เคิร์ท ไทยแลนด์ จำกัด มาร่วมตรวจสอบในการนับคะแนนด้วยนะคะ และนอกจากนี้ค่ะ จะขออาสาสมัครจากท่านผู้เข้าร่วมหนึ่งท่าน มาเป็นสักขีพยานในการนับคะแนนด้วย ขอความกรุณายกมือแจ้งชื่อนามสกุลได้เลยค่ะ และสุดท้ายขอให้ท่านผู้เข้าร่วมการประชุมที่ประสงค์จะลงคะแนนในบัตรลงคะแนน เราย้ำนะคะ กรุณาลงชื่อด้วยปากกาก่อนทุกครั้งค่ะ ลงลายมือชื่อด้วยปากกา ในช่วงนี้ขอนำทุกท่านเข้าสู่การประชุมวาระที่หนึ่งค่ะ วาระที่หนึ่ง เรื่องที่ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีอีโอ แจ้งให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นทราบ ดิฉันขอเรียนเชิญคุณมีชัย วิรวัยทยะ กล่าวเปิดการประชุมค่ะ เรียนเชิญค่ะ ขอบคุณครับ ขอสวัสดีอีกครั้งหนึ่งนะครับ เรียนท่านผู้ถือหุ้น ผู้ร่วมงาน ลูกค้า และผู้บริการที่เคารพทุกท่านครับ ผมเข้าใจว่าวันนี้ท่านจะกลับบ้านไปด้วยความสุขสบาย เพราะว่าวันนี้มีแต่ข่าวดีนะครับ สิ่งที่ท่านหวังว่าจะเห็นก็คือว่าบริษัทเราก้าวหน้านะครับ ก็อยากจะเรียนให้ทราบสั้นๆ ก่อนที่คุณวิเวกจะลงในรายละเอียดนะครับ ก็คือว่าปี 2566 เป็นปีที่สำคัญสำหรับบริษัทครับ แล้วก็เราสามารถกลายเป็นผู้ที่เล่นที่สำคัญนะครับ ในการดูแลสุขภาพตลอดจนสิ่งที่เราดำเนินการอยู่ทั้งหมดนะครับ จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่มีพนักงาน 2 คน 3 คน เครื่องจักร 2-3 เครื่อง พนักงานไม่กี่คนครับ จนกลายเป็นพนักงาน 5,500 คน แล้วก็ดำเนินไปด้วยดีนะครับ ก็บอกได้เลยครับ เป็นบริษัทที่สามารถช่วยเหลือในสิ่งต่างๆ ที่สังคมต้องการ แล้วเน้นในเรื่องของความดูแลสุขภาพโดยไม่ต้องพึ่งหมอให้มาก ยังไม่ต้องพึ่งยาให้มาก ให้พึ่งตนเองให้มากที่สุดจากเรานะครับ บริษัทมีความสำคัญในเรื่องสิ่งต่างๆ ที่ทำให้คนมีความไว้วางใจ ท่านคงจะเห็นว่าในโฆษณาในโทรทัศน์นี่เริ่มมีอะไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเรามากขึ้นนะครับ ขอเรียนด้วยว่าบริษัทเรามีกระแสเงินสดที่แข็งแรงครับ มีกลยุทธ์ทางการเงินที่เข้มแข็ง เพราะฉะนั้นท่านจะไว้ใจได้ครับ แล้วด้วยความสำคัญในเรื่องของการดูแลพนักงาน เราจะเน้นในทุกเรื่องที่เป็นสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคงยั่งยืนของงานพนักงานครับ สิ่งแวดล้อม ความเสมอภาคต่างๆ นานาครับ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่เราให้ความสำคัญมากก็คือการดูแลโรคที่ไม่ติดต่อครับ แล้วก็ต้องการให้ทุกคนได้รับความเข้าใจ แล้วก็ได้รับการดูแล ก็ขอเรียนว่าบริษัทมีกรรมการที่ไว้ใจได้ที่คุ้มค่า แล้วก็ทุกคนก็อยากจะทำอะไรให้ดีขึ้น แล้วสิ่งที่เราพยายามที่จะทำต่อไปนะครับ ก็เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสัจธรรม เรื่องกรีนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ได้รับอันดับเป็นบริษัทธรรมาภิบาลระดับสูงนะครับ ก็เป็นสิ่งที่ดี แล้วก็ตอนนี้เราจะพยายามทำเรื่องการกระจายความช่วยเหลือไปสู่ชนบทสำหรับผู้สูงอายุที่ยากจนแล้วขาดรายได้แล้วก็ขาดอาหารคุณภาพไม่ดีนะครับ ร่วมกันกับชุมชนในชนบท ซึ่งถ้าเราทำได้แล้ว ร่วมกับวัดมี 40,000 แห่ง โรงพยาบาลอำเภอมี 700 แห่ง โรงพยาบาลตำบลมี 7,000 แห่ง ก็จะทำให้คนที่อยู่ปลายทางได้รับความรู้ ซึ่งเป็นความรู้ที่จะได้มาจากเมกะของเรานะครับ ก็เลยอยากจะเรียนให้ทราบว่าสิ่งที่เราจะทำต่อไปนั้น นอกจากเป็นเรื่องของธุรกิจแล้ว เป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยนะครับ แล้วก็ขณะนี้ก็อยากจะเรียนว่าเราพร้อมแล้วที่จะให้คุณวิเวกชี้แจงในเรื่องต่อไปครับ ขอขอบคุณทุกท่านครับ ค่ะ ขอเรียนเชิญคุณวิเวก ดาวัลย์ค่ะ ขอบคุณครับ ท่านประธานแล้วก็กรรมการทุกท่าน ผู้ถือหุ้นที่มาร่วมงานวันนี้ครับ ขอขอบคุณมากที่ติดตามผลงานเราตลอดครับ ทุกคนทราบว่าปี 2022 เป็นปีที่เราได้ยอดขายที่ระเบิดกว่าปกติครับ เพราะว่าโควิดมาช่วยธุรกิจเราในส่วนหนึ่งนะครับ แล้วก็ 2023 ผลงานเราอาจจะถ้าเทียบกับ 2022 อาจจะไม่ได้ตามที่ทุกคนหวัง แต่ผมคิดว่าเราก็ยังทำได้ดีนะครับ ทำได้ดีโดยโควิดก็ไม่ได้ช่วยแล้ว แล้วก็ไม่ได้มีซิงค์ที่คนเรากินเพื่อครัวทางด้านโควิด แล้วก็กินเพื่อป้องกันอาจจะดูแลสุขภาพช่วงโควิดนะครับ และอันนี้มันเรียกว่าแสดงความแข็งแกร่งของบริษัทแล้วก็ธุรกิจที่เราทำอยู่ในทุก category ไม่ว่าจะพวกวิตามิน เรียกว่าอาหารเพื่อสุขภาพ บางคนเรียกว่าเป็น complementary medicine เป็นยา แต่ยาที่มีผลต่อสุขภาพที่ไม่ใช่ออกฤทธิ์เหมือนยา แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเราก็ขายยาด้วย ยาที่หมอจ่ายภายใต้หมอด้วยครับ วันนี้เราก็ค่อยๆ เพิ่มเปอร์เซ็นต์ในจำนวนที่เราลงสินค้าในแต่ละประเทศ ถ้าดูธุรกิจเมกะตั้งแต่ต้น ตอนนี้อาจจะยาอย่างเดียวนะครับที่ขายในโรงพยาบาล หมอจ่ายก็น่าจะประมาณ 30% แล้ว แล้วก็อีกอันหนึ่งยาสามวันที่เรากินเองใช้เองเพื่อโรคไม่ร้ายแรง ก็มีอีกหลาย product ครับ ตั้งแต่ Golden Laurel Zinc ก็มีอีกหลายตัว นี่ก็ประมาณ 10% แล้วก็ที่เหลืออยู่ก็เรียกว่าอาหารสมุนไพร สารสกัด สินค้าอื่นๆ ที่เรากินเพื่อสุขภาพประมาณ 60% แล้วก็เราไม่ได้ขายเฉพาะในเมืองไทย เราขายในประมาณ 33 ประเทศทั่วโลกนะครับ เลยอาจจะบางอย่างก็มีปัญหาที่เราเจอในปีที่ผ่านมา อันแรกถ้าทุกคนกังวลเรื่องค่าเงินในไนจีเรีย คราวนี้มันก็เป็นขึ้นมาแค่ครั้งเดียวว่าประเทศเปลี่ยนระบบแล้วก็เปลี่ยนค่าเงินที่เราใช้มาเปลี่ยนมาเป็นเกือบสองเท่า เลยเห็นมี effect loss เกิดขึ้น เลยทำให้ผลที่ไม่ไปถึงตามที่เราคิดวางแผนไว้แล้วนะครับ แต่วันนี้ก็เขาก็เปลี่ยนระบบแล้ว ตอนนี้ค่าเงินที่แบงก์จ่ายกับที่ซื้อในสำหรับส่งโอนเงินก็เท่ากันแล้ว เราก็คิดว่าไม่น่าจะมีเกิดขึ้นอีก อันนี้เป็นเรื่องไนจีเรีย แต่ธุรกิจในประเทศนั้นเราก็อยู่มานานแล้วครับ เราก็มีคนบุคลากรประมาณ 200 ล้านคนนะครับ เราคิดว่าอนาคตในประเทศก็ยังมีอยู่ ถ้าเรามองระยะยาว แค่มองสั้นๆ ไม่ได้ ถ้ามองระยะยาวก็น่าจะมีโอกาสที่เราลงทุนในแอฟริกา เพราะว่าเมกะอยู่ในแอฟริกาเกือบทุกประเทศ เรียกว่าแอฟริกาซับซาฮารัน แอฟริกาครับ แอฟริกาตะวันออก ที่ตั้งแต่เริ่มจากเอธิโอเปียลงมาถึงกานาเลยครับ เราก็มีเกือบ 8-9 ประเทศที่เรามีทีมงานพร้อม แล้วก็มีแบรนด์ที่เราขายเองอยู่ครับนะครับ ที่แอฟริกา ถ้าเราเข้าไปเราก็เจอเมกะวีแก บางคนถ้าเดินทางก็ซื้อซิงค์หลายตัวที่เราใช้ในประเทศก็ซื้อในแอฟริกาก็ได้ครับ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่อยากจะรายงานให้ทุกคนทราบว่าการเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นจากอะไรในปีนี้ แล้วก็เราหวังว่าปีต่อไปไม่น่าจะมีเกิดต่ออีกนะครับ แล้วก็ตามแผนเราที่เราคุยกับผู้ถือหุ้นมาแล้ว เรา strategic plan ที่เราวาง วางไปแล้วตั้งแต่ 2019 กำไรเราอยู่ที่ประมาณ ฿1,200 ล้าน เรามีแผนว่าภายใน 2025 เราจะ double สองเท่ากับ ฿1,200 ล้าน เราน่าจะถึง ฿2,400 ล้านในปี 2025 นะครับ อันนี้ก็ยังไปตามแผนอยู่นะครับ แค่ปีที่ผ่านมาก็มีปัญหาที่เล็กน้อยที่เกิดขึ้นจากค่าเงินนะครับที่ไนจีเรีย นอกจากอันนี้ทุกคนน่าจะกังวลเรื่องพม่า เพราะว่าพม่าเป็นประเทศหนึ่งเขาวางเยอะ วางลงทุนไปเยอะด้วย เพราะว่าเรามองอนาคตได้ พม่าเราก็อยู่มานานแล้วด้วย 30 กว่าปี แต่นี่เป็นเรื่องจริงครับที่เราทำอะไรไม่ได้ แต่ถามว่าเรื่องยาที่ขายในพม่ายังติดตลาด ยังขายได้ ยาก็ยังมีอะไรที่จำเป็นที่เราขายอยู่ เพราะซิงค์ส่วนใหญ่ก็เป็นเรียกว่าเป็น generic product ยาที่เราใช้สำหรับโรคต่างๆ นะครับ แล้วก็บุคลากรที่ 2-3% ก็ยังมีเงินซื้อซิงค์ได้ แต่มันแค่อาจจะบาง area เราก็ทำอะไรไม่ได้ที่การเอาเงินเอาสินค้าเข้าไปในประเทศมันจะยากขึ้นหน่อย แต่มันอนาคตสำหรับโตขยายธุรกิจในพม่าจะยากขึ้นนิดนึง แต่ว่าเราหวังว่าถ้าเรายังทำงานได้ต่อเนื่อง เราก็ยังมีโอกาสในอนาคต แต่นอกจากพม่าเราก็ยังทำธุรกิจในอินโดนีเซีย ที่ทุกท่านทราบที่ตามติดตามผลงานเมกะอยู่ เราก็ลงทุนในอินโดนีเซีย สร้างโรงงานที่อินโดนีเซีย ตอนนี้เพิ่มลงทุนเพิ่มขยายโรงงานในอินโดนีเซียครับ เพิ่งเริ่มก่อสร้างต่อแล้ว เพราะว่าโรงงานเรามีอยู่แล้ว แล้วก็เราก็ขายซิงค์อยู่แล้ว แล้วก็เรานำเข้าซิงค์ยาไปด้วย เพราะตามกฎหมายอินโดนีเซีย ต้องผลิตในอินโดนีเซียนะครับ ยาที่ผลิตได้ เพราะว่ากฎหมายการซื้อสินค้าก็ต้องผลิตในประเทศ อย่างงั้นเราหวังว่าในอนาคตภายใน 3-5 ปี อันนี้เป็นน่าจะส่วนหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้เมกะด้วย นอกจากอินโดนีเซียก็มีเวียดนามด้วย เรากรรมการเราประมาณคิดว่าน่าจะสาม แต่มาก่อนก็ขออนุญาตให้เราลงทุนในเวียดนาม ที่เราให้ผู้ถือหุ้นทราบว่าเราจะมีแผนงานในลงทุนในเวียดนามด้วย สร้างโรงงานในเวียดนามเพื่ออยู่ในธุรกิจยา เพราะว่าเรามีธุรกิจยาในเวียดนามตั้งนานแล้วครับ มันก็เรียกว่าตลาดที่สอง รองลงมาจากเมืองไทย พม่าเป็นตลาดใหญ่สำหรับเมกะ เพราะว่าเราอยู่ที่นั่นมา 30 กว่าปีแล้ว แล้วก็เราเป็นน่าจะมีแบรนด์ มีซิงค์ที่ติดตลาดอยู่ด้วย เรามองอนาคตของเวียดนาม แล้วก็บุคลากรในเวียดนาม 100 ล้านกว่าคน แล้วก็เราคิดว่ามันจำเป็นต้องลงทุน แล้วก็สร้างโรงงานในเวียดนาม ตอนนี้อยู่ในระหว่างการเจรจายังไม่ตัดสินใจว่าจะที่ที่เราจองไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เริ่ม finalize คิดว่าภายในไตรมาสที่สองเราน่าจะรู้ผลนะครับสำหรับเวียดนาม นอกจากอันนี้ครับ มีอีกหลายเรื่องที่เราทำอยู่ตามบริษัทที่เมื่อกี้เราเล่า ท่านประธานก็เล่าเรื่องไฮไลท์ไว้แล้ว ESG เราได้ MSCI เราเข้า THSI เพราะว่าเราเข้าทุกเกณฑ์แล้วก็ระดับที่เราลงทุนในการพัฒนา ไม่ว่าจะโซลาร์ ไม่ว่าจะระบบ เราก็ทำทุกอย่างเพื่อสอดคล้องกับทางธุรกิจเราได้ก้าวหน้า แล้วก็ทำเพื่อสังคมด้วยครับ นอกทุกคนทราบเรื่อง Wellness We Care เรามีศูนย์สุขภาพด้วยที่เราสอนแต่ละคนมาดูแลสุขภาพตัวเอง นอกจากว่าเรากินยามีให้โรคต่างๆ ที่เข้ามาอยู่ตามอายุครับ แล้วก็ตามสุขภาพที่เราดูแล เราก็มีอาจารย์หมอก็สอน สอนหมอด้วยเพื่อเรารับ แล้วก็ดูแลเรียกว่า Good Health by Yourself เป็นโปรแกรมนึงที่เราร่วมกับ Ministry of Health เพื่อสอนหมอให้เรียนรู้ด้วยว่าการวิธีการดูแลสุขภาพนอกจากทานยาด้วย ก็มีอีกหลาย activity ที่เราทำอยู่ เรื่องแพลตฟอร์มเพิ่ง launch ไปแอปในพม่า เรื่อง diabetic ด้วย โรคเบาหวาน โรคเรื่องแม่กับลูกก็ลงให้เขาดูแลสุขภาพตอนก่อนคลอดลูก ก่อนที่เขาก็ตั้งใจว่าจะมีขยายครอบครัวเขาด้วย ช่วยหมอไปดูแลผู้ป่วยให้ด้วย เราทำอยู่ในหลายๆ area ครับ เพื่อ Digital Expansion ไม่ใช่แค่ลงในโฆษณาในดิจิทัล ไม่ครับ เราใช้ดิจิทัลเพื่อช่วยคนที่มีโรคต่างๆ เขาจะดูแลสุขภาพตัวเอง หาข้อมูลได้ด้วยนะครับ มีอีกหลาย area ที่เมกะทำธุรกิจแล้วก็ช่วยทั้งผู้ป่วยกับผู้ที่เป็นลูกค้าเรากับหมอที่เราทำงานร่วมกันมาด้วย เพื่อเขาดูแลคนไข้ได้ในระดับที่เรียกว่าระดับโลกครับ ระดับที่ตามติดตามผลงานได้ เก็บข้อมูลได้ หาข้อมูลได้ถูกต้องนะครับ มีอีก area พวกนี้ที่เราทำอยู่ สำหรับผม ผมก็มีรายงานประมาณแค่นี้ครับ น่าจะวาระต่อไปมีจะเห็นมีการรายงานผลงานที่ผ่านมาของปีที่แล้ว แล้วก็คำถามอะไรต่อไป เราจะน่าจะมีเวลาที่ท่านก็อยากจะมีคำถามอยู่ หลังจากเขาจบแล้วเราจะมีคำถามตอบให้ได้นะครับ ขออนุญาตให้ผมจบตรงนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ ค่ะ ท่านผู้ถือหุ้นมีคำถามสอบถามในวาระนี้หรือไม่คะ ถ้ามีเชิญได้เลยนะคะ ในการสอบถามทุกครั้งค่ะ ขอความกรุณาทุกท่านชี้แจงต่อที่ประชุมนะคะ ท่านชื่อนามสกุลอะไร เป็นผู้ถือหุ้นมาด้วยตนเองหรือว่าเป็นผู้รับมอบฉันทะ และที่สำคัญค่ะ ขอความกรุณาสอบถามให้ตรงกับวาระของการประชุมด้วยนะคะ มีไหมคะ คำถามสำหรับวาระที่หนึ่ง ไม่มีแล้วนะคะ ถ้าไม่มีขออนุญาตไปที่วาระที่สองค่ะ วาระที่สอง รับทราบรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 วาระนี้เป็นวาระแจ้งเพื่อทราบนะคะ จะไม่มีการลงคะแนน ทางบริษัทได้จัดทำและนำส่งแบบ 56-1 One Report ประจำปี 2566 หรือรายงานประจำปีให้แก่ผู้ถือหุ้น พร้อมกับหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นในรูปแบบรหัส QR แล้ว และได้เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของบริษัทเรียบร้อยแล้วค่ะ นอกจากการส่งมอบบริการและสินค้าที่ดี มีคุณภาพต่อลูกค้าและผู้บริโภคแล้ว บริษัทยังคงตระหนักถึงความยั่งยืนขององค์กรและการดำเนินการภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สะท้อนผ่านรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ ดังนี้ หนึ่ง บริษัทได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการในเกณฑ์ดีเลิศหรือว่า 5 ดาว Excellent CG Scoring จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยหรือ IOD ค่ะ สอง บริษัทได้รับการประกาศชื่ออยู่ในหุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง และนอกจากนี้บริษัทได้ผ่านการรับรองสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตในปี 2566 ด้วยค่ะ บริษัทได้กำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในบริษัท โดยได้สื่อสารให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานรับทราบและถือปฏิบัติ พร้อมทั้งเปิดเผยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทและรายงานประจำปี รวมทั้งกำหนดแนวทางในการประพฤติปฏิบัติที่เหมาะสมของกรรมการผู้บริหาร พนักงานไว้ในจรรยาบรรณบริษัทด้วย ไม่ทราบว่ามีท่านผู้ถือหุ้นท่านใดมีคำถามสอบถามหรือไม่คะ ถ้ามีเชิญได้เลยค่ะ มีไหมคะ สำหรับวาระที่สอง ไม่มีแล้วนะคะ ถ้าไม่มีขอนำที่ประชุมไปสู่วาระถัดไปค่ะ วาระที่สาม พิจารณาและอนุมัติงบแสดงฐานะการเงินและกำไรขาดทุนของบริษัท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 วาระนี้จะต้องได้รับการอนุมัติด้วยเสียงข้างมาก จากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนน ซึ่งจะไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียงค่ะ ในวาระนี้ขอเรียนเชิญคุณสุจินตนา บุญวรพัฒน์ค่ะ ค่ะ สวัสดีค่ะ ท่านผู้ถือหุ้นทุกท่านนะคะ ในวาระนี้นะคะ ทางบริษัทขอเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัตินะคะ งบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุนของบริษัท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ค่ะ ซึ่งผ่านการตรวจสอบโดยบริษัท KPMG ภูมิชัย สอบบัญชี จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และผ่านการสอบทานจากคณะกรรมการตรวจสอบแล้วค่ะ มาดูในส่วนของสรุปสาระสำคัญของงบการเงินนะคะ และงบกำไรขาดทุนของบริษัทค่ะ ในส่วนของสินทรัพย์นะคะ สินทรัพย์รวมอยู่ที่ ฿14,114.9 ล้าน นะคะ หนี้สินรวมอยู่ที่ ฿4,812.7 ล้าน ค่ะ และในส่วนของผู้ถือหุ้นรวมนะคะ ฿9,302.2 ล้าน นะคะ ในส่วนของรายได้นะคะ ในปี 2566 นะคะ อยู่ที่ ฿15,776.3 ล้าน นะคะ ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้วนะคะ กำไรสุทธิของบริษัทนะคะ สำหรับปี 2566 นะคะ อยู่ที่ ฿1,992.6 ล้าน นะคะ ลดลงประมาณ 11% นะคะ กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ ฿2.29 ต่อหุ้น ค่ะ ไม่ทราบมีผู้ถือหุ้นท่านใดมีคำถามสอบถามในวาระนี้หรือไม่คะ ถ้ามีเรียนเชิญค่ะ รอเจ้าหน้าที่สักครู่นะคะ ขอความกรุณาแจ้งชื่อนามสกุลพร้อมบอกด้วยนะคะ ท่านเป็นผู้ถือหุ้นมาด้วยตนเอง หรือเป็นผู้รับมอบฉันทะค่ะ เชิญค่ะ ดิฉันบุษกร งานพสุธาดลนะคะ ผู้ถือหุ้นมาประชุมด้วยตนเองค่ะ จะขอสอบถามว่าในส่วนของปีนี้ค่ะ ในขณะที่รายได้ของเราค่อนข้างจะไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากนะคะ แล้วก็ Gross Profit Margin เพิ่มขึ้น แต่ว่า Net Profit Margin กลับลดลง ทีนี้อยากทราบว่าสาเหตุที่ Net Profit Margin ลดลงสาเหตุเกิดจากอะไรเป็นหลักค่ะ แล้วก็เราได้มีการ Action หรือแก้ไขตรงจุดนี้ยังไงค่ะ ขอบคุณค่ะ คุณน้าจะค่ะ อธิบายต่อเปล่าครับ เพราะว่าอันหนึ่งต้องดู เดี๋ยวผมจะแค่อธิบายนิดหนึ่งครับ มันเรามีสองธุรกิจนะครับ Max Care กับแบรนด์ ต้องดูธุรกิจแยกออก แบรนด์ก็ยังโตอยู่นะครับ แค่ 2023 แบรนด์ไม่ได้โตมาก เพราะว่าเราโตในสองปีช่วงโควิด อันนี้เป็นผิดปกติครับ ปกติเราก็โตแค่ 7% 8% ที่โตธุรกิจเรา แบรนด์เองเราโตเยอะมากใน 2021 2022 ที่เราไม่ได้คาดหวังไปด้วยครับ ไม่ได้อยู่ในแพลน อย่างงั้นถามว่ามันกำไรที่เข้ามาไม่ได้เป็นปกติครับ นะครับ และทุกปีเราก็มี Growth มันไม่น่าจะน้อยกว่า Single High Digit หกถึงแปดถึงสิบ ประมาณ 10% อันนั้นถ้าเราแยกออกกันที่สอง Max Care เป็น Distribution Business ที่มีผลกระทบเกิดขึ้นจากพม่า ที่เราทุกคนทราบ Major Distribution มันมาจากพม่าครับ อย่างงั้นถ้าเราดูยอดขายมันจะมาจากสองส่วน แต่แบรนด์ยังโตอยู่ กำไรส่วนใหญ่มันมาจากแบรนด์เองเราน่ะ นะครับ อย่างงั้นเปอร์เซ็นต์ถ้าเราดู Gross Margin มันก็โตอยู่ครับ อย่างงั้นเราจะทำกำไร 2,200 กว่าล้านบาทในปี 2022 มันไม่ได้ เพราะว่าตามแพลนเราก็มีแค่ 2,400 ในปี 2025 นะครับ แต่ว่าเราได้ใกล้เคียงกับ 2,400 ในปี 2022 สามปีก่อนเลยนะครับ อันนี้เรียกว่าเป็น Extra Exceptional Profit นะครับ ถ้าเรามองดูช่วงโควิด แต่ว่าปีนี้ที่เราพูดถึง 2023 ถ้าเรา Adjust ตัดออกที่ค่าเงินเสียหายในไนจีเรีย เราก็อยู่ใกล้เคียงกับ 2022 อย่างงั้นเราสถิติว่าผลงานมันก็ดีนะครับ เรื่องรายละเอียดเดี๋ยวให้คุณนาอธิบายหน่อยนิดหนึ่ง นากับทีมงานบัญชีเดี๋ยวเรื่อง Gross Profit Gross Margin เขาจะอธิบายให้ แต่ผมคิดว่าถ้าเรามองอย่างนี้เราจะเห็นชัด Gross Profit เราไม่ลดลงมันก็โตอยู่นะครับ นะครับ ให้คุณนาอธิบายต่อไหมครับคุณนา ค่ะ เดี๋ยวจะอธิบายในส่วนของที่คำถามเมื่อสักครู่ก็คือ อย่างปี 2022 ค่ะ รายได้ของเราจะโตมากเป็นพิเศษ เนื่องจากว่าโควิด อันนี้ก็จะช่วยในส่วนนี้เราได้นะคะ ในปี 2023 ถ้าดูจากส่วนของรายได้ เราก็ยังรักษาระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้วได้ เพียงแต่ว่าในส่วนที่คุณถามในส่วนของ Net Profit Margin ค่ะ อันนี้จะเป็นในส่วนของ One Time ที่เป็น Forex Loss ค่ะ ในส่วนของส่วนใหญ่จะเป็นของไนจีเรีย เพราะจริงๆ แล้วตัวขาดทุนที่แสดงอยู่ในงบการเงินค่ะ มันจะเป็นในส่วนของโดยหลักก็จะมีไนจีเรียกับเมียนมา ซึ่งในเมียนมา มันเป็นส่วนที่เราบันทึกบัญชีค่ะว่าในส่วนของรายได้กับตัว Gross Margin เราบันทึกสูงขึ้นแล้วก็มาบันทึกในส่วนของ Loss ซึ่งตรงนี้ในส่วนการจัดการของส่วน Loss ในประเทศไนจีเรียเราก็มีการปรับเรื่องราคาสินค้าเพิ่มขึ้นนะคะ ทยอยปรับขึ้นตั้งแต่ช่วงประมาณกลางปีที่แล้วที่เรารับรู้ในส่วนของ One Time Loss ตรงนี้ไปแล้ว ซึ่งในอนาคตในส่วนนี้ก็จะ Impact น้อยลงแล้ว หรืออาจจะไม่ Impact นะคะ ตรงนี้เราก็มีการจัดการในเรื่องนี้แล้วนะคะ ค่ะ ถ้าอย่างงั้นดิฉันขอถามเพิ่มนะคะ ว่าพอจะสรุปได้ไหมคะว่า Before COVID กับ After COVID การเติบโตของบริษัทในแต่ละช่องทางของแต่ละ Portfolio ของบริษัทนะคะ มันมีการเติบโตเปลี่ยนแปลงไหม หรือเปลี่ยนแปลงยังไง แล้วก็ในตัวของ Product ระหว่าง COVID กับหลัง COVID มันมีการเปลี่ยนแปลงไหมคะ แล้วก็บริษัทก็มีการขยายงานตลอดเวลาใช่ไหมคะ คืออยากทราบว่าในการที่เนื่องจากว่าปี 2023 คุณบอกว่าคุณ Loss เพราะไนจีเรีย ทีนี้อยากจะรู้ว่าในเมื่อ Loss ตรงนั้นแล้ว ในการที่บริษัทขยายงาน บริษัทมีการขยายงานแล้วมีการเติบโตของการขยายงานเพิ่มขึ้นยังไง เป็นสัดส่วนยังไง ดิฉันถามเพราะว่าเวลาที่ดิฉันมาประชุม มาลงทะเบียน เอกสารทางคุณหมด ไม่มีให้ เอกสารที่โชว์ตรงนี้ก็ไม่ชัด คือดิฉันมองไม่เห็นเลยคะว่าเป็นยังไงนะคะ เพราะว่าก็เลยดู Detail ไม่ได้คะ ก็เลยขอสอบถามเพิ่มคะ ค่ะ ยังไงในเรื่องของเอกสารก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ในส่วนของรายงานประจำปี แต่เรามีสำรองมา แต่อาจจะไม่เพียงพอนะคะ ก็ต้องขอโทษท่านผู้ถือหุ้นด้วยนะคะ ในส่วนของการเติบโตของตัวบริษัทค่ะ เราก็มีการลงทุนอย่างที่คุณวิเวกได้กล่าวไปค่ะว่า เราได้มีขยายการลงทุนนะคะ ในส่วนของอินโดนีเซียนะคะ แล้วก็ในเวียดนามด้วยนะคะ ซึ่งเราก็ยังมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องนะคะ ในส่วนของ Business ของบริษัทนะคะ เรื่องการเติบโตค่ะ ถ้าดูจากสิ่งที่เราตั้งเป้าเอาไว้ค่ะ ทุกห้าปีเราจะมีการตั้งเป้าในการเติบโต Bottom Line นะคะ Double Bottom Line นะคะ ซึ่งตั้งแต่ปี 2014 มาถึงปี 2019 นี้ เราก็ Double ไปแล้วรอบหนึ่งนะคะ แล้วก็ในรอบถัดไปนี้ ก็ที่คุณวิเวกกล่าวไปค่ะว่า ปี 2025 เรา Double แน่นอนอีกรอบหนึ่ง ซึ่งอันนี้เราจะมีการตั้งเป้า Target การเติบโตในระยะยาวอยู่แล้วนะคะว่า เราจะ Double ทุกห้าถึงเจ็ดปีนะคะ และรอบต่อไปก็น่าจะเป็นปี 2030 นะคะ ตรงนี้เรามีการตั้งเป้าอยู่ แล้วก็ในแต่ละปีเราก็จะมีการตั้งเป้าการเติบโตอยู่แล้วค่ะ ว่าจะเติบโตอยู่ Mid Single Digit หรือ High Single Digit นะคะ ตอบคำถามครบครับ เราทำ Strategic Plan ทุกห้าปีครับ แล้วก็ตอนนี้ก็ยังอยู่ในระหว่างการทำที่สอง สำหรับ 2030 แต่ว่าไม่ได้ว่าเราก็หยุด เราก็รอทำอีก เราก็ตอนนี้ทำอยู่ ลงทุนในการสร้างโรงงาน การทำ Product ใหม่ ๆ ก็ทำอยู่ แล้วก็เราก็มองประเทศต่าง ๆ ก็โตอยู่ด้วย เพราะว่าในเวลาที่เรามองแต่ละประเทศ เวียดนามเมื่อก่อน ตอนที่ผมเข้าไปเวียดนาม ตอนนั้นมันก็ขายอยู่ $100 million ตลาดก็แค่ $100 million ถ้าดูสามสิบปีที่แล้ว ตอนนี้ $3-4 billion แล้วครับ ตลาดเวียดนาม ในเวลาสามสิบปีตั้งแต่เราเข้าไป ผมเข้าไปเวียดนาม 1993 ดูตอนนี้ 2023 สามสิบปี ถ้าถือว่าอีกสามสิบปีจะเวียดนามเป็นยังไง อาจจะ double ไหม น่าจะ $3-4 billion ก็น่าจะ $8-9 billion ตอนนี้อยู่ที่ว่าเรามันทำได้แค่ไหน เราอยู่ใน Product Category ไหนบ้าง เราก็อยู่ในยาด้วย เราทำ Over the Counter ด้วย ยาสามัญด้วย OTC ยาประจำ ยาที่หมอจ่าย เราก็มีหลาย Category หรอก ยามะเร็ง ยา MAP ยาอินซูลิน Diabetic เบาหวาน เราก็เล่นในหลาย ๆ Area ครับ เรามี Sync หลายตัวที่เราพัฒนาอยู่นะครับ เราทำ Consumer Health ด้วย ที่ถามว่า After Covid ช่วง Covid ก็มีเรียกว่าเป็น Extra Growth แต่ว่า Product อันนั้น ไม่ได้โตอยู่ แต่มันโต มัน Extra ตอนนี้ลดลง เหลืออยู่มันตามปกติครับ ไม่ได้ลดลงหายไปเลย มันก็เรียกว่าดีขึ้น แต่ว่าไม่ได้ลดลงเป็นศูนย์ Product พวกนี้ที่เรียกว่า Vitamin C Vitamin D Zinc, Chromium อันนี้เป็นเรียกว่า Covid Related Product แต่ Mega ไม่ได้ Launch Sync เพราะเฉพาะสำหรับ Covid น้อยมาก บางคนอาจจะทำธุรกิจเพราะว่า Covid มาเลยทำ แต่ Mega มันทำมานานแล้ว ช่วงนี้เราก็ได้ Bump ขึ้นมานะครับ แล้วก็กลับมาลดลง เพราะว่าคนที่ใช้อยู่ก็น้อยลง อาจจะไม่ได้น้อยลงเท่าเดิม มันก็มี Growth อยู่ ถ้าเราดู Growth ปกติก็ยังธุรกิจเราก็ Growth อยู่ปกติครับ 7% 6-7% ทุก Category ที่เราเล่นอยู่ทุก Area ก็มี Growth อยู่นะครับ ยังมีในเมืองไทย อินโด กัมพูชา เวียดนาม แต่ว่าช่วงนั้นสองปีมันเรียกว่า Product ที่ประมาณ 20% ของยอดขายในแบรนด์เราประมาณ 16% มัน Growth Rate ตอนนี้ Growth Rate ลดลง ตอนนี้ Growth อันนั้นลดลง ไม่ใช่ 26% แล้ว ลดลงเหลืออยู่อาจจะ 6% ตอนนี้มันเรียกว่า Extra Growth แค่นี้ครับ เรียกว่า Adjusted ถ้าไม่ใช่เราก็ไม่ได้กำไรที่เราพูดถึงว่า 2023 เป็นไปไม่ได้ เราได้กำไร ฿2.2 billion ถ้าเราไม่มีปัญหาเรื่องค่าเงินในไนจีเรีย อันนี้เป็น One Time เพราะว่ารัฐบาลวันหนึ่งตื่นเช้าก็เปลี่ยน Rate ไปแล้ว จาก 400 เปลี่ยนเป็น 750 เราทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าเราปรับอะไรไม่ได้ ปกติเรารู้ว่า Rate อันนี้เปลี่ยนอยู่แล้วก็ตั้งราคาที่ขายตาม Rate ในตลาด แต่นี่เป็น One Night Overnight ที่ก็เปลี่ยนปรับ Correction of Country เปลี่ยน แต่ตอนนี้เขาไม่เปลี่ยนแล้ว เขาก็ตอนนี้ใช้ Rate ที่แบงก์แล้ว อันนี้เป็นประกาศ เราอ่าน Google ในที่แล้วก็เห็นเลย เขาก็มี Rate Fix จากแบงก์ต่างกัน ระหว่างแบงก์กันนี้น้อยอยู่ แล้วก็โอกาสที่จะเป็นอีกมันน้อยอยู่ แต่เรา Guarantee ไม่ได้ เหมือนต้มยำกุ้งมาเราก็ 40 บาทเปลี่ยนเป็น 56 ถ้าคุณมี Dollar Loan คุณก็ได้เปลี่ยนได้โชคดีครับ แต่เราไม่มี พอดีเราไม่มี แต่เราก็เล่นแบบเราก็ตั้งราคาตามราคา Rate ในตลาด ปกติเราก็ทำอย่างนั้นแหละ I think มันโอกาสที่จะเป็นอย่างนี้มันน้อยลงครับ น้อยลงมาก แต่ว่าดูแล้วในเวลา 20-30 ปีที่ผ่านมา Exchange เราก็ไม่มี ถ้าเฉลี่ยแล้วมันก็ไม่มี Gain Loss มากเท่าไหร่ เพราะว่าเราก็ตั้งราคาตาม Dollar Rate ส่วนใหญ่นะครับ ค่ะ มีท่านใดสอบถามเพิ่มเติมไหมคะ มีไหมคะ ถ้าไม่มี ขอดำเนินการนับคะแนนค่ะ วาระที่สาม พิจารณาและอนุมัติงบแสดงฐานะการเงินและกำไรขาดทุนของบริษัท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 มีผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระนี้หรือไม่ ถ้ามีกรุณายกมือค่ะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ไปเก็บบัตรให้ค่ะ มีผู้ถือหุ้นประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระนี้หรือไม่ ถ้ามีกรุณายกมือได้เลยนะคะ ไม่มีแล้วนะคะ มีผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะงดออกเสียงในวาระนี้หรือไม่ ถ้ามีกรุณายกมือเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เก็บบัตรค่ะ มีผู้ถือหุ้นประสงค์จะงดออกเสียงในวาระนี้หรือไม่ มีอีกไหมคะ งดออกเสียงนะคะ ไม่มีแล้วนะคะ ถ้าไม่มี ขอดำเนินการนับคะแนนวาระที่สามค่ะ ในบัตรลงคะแนนทั่วไป ขอความกรุณาผู้ถือหุ้นนะคะ ลงชื่อลายมือชื่อด้วยปากกาทุกครั้งก่อนที่จะส่งให้กับเจ้าหน้าที่ด้วยนะคะ เดี๋ยวเรารอผลการนับคะแนนวาระที่สามสักครู่ค่ะ วาระที่สามนี้จะต้องได้รับการอนุมัติด้วยเสียงข้างมากจากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนน ซึ่งจะไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียงค่ะ มาแล้วนะคะ สำหรับผลการลงคะแนนวาระที่สาม พิจารณาและอนุมัติงบแสดงฐานะการเงินและกำไรขาดทุนของบริษัท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ในวาระนี้มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมเพิ่มอีก 3 ราย รวม 701 หุ้น รวมจึงมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 412 ราย ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 672,079,274 หุ้นค่ะ ปรากฏว่าผลการลงคะแนน จำนวนเสียงที่ลงมติเห็นด้วยคือ 672,079,165 หุ้น คิดเป็น 100% ไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย บัตรเสียนะคะ มีจำนวนเสียงที่ลงมติ 9 เสียง คิดเป็น 0.0000% รวมจำนวนเสียงที่ลงมติวาระนี้ 672,079,174 หุ้น คิดเป็น 100% งดออกเสียง 100 เสียงค่ะ สรุปสำหรับผลการลงคะแนนในวาระที่สามนี้นะคะ ได้รับการอนุมัติเสียงข้างมากจากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียง ขอนำทุกท่านเข้าสู่วาระที่สี่ค่ะ วาระที่สี่ รับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างการในปี 2566 และอนุมัติการจัดสรรผลกำไรเพื่อจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 80 สตางค์ ตามผลการดำเนินงานสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 สำหรับวาระที่สี่จะต้องได้รับการอนุมัติเสียงข้างมากจากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนน ซึ่งไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียง เรียนเชิญคุณสุจินตนา บุญวรพัฒน์ ชี้แจงค่ะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ ทางบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างการนะคะ ไปแล้วจำนวน 80 สตางค์ต่อหุ้นนะคะ คิดเป็นเงิน ฿697,495,606 นะคะ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566 ค่ะ ทางบริษัทขออนุมัติจากทางที่ประชุมผู้ถือหุ้นนะคะ เพื่อจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายจำนวน 80 สตางค์ต่อหุ้นนะคะ คิดเป็นเงิน ฿697,495,606 ค่ะ ซึ่งจะจ่ายในวันที่ 22 เมษายน 2567 ค่ะ รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้นนะคะ จำนวน ฿1.60 ต่อหุ้นนะคะ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ฿1,394,991,212 ค่ะ ไม่ทราบท่านใดมีคำถามสอบถามหรือไม่คะ ถ้ามีเชิญได้เลยค่ะ มีคำถามสอบถามไหมคะ ถ้ามีเชิญได้เลยนะคะ ด้านหลังค่ะ เรียนท่านประธานครับ ผมนายกิตติยศ อาภา กิตติวงศ์ ผู้ถือหุ้นประชาชนด้วยตนเองนะครับ สอบถามให้นิดหนึ่งครับว่า ที่จ่าย 1.6 บาทนี่คือเป็นอัตราคิดเป็น % เท่าไหร่ครับ แล้วตรงกับนโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทมีกำหนดไว้ด้วยหรือเปล่าครับ ดิวิเดนต์ นโยบายเรากำหนดไว้ 70% ใช่ไหมครับ คือนโยบายนี้ ขั้นต่ำของเราคือไม่น้อยกว่า 25% แต่ว่าเราจ่ายนี้ 70% ของกำไรสุทธิ มีท่านใดสอบถามเพิ่มเติมไหม เชิญครับ แล้วที่ว่าที่จ่ายเกินนี่คือจะเป็น จะทำไปตลอดต่อเนื่องได้ไหมครับ จะไม่เก็บเงินไว้ทำการโครงการอื่นๆ ในอนาคตเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ หรือว่าจะมีเงินพออยู่แล้ว ครับ ครับ ท่านเรา เรามองอนาคต เราก็มองว่าเราจะทำอะไรบ้าง ถ้าเราดู Balance Sheet ของ Mega นะครับ เรามี Debt มันน้อยมาก แทบจะศูนย์นะครับ อย่างงั้นถามว่าเราจะ Raise Equity Debt ได้ไหม ถ้าเราอยากจะทำอะไร พวกเราไม่ได้ปิด จับมือไว้เพราะว่าเราไม่ทำอะไรไม่ได้ต่อ แต่ว่าต้องมีอะไรที่เราคิดว่ามันมีอนาคต เราลงทุนโดยเราเจรจาวิเคราะห์ แต่ตอนนี้ดูแล้วว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ถ้าเมื่อไหร่ใช้เราก็กลับมารายงานให้ผู้ถือหุ้นว่าเราก็ต้องลงทุนในอนาคต เลยต้องเก็บเงินไว้นะครับ เรามองแล้วดูแล้วในการใช้เงินสำหรับปีสองปีข้างหน้า แต่จากที่เราลงทุนแพลนไว้แล้ว น่าจะเพียงพอเลย เราจ่าย Dividend ตามนั้นนะครับ แล้วตอนนี้มีเงินกำไรสะสมหรือว่ามี Cash Flow อะไรเท่าไหร่ พอจะบอกได้ไหม อันนั้นอยู่ในรายละเอียดอยู่แล้วครับ อยู่ในเอกสาร Cash Flow เรามีทุกอย่างครบอยู่แล้ว มันอยู่ในบัญชี แล้วก็เรารายงานทุกไตรมาสอยู่แล้วครับ อันนี้น่าจะบัญชีอธิบาย พอดีท่านส่งเป็นจดหมายเป็นแผ่นมาสองแผ่น แล้วผมส่อง QR Code แล้ว แต่คือคิดว่าวันนี้จะมีอย่างน้อยก็มีรายงานการประชุม รายงานการประชุมครั้งที่ก่อน หรือว่าหนังสือเชิญประชุมมาวางหน้างานสักเล่มสองเล่ม แต่ปรากฏว่าไม่มีเลย แล้วปรากฏว่า QR Code ที่ผมไปส่องมานั่น มันเป็นรายงานการประชุมใหญ่ แต่ว่าพอดี นี่ผมต้องขอโทษที่ผมไม่ทราบครับ QR Code น่าจะมีทั้ง Financial มันน่าจะมีครบอยู่นะครับ ท่านน่าจะไฟล์บัญชีก็ส่งงานรายงานได้ไหมครับ ครับผม แล้วขอทราบอีกนิดหนึ่งครับว่า บริษัทมีการออกหุ้นกู้ไปก่อนหน้านี้หรือเปล่าครับ หรือว่ามีหนี้สินอะไร ดีบีที่เท่าไหร่ครับ ขอบคุณมากครับ ช่วยตอบครับ ช่วยได้ไหมคุณฮา ค่ะ ในเรื่องหุ้นกู้คงไม่น่าจะมีออก เพราะว่าถ้าคุณดูจากตัวเลขของ Cash ของบริษัทนะคะ เรามี Cash Generate Cash from Operation นะคะ 97% ของ Net Profit นะคะ แล้วโดยส่วนใหญ่แล้ว Range ของ Cash เราจะค่อนข้างจะสูง ที่ว่าเราจ่าย Dividend สูง เราก็มีการเงินส่วนหนึ่งเหมือนกันไว้เพื่อลงทุนในอนาคตนะคะ ก็คือเราจะมีแบ่งเป็นสองส่วน ก็คือจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นในส่วนของเป็น Dividend นะคะ แล้วเราก็จะมีเก็บ Cash สำหรับที่จะลงทุนในอนาคตด้วยนะคะ ซึ่งเรา Generate Cash ค่อนข้างเยอะนะคะ แล้วเรามีกระแสเงินสดในบริษัทค่อนข้างเยอะนะคะ ซึ่งจาก Cash Generate ในอนาคตเราก็คาดว่าเราก็น่าจะมีตัว Cash ไม่น้อยกว่า 80% ของกำไรสุทธินะคะ เพราะว่าในแต่ละปีก็อาจจะมีอยู่ใน Range อยู่ในระหว่างประมาณนี้นะคะ แต่ว่าปีนี้เราได้ถึง 97% ของกำไรสุทธินะคะ มีผู้ถือหุ้นท่านใดสอบถามเพิ่มเติมไหมคะ ถ้ามีเชิญนะคะ สำหรับวาระที่สี่ค่ะ มีอีกไหมคะ ไม่มีแล้วนะคะ ถ้าไม่มีขอดำเนินการนับคะแนนค่ะ มีผู้ถือหุ้นประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระนี้หรือไม่ ถ้ามีขอความกรุณายกมือค่ะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ไปเก็บบัตรให้นะคะ มีผู้ถือหุ้นประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระนี้หรือไม่คะ ไม่มีแล้วนะคะ มีผู้ถือหุ้นท่านใดประสงค์จะลงคะแนนเป็นงดออกเสียงในวาระนี้หรือไม่คะ ถ้ามีกรุณายกมือขึ้นได้เลยค่ะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ไปเก็บบัตรให้ค่ะ ขอเรียกเก็บบัตรลงคะแนนสำหรับผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะลงคะแนนเป็นงดออกเสียงในวาระนี้นะคะ ถ้ามียกมือได้เลยค่ะ มีไหมคะ ไม่มีแล้วนะคะ รอผลคะแนนวาระสี่สักครู่หนึ่งค่ะ ตอนนี้เราอยู่วาระที่สี่นะคะ รับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างการในปี 2566 และอนุมัติการจัดสรรผลกำไรเพื่อจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 80 สตางค์ ตามผลการดำเนินงานสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ในวาระนี้มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมเพิ่มอีก 4 ราย ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 402 หุ้นค่ะ รวมจึงมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 416 ราย ถือหุ้นรวม 672,079,676 หุ้น จำนวนเสียงที่ลงมติเห็นด้วยคือ 672,079,676 หุ้น คิดเป็น 100% ไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย ไม่มีบัตรเสีย ไม่มีผู้งดออกเสียง รวมจำนวนเสียงที่ลงมติในวาระที่สี่นี้คือ 672,079,676 หุ้น คิดเป็น 100% ก็จะเท่ากับว่าวาระที่สี่นี้ได้รับการอนุมัติเสียงข้างมากจากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนนโดยไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียงนะคะ ถัดไปเป็นวาระที่ห้าค่ะ วาระที่ห้า พิจารณาและอนุมัติการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ ท่านผู้ถือหุ้นคะ ตามที่ พ.ร.บ. บริษัทมหาชน มาตราเจ็ดสิบและเจ็ดสิบเอ็ด และข้อบังคับของบริษัทข้อสิบหกกับข้อสิบเจ็ดกำหนดไว้ว่าในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี ให้กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ถ้าจำนวนที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ให้ออกโดยจำนวนใกล้เคียงที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม โดยกรรมการผู้พ้นจากตำแหน่งมีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ซึ่งในวาระนี้จะมีกรรมการสี่ท่านที่ครบกำหนดพ้นจากตำแหน่ง คือ ท่านที่หนึ่ง คุณมีชัย วีระไวยทยะ กรรมการอิสระและประธานกรรมการ ท่านที่สอง คุณอลัน แคม กรรมการอิสระ รองประธานกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการสรรหา ท่านที่สาม คุณวีเจ คาวาน กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบและประธานกรรมการสรรหา และท่านที่สี่ คุณชีรัตน์ อิรัตน์ ปุณวลา กรรมการ ทั้งนี้คณะกรรมการสรรหาโดยกรรมการที่ไม่มีส่วนได้เสียได้พิจารณาแล้วเห็นว่าทั้งสี่ท่านได้ผ่านการทดสอบการคัดกรองของคณะกรรมการสรรหาและมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการของบริษัท เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญครบถ้วน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน พุทธศักราช 2535 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พุทธศักราช 2535 โดยในการที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ กรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการอิสระสามารถให้ความเห็นได้อย่างเป็นอิสระโดยสอดคล้องกับกฎและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นคณะกรรมการที่ไม่ได้มีส่วนได้เสียเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้งกรรมการทั้งสี่ท่านที่ออกตามวาระให้กลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการใหม่ อนึ่งทางบริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลที่จะพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จนถึง 31 มกราคม 2567 โดยเปิดเผยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งการประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทด้วย แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดที่เสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ สำหรับวาระนี้จะต้องได้รับการอนุมัติเสียงข้างมากจากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนน ซึ่งไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียง วาระ 5.1 พิจารณาแต่งตั้งคุณมีชัย วีระไวยทยะ กรรมการอิสระและประธานกรรมการ มีผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระนี้หรือไม่ ถ้ามีกรุณายกมือขึ้นเพื่อที่เจ้าหน้าที่ของเราจะได้ดำเนินการเก็บบัตรลงคะแนน ขอเรียกเก็บบัตรลงคะแนนสำหรับผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระที่ 5.1 พิจารณาแต่งตั้งคุณมีชัย วีระไวยทยะ กรรมการอิสระและประธานกรรมการ มีอีกไหม ไม่เห็นด้วย ไม่มีแล้ว มีผู้ถือหุ้นประสงค์จะลงคะแนนงดออกเสียงในวาระ 5.1 นี้หรือไม่ ถ้ามีกรุณายกมือได้เลย งดออกเสียงมีไหม ไม่มีแล้ว เพื่อความรวดเร็วขอเรียกเก็บบัตรลงคะแนนวาระ 5.2 ต่อเนื่องก่อนเลย แล้วผลคะแนนประกาศทีเดียวในภายหลังท้ายวาระเลย วาระ 5.2 พิจารณาแต่งตั้งคุณอลัน แคม กรรมการอิสระ รองประธานกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการสรรหา มีผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยหรือไม่ ถ้ามียกมือ ไม่ทราบว่ามีผู้ถือหุ้นท่านใดประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระ 5.2 พิจารณาแต่งตั้งคุณอลัน แคม กรรมการอิสระ รองประธานกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการสรรหาหรือไม่ ถ้ามียกมือได้เลย ไม่มีแล้ว มีผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะลงคะแนนงดออกเสียงในวาระ 5.2 หรือไม่ ถ้ามียกมือได้เลย 5.2 พิจารณาแต่งตั้งคุณอลัน แคม งดออกเสียงมีอีกไหม ไม่มีแล้ว ไปต่อวาระ 5.3 พิจารณาแต่งตั้งคุณวีเจ คาวาน กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบและประธานกรรมการสรรหา ไม่ทราบว่ามีผู้ถือหุ้นประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระนี้หรือไม่ ถ้ามีขอความกรุณายกมือได้เลย ทีมงานไปเก็บบัตรให้ ไม่เห็นด้วยวาระพิจารณาแต่งตั้งคุณวีเจ คาวาน มีอีกไหม ไม่มีแล้ว มีผู้ถือหุ้นประสงค์จะงดออกเสียงในวาระ 5.3 พิจารณาแต่งตั้งคุณวีเจ คาวานหรือไม่ ถ้ามีกรุณายกมือได้เลย งดออกเสียงวาระ 5.3 มีไหม ไม่มีแล้ว วาระ 5.4 พิจารณาแต่งตั้งคุณชีรัตน์ อิรัตน์ ปุณวลา กรรมการ มีผู้ถือหุ้นประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระนี้หรือไม่ ถ้ามีขอความกรุณายกมือได้เลย เจ้าหน้าที่ไปเก็บบัตรให้ มีท่านใดประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระ 5.4 หรือไม่ ไม่มีแล้ว มีผู้ถือหุ้นประสงค์จะลงคะแนนงดออกเสียงในวาระ 5.4 พิจารณาแต่งตั้งคุณชีรัตน์ อิรัตน์ ปุณวลาหรือไม่ ถ้ามียกมือได้เลย งดออกเสียง มีอีกไหม งดออกเสียงในวาระ 5.4 พิจารณาแต่งตั้งคุณชีรัตน์ อิรัตน์ ปุณวลา ไม่มีแล้ว เรารอผลการนับคะแนนสักครู่หนึ่งสำหรับวาระที่ 5 พิจารณาและอนุมัติการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ เป็นวาระเดียวของการประชุมวันนี้ที่จะมีการเก็บบัตรลงคะแนนทุกใบ ซึ่งในการเรียกเก็บบัตรลงคะแนนสำหรับการประชุม ดิฉันจะเรียกเก็บบัตรลงคะแนนผู้ที่ประสงค์จะลงคะแนนเป็นเห็นด้วย โดยจะดำเนินการเก็บหลังจากผู้ประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยและงดออกเสียง ส่วนผู้ถือหุ้นที่เห็นด้วยโปรดลงคะแนนเห็นด้วยและส่งบัตรลงคะแนนให้กับเจ้าหน้าที่ตอนที่เลิกประชุม คะแนนมาแล้วสำหรับวาระ 5.1 พิจารณาอนุมัติการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ วาระของคุณมีชัย วีระไวยทยะ ไม่มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมการประชุมเพิ่มเติม สรุปผู้ถือหุ้นเท่าเดิมเมื่อสักครู่ คือ 416 ราย ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 672,079,677 หุ้น จำนวนเสียงที่ลงมติเห็นด้วยคือ 662,548,459 หุ้น คิดเป็น 98.5818% ไม่เห็นด้วย 9,531,217 หุ้น คิดเป็น 1.4182% ไม่มีบัตรเสีย ไม่มีผู้งดออกเสียง รวมในวาระ 5.1 นี้ พิจารณาแต่งตั้งคุณมีชัย วีระไวยทยะ จำนวนเสียงที่ลงมติคือ 672,079,676 หุ้น คิดเป็น 100% ถัดไปวาระ 5.2 วาระนี้ผู้ถือหุ้นเท่าเดิม ไม่มีผู้เข้าร่วมประชุมเพิ่มเติม สรุปรวมจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 672,079,676 หุ้น จำนวนเสียงที่ลงมติเห็นด้วยคือ 661,920,015 หุ้น คิดเป็น 98.4883% ไม่เห็นด้วย 10,159,661 หุ้น คิดเป็น 1.5117% บัตรเสียไม่มี งดออกเสียงไม่มี รวมจำนวนเสียงที่ลงมติวาระนี้ 672,079,676 หุ้น คิดเป็น 100% ถัดไป ผลคะแนนสำหรับ 5.3 พิจารณาแต่งตั้งคุณวีเจ คาวาน มีผู้ถือหุ้นร่วมประชุมทั้งสิ้นเท่าเดิม 416 ราย ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 672,079,676 หุ้น จำนวนเสียงที่ลงมติเห็นด้วยคือ 664,606,638 หุ้น คิดเป็น 98.8881% ไม่เห็นด้วย 7,473,038 หุ้น คิดเป็น 1.1119% ไม่มีบัตรเสีย ไม่มีผู้งดออกเสียง รวมจำนวนเสียงที่ลงมติคือ 672,079,676 หุ้น คิดเป็น 100% สุดท้ายสำหรับผลการลงคะแนนวาระ 5.4 พิจารณาแต่งตั้งคุณชีรัตน์ อิรัตน์ ปุณวลา วาระนี้มีผู้ถือหุ้นร่วมประชุมทั้งสิ้น 416 รายเท่าเดิม ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 672,079,676 หุ้น จำนวนเสียงที่ลงมติเห็นด้วยคือ 669,029,350 หุ้น คิดเป็น 99.5461% ไม่เห็นด้วย 3,050,317 หุ้น คิดเป็น 0.4539% ไม่มีบัตรเสีย และมีผู้งดออกเสียง 9 หุ้น รวมจำนวนเสียงที่ลงมติวาระนี้คือ 672,079,667 หุ้น คิดเป็น 100% เท่ากับว่าผลการนับคะแนนของวาระที่ 5 ทั้งสี่วาระย่อยนี้ได้รับการอนุมัติเสียงข้างมากจากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนน ซึ่งไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียง ถัดไปขอนำทุกท่านเข้าสู่วาระที่ 6 พิจารณาและอนุมัติกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ วาระที่ 6 จะต้องได้รับการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม โดยนับผู้ที่งดออกเสียงเป็นฐานในการนับคะแนนด้วย คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนได้พิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการโดยใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะสม พิจารณาตามขนาดของกิจการและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท เทียบเคียงกับบริษัทอื่นๆ ที่มีรายได้และมูลค่าตลาดใกล้เคียงกัน และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริษัทมีความเห็นสมควรให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2567 ตามข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัทแล้ว โดยให้จ่ายค่าตอบแทนเป็นรายไตรมาส รายละเอียดตามตารางดังนี้ ไม่ทราบว่ามีผู้ถือหุ้นท่านใดมีคำถามสอบถามหรือไม่ ถ้ามีเชิญได้เลย เชิญ ด้านหลัง ขอความกรุณาแจ้งชื่อนามสกุลและแจ้งด้วยว่าท่านเป็นผู้ถือหุ้นที่มาด้วยตนเองหรือผู้รับมอบสิทธิ เพื่อความสะดวกในการจดบันทึกการประชุมอย่างถูกต้อง สวัสดีครับ ผมธำนูญ วุฒิรงค์ ผู้ถือหุ้นมาประชุมด้วยตัวเองครับ อยากสอบถามทางเลขานุการหรือว่าผู้ดำเนินรายการครับ ว่าวาระนี้ทำไมเหตุผลในการนับคะแนนผู้งดออกเสียงถึงต่างจากวาระอื่นๆ ที่ไม่นับครับ ใครจะตอบ เลขาช่วยตอบ ทางลีกัลช่วยตอบหน่อย เอาไมค์มาให้เขาหน่อย สวัสดี เมื่อกี้ที่ตอบคำถามท่านผู้ถือหุ้น นี้สอบถามเรื่องเสียงโหวตที่ใช้ใช่ไหม ว่าทำไมใช้สองในสามแล้วนับของทุกๆ ท่าน ไม่ได้นับ ปกติเราจะไม่นับที่คนที่งดออกเสียง แต่นี้นับด้วยถูกไหม ใช่ครับ เรียนอย่างนี้ เรื่องการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการนี่ มันเป็นวาระที่ตัวกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะเลยว่าจะต้องใช้เสียงสองในสามของคนทุกคน ซึ่งโดยคนทุกคนนี่ มันนับคนทุกคนด้วย หมายความว่าใครก็ตามที่งดออกเสียงก็ยังนับเป็นฐานอยู่ มันแปลกเพราะว่ามันเป็นกฎหมายกำหนด และนี้ข้อบังคับของบริษัทก็กำหนดไว้ด้วยเช่นกัน ในขณะที่วาระอื่นถ้าเกิดมันมีการโหวตอย่างเช่นหนึ่งในสามหรือว่ากึ่งหนึ่งนี่ จะไม่ได้กำหนดว่าจะต้องนับเสียงทุกเสียงใช่ไหมครับ อย่างนี้ อื่นๆ ที่เราคุ้นเคยกัน เช่นเสียงส่วนมากหรือสามในสี่อย่างนี้ ที่เราคุ้นเคยกันนี่ มันจะมาจากว่าใช้เสียงข้างมากของคนที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนน ดังนั้นเมื่อมันเขียนว่าเป็นเสียงของคนที่มาประชุมและออกเสียงนี่ ใครก็ตามที่งดออกเสียงนี่ จะไม่ถูกนับเป็นฐาน เพราะว่าการงดออกเสียงเท่ากับเขาไม่ออกเสียงตั้งแต่แรก เลยไม่ถูกนับเป็นฐานของการนับคะแนนทั้งหมด ตรงกันข้ามเรื่องสองในสามของการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการนี่ เขาจะใช้คำว่านับเป็นสองในสามของผู้เข้าร่วมประชุม ดังนั้นขอแค่คุณเข้าประชุม ไม่ว่าคุณจะออกเสียงหรืองดออกเสียง เราก็ยังนับเสียงของคุณเป็นฐานอยู่ตอนเอามาคำนวณ โอเคครับ ทีนี้เพิ่มเติมนิดนึง ทางกฎของหลักทรัพย์นี่ เป็น พรบ. ตัวไหนพอจะมีข้อมูลไหมครับ อ๋อค่ะ งั้นถ้าเป็นกฎหมายนะคะ มันจะมาจากพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนน่ะค่ะ ซึ่งอันนี้อยู่ในมาตราเก้าสิบนะคะ ถ้าอยากได้ชัดเจนเลย อยู่ในมาตราเก้าสิบค่ะ ส่วนถ้าเป็นกฎของบริษัทที่ล้อกับทางพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนเนี่ย จะอยู่ในข้อบังคับของบริษัทข้อที่ยี่สิบสองค่ะ ทั้งสองเรื่องเนี่ย เขาจะพูดเหมือนกันค่ะ ว่าคณะกรรมการมีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนที่กำหนดโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดน่ะค่ะ จะเขียนไว้ค่ะ เป็นพระราชบัญญัติมหาชนมาตราเก้าสิบใช่ไหมครับ ใช่ค่ะ เก้าสิบค่ะ โอเคครับ ขอบคุณครับ ยินดีค่ะ ขอบคุณค่ะ ไม่ทราบว่ามีท่านใดสอบถามเพิ่มเติมไหมคะ ถ้ามียกมือได้เลยนะคะ วาระที่หก พิจารณาและอนุมัติการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการค่ะ วาระนี้จะต้องได้รับการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม โดยนับผู้ที่งดออกเสียงเป็นฐานในการนับคะแนนด้วยนะคะ มีคำถามสอบถามเพิ่มเติมไหมคะ ไม่มีแล้วนะคะ ถ้าไม่มีขอดำเนินการนับคะแนนค่ะ มีผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระนี้หรือไม่ ถ้ามียกมือได้เลยค่ะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ไปเก็บบัตรลงคะแนนให้ค่ะ ดิฉันเรียกเก็บบัตรลงคะแนนสำหรับผู้ที่ประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระที่หกนะคะ มีไหมคะ ไม่มีแล้วนะคะ มีผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะงดออกเสียงในวาระที่หกหรือไม่ ถ้ามียกมือค่ะ งดออกเสียงวาระที่หกมีไหมคะ มีท่านไหนอีกไหมคะ ไม่มีแล้วนะคะ เดี๋ยวรอผลการนับคะแนนวาระที่หกสักครู่หนึ่งค่ะ วาระที่หก พิจารณาและอนุมัติการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ วาระนี้ยังมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมการประชุมเท่ากับวาระเมื่อสักครู่คือสี่ร้อยสิบหกรายนะคะ ถือหุ้นรวมหกร้อยเจ็ดสิบสองล้านเจ็ดหมื่นเก้าพันหกร้อยเจ็ดสิบหกหุ้น จำนวนเสียงที่ลงมติเห็นด้วยหกร้อยเจ็ดสิบล้านเจ็ดหมื่นสองพันหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดหุ้น คิดเป็น 99.7013% ไม่เห็นด้วยสองล้านเจ็ดพันห้าร้อยหุ้น คิดเป็น 0.2987% ไม่มีผู้งดออกเสียง ไม่มีบัตรเสีย รวมจำนวนเสียงที่ลงมติของวาระที่หกคือหกร้อยเจ็ดสิบสองล้านเจ็ดหมื่นเก้าพันหกร้อยเจ็ดสิบหกหุ้น คิดเป็น 100% วาระที่หกนี้จึงได้รับการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม โดยนับผู้ที่งดออกเสียงเป็นฐานในการนับคะแนนด้วยนะคะ ถัดไปค่ะ ทุกท่านคะ ขออนุญาตสักครู่หนึ่งนะคะ เมื่อสักครู่ดิฉันอ่านผิดพลาดไปนิดหนึ่งในผลคะแนนของวาระที่หกนะคะ มีบัตรเสียในวาระที่หกค่ะ เป็นความผิดพลาดของผู้ดำเนินรายการนะคะ ขออนุญาตอ่านใหม่ทั้งหมดอีกครั้งหนึ่งสำหรับผลลงคะแนนวาระที่หกเพื่อความถูกต้องชัดเจนในการจดบันทึกนะคะ ผลการลงคะแนนในวาระที่หก ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้นสี่ร้อยสิบหกราย ถือหุ้นรวมทั้งสิ้นหกร้อยเจ็ดสิบสองล้านเจ็ดหมื่นเก้าพันหกร้อยเจ็ดสิบหกหุ้น จำนวนเสียงที่ลงมติเห็นด้วยคือหกร้อยเจ็ดสิบล้านเจ็ดหมื่นสองพันหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดหุ้น คิดเป็น 99.7013% ไม่เห็นด้วยสองล้านเจ็ดพันห้าร้อยหุ้น คิดเป็น 0.2987% ไม่มีผู้งดออกเสียง มีบัตรเสียเก้าหุ้น คิดเป็น 0.0000% รวมจำนวนเสียงที่ลงมติคือหกร้อยเจ็ดสิบสองล้านเจ็ดหมื่นเก้าพันหกร้อยเจ็ดสิบเจ็ดหุ้น คิดเป็น 100%ค่ะ นี่ผลคะแนนของวาระที่หกค่ะ ถือว่าวาระนี้ได้รับการอนุมัติคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม โดยนับผู้ที่งดออกเสียงเป็นฐานในการนับคะแนนด้วยนะคะ ถัดไปวาระที่เจ็ดค่ะ วาระที่เจ็ด พิจารณาและอนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากบริษัทเคพีเอ็มจีภูมิชัยสอบบัญชีจำกัด และกำหนดค่าตอบแทนสอบบัญชีของบริษัทสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2567 วาระที่เจ็ดจะต้องได้รับการอนุมัติเสียงข้างมากจากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนน ซึ่งจะไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียงค่ะ ในวาระนี้ขออนุญาตเรียนเชิญคุณอรัญแคมค่ะ ครับ สวัสดีครับท่านผู้ถือหุ้น ในปีที่ผ่านมานะครับ ทางคณะกรรมการตรวจสอบก็มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับบริษัทเคพีเอ็มจี ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของบริษัทนะครับ เรามองว่าบริษัทนี้มีความสามารถ มีการอิสระบุคลาธรรมบัญชี แล้วก็มีค่าตอบแทนที่เหมาะสมนะครับ วันนี้คณะกรรมการผู้สอบบัญชี คณะกรรมการตรวจสอบก็อยากเสนอผู้ถือหุ้นให้แต่งตั้งและอนุมัติ แต่งตั้งนางสาวศิริรัตน์ ทองอรุณแสง เลขทะเบียนผู้สอบบัญชี 4409 นางสาววิไลวรรณ พลประเสริฐ เลขทะเบียนบัญชีผู้สอบบัญชี 8420 นายชกชัย งามวุฒิกุล เลขทะเบียนผู้สอบบัญชี 9728 และนายสุเมธ แจงสามสี่ และทะเบียนผู้สอบบัญชี 9362 กลับมาเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทเมกก้าและบริษัทย่อยของเมกก้า รับระยะสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2565 และกำหนดค่าสอบบัญชีเป็น ฿5.7 ล้าน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็ไม่เกิน 5% ของค่าสอบบัญชีนะครับ ขอบคุณครับ ไม่ทราบว่ามีผู้ถือหุ้นท่านใดมีคำถามสอบถามในวาระที่เจ็ดนี้หรือไม่คะ ถ้ามีเรียนเชิญยกมือได้เลยค่ะ มีคำถามสอบถามในวาระที่เจ็ด พิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากเคพีเอ็มจีภูมิชัยสอบบัญชีจำกัด และกำหนดค่าตอบแทนสอบบัญชีของบริษัท รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2567 หรือไม่คะ ถ้ามีคำถามเชิญได้เลยนะคะ ด้านหน้าค่ะ ธารา ชลปราณี ผู้ถือหุ้นนะครับ ผมบังเอิญว่าครั้งนี้เนี่ย แปลกที่ว่าของบริษัทเนี่ยมีการเขียนระบุว่ามีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นเตล็ดเนี่ยไม่เกิน 5% ผมรู้สึกว่าที่บริษัทอื่นไม่มีการพูดถึงการจำกัดเพดานของค่าใช้จ่ายเป็นเตล็ดอื่นๆ เลย เลยไม่แน่ใจว่าไอ้ตัวเลข 5% หรือ 5% เนี่ยมาจากอย่างไรนะครับ ขอบคุณครับ ครับ ที่ผ่านมาที่บอกไม่เกิน 5% คือค่าเดินทาง เพราะบริษัทมีบริษัทย่อย ผู้สอบบัญชีก็ไปเดินทางครับ เพราะฉะนั้นเราก็กำหนดว่าจากประสบการณ์ไม่เกิน 5% แล้วก็ได้พูดคุยกับบริษัทเคพีเอ็มจี ก็ตกลงกันว่าอันนี้คือเปอร์เซ็นต์ที่เหมาะสมนะครับท่าน คือคำถามผมเป็นลักษณะอย่างนี้นะครับว่า ตัวเลข 5% เนี่ยมาจากการที่กำหนดโดยบริษัท หรือกำหนดมาจากบริษัทผู้สอบบัญชี เพราะว่าที่ผมบอกว่าบริษัทอื่นเนี่ยผมไม่เคยเห็นมีการจำกัดเพดาน คือคำถามตรงเนี้ยก็เลยสงสัยว่าทำไมเราจำกัดเขาแล้วเขายอม แล้วทีนี้ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วใครเป็นคนจำกัดใครนะครับ ตกลงกันก็ไม่ได้บอกเขายอมครับ เราคุยกันได้คุยกันครับท่าน มีท่านผู้ถือหุ้นมีคำถามสอบถามเพิ่มเติมในวาระที่เจ็ดหรือไม่คะ มีไหมคะ ไม่มีแล้วนะคะ ถ้าไม่มีขออนุญาตดำเนินการนับคะแนนค่ะ วาระที่เจ็ดจะต้องได้รับอนุมัติเสียงข้างมากจากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนน ซึ่งจะไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียง ไม่ทราบว่ามีผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะลงคะแนนไม่เห็นด้วยในวาระนี้หรือไม่คะ ถ้ามียกมือค่ะ ขอเรียกเก็บบัตรลงคะแนนนะคะ สำหรับผู้ที่ประสงค์จะลงคะแนนเป็นไม่เห็นด้วยในวาระที่เจ็ด ถ้ามีกรุณายกมือได้เลยค่ะ เพื่อที่เจ้าหน้าที่ของเราจะได้ไปเก็บบัตรนะคะ มีอีกไหมคะ ไม่มีแล้วนะคะ ถัดไปขอเรียกเก็บบัตรสำหรับผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะลงคะแนนงดออกเสียงในวาระนี้ ถ้ามีขอความกรุณายกมือค่ะ มีผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะงดออกเสียงในวาระที่เจ็ดนี้หรือไม่ ถ้ามีกรุณายกมือเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เก็บบัตรค่ะ มีไหมคะ งดออกเสียงไม่มีแล้วนะคะ รอผลนับคะแนนสักครู่หนึ่งค่ะ วาระที่เจ็ด พิจารณาและอนุมัติการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีจากบริษัทเคพีเอ็มจีภูมิชัยสอบบัญชีจำกัด และกำหนดค่าตอบแทนสอบบัญชีของบริษัทสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2567 ผลการลงคะแนนปรากฏที่ด้านหน้าจอแล้วนะคะ วาระนี้ก็ไม่มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมเพิ่มเติมค่ะ รวมจำนวนผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้นสี่ร้อยสิบหกราย ถือหุ้นรวมหกร้อยเจ็ดสิบสองล้านเจ็ดหมื่นเก้าพันหกร้อยเจ็ดสิบหกหุ้น จำนวนเสียงที่ลงมติเห็นด้วยคือหกร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านหนึ่งหมื่นหนึ่งพันสองร้อยหกสิบเจ็ดหุ้น คิดเป็น 99.8410% ไม่เห็นด้วยหนึ่งล้านหกหมื่นแปดพันสี่ร้อยหุ้น คิดเป็น 0.1590% บัตรเสียนะคะ เก้าหุ้นค่ะ คิดเป็น 0.0000% และรวมจำนวนเสียงที่ลงมติวาระที่เจ็ดนี้ก็คือหกร้อยเจ็ดสิบสองล้านเจ็ดหมื่นเก้าพันหกร้อยเจ็ดสิบหกหุ้น คิดเป็น 100% ไม่มีผู้งดออกเสียงค่ะ ทุกท่านคะ ซึ่งจากคะแนนดังหน้าจอนี้นะคะ ถือว่าวาระที่เจ็ดนี้ได้รับอนุมัติเสียงข้างมากจากท่านผู้ถือหุ้นที่ลงทะเบียนและออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียงค่ะ ไม่ทราบว่าท่านผู้ถือหุ้นท่านใดมีคำถามเพิ่มเติมหรือไม่คะ เชิญค่ะ สวัสดีค่ะ เสาวลักษณ์ จีรายุสโยธิน เป็นผู้ถือหุ้นมาด้วยตัวเอง อยากทราบว่าตอนเนี้ยบริษัทเราเนี่ย สูตรของยา ยารักษาโรคกับอาหารเสริมเนี่ย ส่วนเปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่เนี่ยเราคิดขึ้นมาเองหรือว่าเราซื้อไลเซนส์เข้ามาคะ มันส่วนใหญ่เราก็มีสองแบบครับ พวกอาหารเรียกว่าวิตามิน สมุนไพร สารสกัด เราคิดเอง เรามีทีมงานพีดี พัฒนาเรียกว่า Product Development กับ Business Development เรามีสองทีมนะครับ ทีมที่พัฒนาสินค้าพวกนี้ แล้วก็คิดอยากวิจัย อยากมีข้อมูลต่างๆ ที่เขาวิจัยมาแล้ว เราไม่ได้เป็น Original Product แต่เราพัฒนาขึ้นมาในรุ่นแบบใหม่ๆ นะครับ แล้วก็พัฒนาตามทางด้านยา จะได้ทะเบียน ต้องลงทุนในการพัฒนา เราก็ขออนุญาตด้วย ส่วนใหญ่เรียกว่าเป็น Product Development ครับ ไม่ใช่ Research เราไม่ได้ทำ Research ใหม่นะครับ แล้วก็พัฒนาโดยเรา เราวิเคราะห์ตลาด ดูแต่ละสินค้าที่เหมาะสมกับตลาดที่เราอยู่นะครับ อันนี้อันที่หนึ่ง อันที่สอง ยาเราก็พัฒนาเอง ส่วนหนึ่ง สอง เราก็ซื้อลิขสิทธิ์ด้วย แล้วแต่ Product เพราะว่าเราพัฒนาเองไม่ได้ เพราะว่า Product ถ้าเรามีก็สามร้อย สี่ร้อยก็ Product ไม่ได้น้อย ไม่เยอะ เราก็มีสองแบบ มันทำได้เร็วก็เอามาจากข้างนอกด้วยครับ มีสองส่วนครับ แล้วบริษัทเราเนี่ยในอนาคตมันจะมีปัจจัยเสี่ยงอะไรไหมคะ ที่ผู้ถือหุ้นควรต้องระมัดระวัง มันก็ทุกธุรกิจมีครับท่าน ไม่มีเป็นไปไม่ได้ แต่ดูว่าเราจะควบคุม เราจะควบคุมอย่างไร มีครับ เหมือนการเงินที่แต่ละประเทศของเราทำงานในหลายประเทศ แต่ส่วนใหญ่เราก็ตั้งราคาโดยเราใช้ดอลลาร์เป็นหลัก แล้วก็เปลี่ยนแปลงราคาได้ก็เปลี่ยน แต่ว่าถ้าคู่แข่งมาราคาลดลงเราก็ต้องทำแข่งกับตลาดด้วย อันนี้ก็ส่วนหนึ่งครับ นอกจากนี้เราก็ใช้วิธีที่จะควบคุม ถ้าเราโรงงานเราได้ GMP เราได้มาตรฐาน เราก็ควบคุมโอกาสเสียงเสียหายกับสินค้าที่เราผลิต บางทีเสียสินค้าเราปนกับสินค้าอื่นได้ มันก็มีหลายเรื่อง แต่ว่าวิธีระบบเราใช้ Assurance Quality ระบบต่างๆ เพื่อที่จะลดความเสี่ยงให้ได้นะครับ แล้วก็มี BCP เรามีสินค้าผลิตในประเทศไทยด้วย แล้วก็มีสองโรงงานในเมืองไทยด้วย มีสองติดกัน อย่างงั้นโรงงานหนึ่งถ้ามีปัญหาเราก็ทำที่นู่นได้ มันก็ทำ BCP เรียกว่า Business Continuity Plan เราก็มีทุกอย่างที่เรามีในโปรแกรม วันนี้ถ้าในวาระอย่างเงี้ยในประชุมประชุมสามัญจะอธิบายยาก เพราะว่ามีเยอะหลายเรื่องที่เราเตรียมตัวไว้เพื่อลดความเสี่ยงของธุรกิจเราได้ต่อเนื่องได้นะครับ ในทุกระดับไม่ว่าจะผู้บริหารเรามี Succession Plan ไม่ว่าจะในการผลิตเรามีสองโรง สามโรง โรงงานที่บางสินค้าเราก็ทะเบียนขึ้นมาในออสเตรเลียด้วย ในเมืองไทยด้วย ถ้าอันนี้ก็มีปัญหาเราก็เอาเข้ามาจากประเทศอื่นได้ ตอนนี้เรามี Soft Gel ในอินโดด้วย เราจะถ้าที่นี่มีปัญหาเราก็เอาสินค้ามาจากอินโดได้ด้วย อย่างงั้นมันก็มีสองทะเบียน ก็มี Product ที่เราผลิตที่อื่นได้ มีหลายในทุกเอเรียเราก็ต้องควบคุม มันวัตถุดิบเราก็ต้องมีสอง Source อันนึงมีปัญหาเรียกว่ากลุ่มที่สองมาซื้อได้นะครับ แต่ว่าตามกฎหมายยาก็ต้องขออนุญาตด้วย ลงชื่อลงชื่อในทะเบียนไว้ด้วย มันก็มีหลายอย่างในกฎหมายด้วยครับ อย่างงั้นวิธีการควบคุมที่ต้องดูจากสามสิบปีที่แล้วเราผ่านมาเราการเสี่ยงเราก็ควบคุมได้ดีครับ แล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมายมีน้อยนะครับ อย่างงั้นวิธีการบริหารก็เรื่องสำคัญในการดูแลความเสี่ยงนะครับ โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ มีผู้ถือหุ้นท่านใดประสงค์จะสอบถามเพิ่มเติมไหมคะ ในท้ายของการประชุมวันนี้นะคะ เดี๋ยวขออนุญาตเป็นคุณพี่เสื้อสีน้ำเงินด้านนี้นะคะ แล้วก็ต่อด้วยคุณพี่เสื้อสีม่วงนะคะ ขอสอบถามนิดหนึ่งว่าโรงงานของเมกก้านี่คืออยู่ที่แถวสมุทรปราการใช่ไหมครับ มีโรงงานเดียวไหมครับ บังปูครับ นิคมอุตสาหกรรมบังปูครับ โรงงานอยู่ที่เดียวในเมืองไทยครับ แล้วก็มีโรงงานที่สองอยู่ออสเตรเลียใกล้ๆ เมลเบิร์นแปดสิบกิโลเมตรจากเมลเบิร์น แล้วก็อันที่สามอยู่จากาตาร์ อินโดนีเซียในเมืองโบโกครับ มีสามโรงงานครับตอนเนี้ย แต่โรงงานหลักเรียกว่า Headquarter Corporate โรงงานอยู่เมืองไทยครับ อยู่ที่บังปูครับ คือเห็นว่าไอ้ตัวเยลลี่นัทซี ยัมมี่กัมมี่ของ เราไม่ได้ผลิตเองครับ อันนี้เราจ้างผลิตให้คุณนุ่นผลิต ก็คือบริษัทเดลี่ครับใช่ไหม ใช่ครับ ถูกต้องครับ มันก็หลายพอร์ตอ่ะ เราไม่ได้ผลิตเอง เราไม่ได้ผลิตทุกอย่าง ยาฉีดเราก็ไม่ผลิต แม้โมโนคลอนแอนติบอดี้เราก็ไม่ผลิต มีหลายอย่างที่เราไม่ผลิตเองครับ แต่เราก็มีเจ้าหน้าที่ส่งไป มีครับ มีครับ ตามระบบครับ อันนี้มันทุกอย่างเป็น QA ต้องออดิตทุกโรงงาน ออดิตถึงวัตถุดิบด้วยครับ ตามกฎหมายยาเราก็ต้องไปตรวจโรงงานผลิตวัตถุดิบด้วยนะครับ แล้วอย่างงี้กรณีที่จะพาผู้ถือหุ้นเยี่ยมชมกิจการก็คือก็สามารถไปได้ทุกๆ ที่เลยหรือเปล่าครับ ไม่ได้ครับ เพราะว่าอันนี้ไม่ใช่เป็นโรงงานเราครับ ไปได้เฉพาะโรงงานเราครับ ตอนเนี้ยเรื่องโควิดช่วงนี้เราก็ไม่ให้ใครไปด้วย ดูได้เฉพาะข้างนอก แล้วก็โรงงานนึงเราไม่ได้เป็นเจ้าของ เราก็ให้เขาไปดูที่อื่นไม่ได้ครับ ที่เราทำได้แค่ดูพาไปดูโรงงานเมกก้าที่บังปูได้อย่างเดียวครับ เพราะว่านี่เป็นของเราเองนะครับ คุณพี่คะ ครับ ผมศุภศักดิ์ จุลศร เป็นผู้ถือหุ้นนะครับ ขออนุญาตเรียนถามเท่าที่สังเกตดูนะครับ ของปีนี้เนี่ย เอกสารการประชุมอะไรต่างๆ มันจะมีเป็นกระดาษน้อยมากนะครับ มา ESG ครับ ตอนนี้รุ่น ESG แล้วครับ โลกเปลี่ยน แล้วก็เราก็ต้องพยายามทุกอย่าง ทุกคนทำอีอีมีตติ้ง เราก็ยังมาทำที่นี่อยู่ แล้วตอนนี้เอกสารมาเป็นคิวอาร์โค้ด เป็นเอกสารที่เราพยายามทำครับ ขัดข้องตรงไหนขอโทษทีด้วยครับ ขอยอมรับว่าเราก็ต้องปรับปรุงถ้ามีปัญหาเดี๋ยวต่อไปจะทำให้ดีกว่าเนี้ยครับ ครับ ขออนุญาตเรียนอย่างงี้แล้วกันนะครับ ก็คืออาจจะมีผู้ถือหุ้นอีกหลายท่านนะครับ รู้สึกคล้ายกันก็คือ อย่างเวลาที่เราโหวตหรืออะไรอย่างเงี้ยนะครับ เราก็ยินดี คือเหมือนกับว่าอย่างเช่นโหวตท่านกรรมการ เราก็มีความไว้เนื้อเชื่อใจว่า แต่ละท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถนะครับ แต่หลายครั้งก็เหมือนกับว่าเราก็ไม่แน่ใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แต่ก็อาศัยความเชื่อใจ ตรงนี้ก็คือถ้าเป็นไปได้เนี่ย มีเอกสารเล็กน้อยที่เราพอจะเห็นนะครับ หรือว่าอย่างตารางที่โชว์ข้างบน อย่างผลการดำเนินงานหรือว่าการจ่ายปันผลก็ตาม ถ้ามีเป็นสรุปนิดที่ไม่ทำให้ใช้กระดาษมากเกินไปอย่างเงี้ย ก็อาจจะทำให้พวกเราสบายใจขึ้นนะครับ ขอบคุณครับ เดี๋ยวรับความรู้รับข้อมูลไว้แล้วก็เดี๋ยวให้ทีมงานพัฒนาต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ มีท่านอื่นสอบถามหรือมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไหมคะ เชิญค่ะ ผมชัยพลมา ผู้ถือหุ้นมาด้วยตัวเองนะครับ เรื่องเอกสารน่ะ คือผมเห็นด้วยนะ เอาแค่งบหรือว่าตัวเลขค่าใช้จ่ายกระดาษเอสี่มานิดหน่อย ก็เพียงพอเป็นข้อมูลในการประกอบการดูนะครับ ก็เสนอ เพียงเล็กน้อยนะฮะ คราวนี้จะอยากจะถามว่าสินค้าของเราอ่ะ ระหว่างยากับอาหารเสริมอ่ะ ที่เราทำกันอยู่เนี่ย สัดส่วนรายได้ สัดส่วนกำไรนี่ตัวไหนดีกว่ากันฮะ เมื่อกี้ผมอธิบายนิดนึงแล้วว่าประมาณหกสิบสี่สิบครับ ยากับพวกเรียกว่าเป็นบางคนที่เรียกว่าอาหารเสริม แต่ผมไม่ได้เรียกอาหารเสริม เพราะว่าทะเบียนเราส่วนใหญ่เป็นทะเบียนยานะครับ รายได้ไม่ต่างกันมากครับ กำไรก็ไม่ต่างกันมาก ใกล้เคียงกันนะครับ ใกล้เคียงกัน แบรนด์กำไรเรามีหก Gross Margin ที่เราโชว์อยู่แล้วประมาณหกสิบกว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่สัดส่วนครับ หกสิบสองถึงหกสิบห้าเปอร์เซ็นต์ อย่างงั้นดูแล้วก็ไม่ต่างกันมากครับ บางสินค้าถ้ามันจำนวนเยอะ วอลลุ่มสูงอาจจะห้าสิบ บางจำนวนน้อยก็อาจจะเจ็ดสิบ แล้วงั้นเฉลี่ยแล้วประมาณหกสิบสองถึงหกสิบห้าเปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นถ้าดูมาตรฐานห้าปีสิบปีที่ผ่านมาไม่ต่างกันมากครับ แล้วเรามีโรงงานอยู่ตั้งหลายประเทศเนี่ยนะ คราวเนี้ยโรงงานในไทยของเราเองอ่ะ ที่เรามีการส่งไปยังต่างประเทศอะไร คงเราคงมีการส่งไปหลายทวีปล่ะ ส่วนใหญ่จากโรงงานของในไทยเนี่ย ตลาดต่างประเทศของเราส่วนใหญ่ทวีปไหน ประเทศไหนที่สร้างรายได้ให้เรามากฮะ อันนี้เราไม่ได้แบ่งออกแต่ละตามแต่ละประเทศ แต่ว่าเราก็เคยถ้าเราดูในเอ็มดีเอ็นเอนะครับ มีเขียนอยู่แล้วว่ายอดขายในเอเชียเท่าไหร่ ยอดขายในแอฟริกาประมาณเท่าไหร่ ที่เราเดา ถ้าเราดูแบรนด์นะครับ เพราะว่าที่เราผลิตก็แค่แบรนด์เราเอง แล้วก็ในแบรนด์เราเองก็มีอีกสองส่วน ผลิตเองกับซื้อข้างนอก เรียกว่า In License Outsource กับผลิตเองนะครับ จำนวนที่เราผลิตเองกับ Outsource เท่าไหร่ ก็มีส่วนหนึ่ง ส่วนที่แบ่งออกมาตามเอเรีย Southeast Asia เป็นหลัก ธุรกิจเราเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์กว่าก็อยู่ใน Southeast Asia ครับ เรียกว่าเอเชีย ไทยแลนด์ เวียดนาม เมืองไทย อิน พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลย์ เพราะว่าเราอยู่ใน เรามีออฟฟิศอยู่ทุกประเทศ เรามีทีมงานในทุกประเทศ ถ้าท่านไม่ดูเอกสารที่เราแจก อาจจะดูเอกสารที่ทุกไตรมาสนะครับ มีแยกให้แล้วครับว่าเราขายเท่าไหร่ตามเอเรีย Southeast Asia แอฟริกา เราก็เรียกว่า Other เพราะว่าเราอยู่ถึงเปรู ยูเครน เรามีธุรกิจในประเทศอื่นด้วย ทั้งหมดประมาณสามสิบสามกว่าประเทศนะครับ แต่รายได้ส่วนใหญ่ตอนเนี้ยมาจากเอเชียครับ อาเซียนนะครับ ประมาณเจ็ดสิบห้ากว่าเปอร์เซ็นต์ครับ เมื่อกี้ได้ยินว่าเราก็มีโรงงานที่จากาตาร์ด้วยใช่ไหมฮะ โบโก ใช่ครับ อินโด ที่อินโดกับไทยมันก็อยู่ในอาเซียนด้วยกัน แล้วมันจะตัดแบ่งสินค้าในการขาย อันนี้ก็ท่านถ้าท่านไปฟังดูนิดนึงครับ เมื่อกี้ผมบอกว่าอันนี้ทำโรงงานเพื่อขายในอินโดครับ อินโดมีกฎหมาย ถ้ายาต้องผลิตในอินโด อินโดนำเข้าไม่ได้นะครับ อ๋อ นะครับ ในโรงงานมาจัดตั้งมันไม่ว่าจะอยู่ในเอเชีย ตลาดอินโดก็มีสองร้อยสี่สิบล้านกว่าคนนะครับ แล้วก็ตลาดอินโดก็ต้องทำยาถ้านำเข้า ถ้ามีผลิตในประเทศแล้วนำเข้าไม่ได้ ไม่มีแล้วก็ลงต้องมีโรงงาน ถ้าจะขึ้นทะเบียนยาในอินโดต้องมีโรงงานเองครับ อย่างงั้นไม่มีใครขึ้นทะเบียนได้ในอินโดนะครับ เท่ากับอินโดนี่เขาก็ผลิตแล้วก็ขายอยู่ในประเทศของเขาเอง ใช่ครับ ใช่ ถูกต้องครับ โอเค ขอบคุณมากครับ ครับ มีท่านใดมีคำถามสอบถามเพิ่มเติมหรือมีข้อเสนอแนะท้ายการประชุมนี้ไหมคะ สวัสดีครับ ขออนุญาตนะครับ ชื่อกิตตินะครับ เป็นผู้รับมอบอำนาจนะครับ พอดีอยากจะสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรืออาหารเสริมประเภทพวกกลุ่มโพรไบโอติกกับพรีไบโอติกอะครับ ครับ พอดีมีโอกาสได้ฟังในแพทย์สรรค์นะครับ ขอขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ เคยท่านเคยฟังท่านมาบรรยายและให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องความหลากหลายของแบคทีเรียในลำไส้ ก็เลยอยากสอบถามว่าบริษัทมีโครงการทำพวกอาหารในกลุ่มหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในกลุ่มพวกพรีไบโอติก โพรไบโอติกพวกนี้บ้างไหมฮะ แต่มันจะเป็นโอกาสอะไรของบริษัทบ้างไหม มีทำอยู่แล้วครับ ถ้าเราดูเราก็มีพรีไบโอติก โพรไบโอติกเยอะครับ เรามีสินค้าหลายตัว ถ้าดูชื่อยี่ห้อนอร์มาร์กัส เอบีโปร แฟมิลี แฟมิลีโฟลอร่า มีอีกหลายโปรดักต์ถ้าท่านดูในตลาดอาจจะ เรามีโพรไบโอติกที่ขึ้นทะเบียนเป็นยานะครับ ก็มีอยู่แล้ว โพรไบโอติกที่ดังๆ ที่เรียกว่ามีวิจัยทางด้านยาครับ เรามี เราขายอยู่แล้วครับ แต่เราไม่ได้ขายแค่อาหารนะครับ สินค้าโพรไบโอติกเรามีในไลน์เราเยอะมากเลยครับ เยอะ สำหรับแต่ละ มีโปรดิฟเฟนซ์ตัวนึงชื่อโปรดิฟเฟนซ์เฉพาะสเตรนที่ช่วยป้องกันโรคเรื่อง ไทบอยด์นะครับ แล้วก็คนที่เป็นโรคเรียกว่า Traveler Diarrhea ก็มีอีกหลายเรื่องที่หมอใจอยู่นะครับ แอนติไบโอติกกินกับยาแอนติไบโอติกก็มี อันนั้นก็มีนอร์มาร์กัส แล้วก็มีเอบีโปร เอบีโปรจูเนียร์นะครับ มีโปรดิฟเฟนซ์มีอีกหลายตัวเลยครับ แต่ว่าเราใช้เฉพาะแต่ละเรื่องที่ช่วยโรคต่างๆ ครับ แล้วก็อันนี้มันทำมาจากวิจัยที่มีอยู่แล้วก็เรียกว่าเป็น Clinical Clinically Proven Strain เราทำทางด้านที่บอกว่าเมกก้าขายสินค้าส่วนใหญ่เป็นยานะครับ แล้วก็เราก็มองเป็นวิจัยเป็นหลัก ก็มีเยอะหลายตัวเลยครับ โพรไบโอติก พรีไบโอติก เมกก้าไฟเบอร์อะไรมีอีกหลายตัวครับ เยอะ เราก็มีไลน์ครบเฉพาะโพรไบโอติกโฟไลท์ สินค้าในหลายเอเรียครับ มีครับ ก็คือเห็นว่าแบรนด์ของเมกก้าก็คือเห็นโฆษณาค่อนข้างบ่อยในทีวีครับช่วงนี้ แต่ว่าตัวนี้ไม่ค่อยเห็นโฆษณาก็เลย นอร์มาร์กัสก็มีบ้างครับ ไม่ใช่โฆษณาทุกอย่างครับ โฆษณายาก สินค้าที่ดังอยู่แล้วก็เราโฆษณาให้ทุกคนจำได้ แต่เรื่องโฆษณาเราไม่ได้เป็นบริษัทโฆษณาเยอะอยู่แล้วครับ น้อย ถ้าดีดูยอดโฆษณาเราน้อยมากครับ เราไม่ได้ทำโฆษณาเพราะว่าเรา เราอาศัยความรู้แล้วก็ให้ร้านยาให้ข้อมูลเพื่อผู้บริโภคเข้าใจเพราะว่าพวกนี้เป็นยานะครับ เราไม่ได้เป็น Consumer Company เราไม่ได้ขายโค้ก ไอศกรีม เราขายวิตามินที่มีวิจัยแบบยาครับ แล้วก็อยาก็ห้ามด้วยครับ มีกฎหมายมันบังคับอยู่นะครับ ขอบคุณมากครับ ครับ ขอเรียนสอบถามเรื่องของแมคแคร์ค่ะ ครับ ที่ทำในพม่าค่ะ ทางบริษัทเมกก้าเนี่ยมีความกังวลอะไรมั้ยในสถานการณ์ คือทราบว่ายอดขายกับกำไรไม่ได้ดรอปลง แต่ว่าในฟิวเจอร์เนี่ยในอนาคตเนี่ยบริษัทมีความกังวลหรืออะไรในเหตุในพม่ามั้ยคะ ในตลาดพม่าเนี่ยค่ะ เมื่อกี้ผมก็เล่าเรื่องพม่าให้แล้วครับท่าน เรื่องพม่าเรากังวลอยู่แล้วครับ ทุกคนกังวล นั่งอยู่นี้ก็น่าจะอ่านหนังสือผมก็กังวลแหละแล้ว ผมก็เพิ่งกลับมาจากเบอร์ม่า สาธิตนี่ผมอยู่ที่นั่นน่ะครับ ก็ยังโอเคครับ ถามว่าโอเคไม่โอเค เราก็ยังไม่หนีเบอร์ม่า บอกแล้วเราก็ยังอยู่ต่อครับ เพราะว่าเราไม่ใช่แค่ลงทุน แต่ว่าเราอยู่นานแล้ว อีกสามสิบเกือบสามสิบปีแล้ว แล้วก็เราส่งสินค้าไปถึงทุกร้านยาหมอต่างๆ เราก็ทำงานที่นู่นมานานแล้ว แต่มันปัญหานี้เราช่วยไม่ได้ครับ ไม่ได้อยู่ในอยู่ที่เราครับ เราไม่ได้ เราคิดทุกคนคาดหวังว่าประเทศจะเจริญ เราก็เจริญอยู่ครับ พัฒนาอยู่แล้ว บุคลากรห้าสิบล้าน แต่ว่าเราบอกว่าอนาคตอาจจะไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เราวางไว้ ตอนนี้เราถามว่าจะแพลนเราเป็นยังไง ผมแพลนไม่ได้ บอกว่าแค่อยู่ได้ก็ดีครับ กำไรอยู่ได้เท่าตัวก็ยังดี เมื่อก่อนเราว่าเราจะทำได้เท่าตัวกันภายในห้าปีเหมือนกันเบอร์ม่า แต่ตอนนี้ไม่ครับ แค่นี้อันนี้เปลี่ยนแปลง อันนี้เป็นเรื่องจริงครับ ทำมันเรื่องจริงเราก็ ถ้าผมบอกไม่บอกไม่ใช่ มันไม่จริงครับ แต่ว่าถ้าเราอยู่ที่นั่นมันก็มีอนาคต มี Opportunity บางคนหลายคนไม่อยู่ทิ้งไว้ ไม่ทำงานเราก็ยังทำงานได้ หาสินค้าได้ สินค้าเราติดตลาด แบรนด์แต่ละแบรนด์เฟโรวิท โกเฟนอันนี้อันนู้นก็ติดตลาดมานานแล้ว แล้วก็คิดว่าเราก็ยังมีโอกาสทำธุรกิจได้ เราก็ส่งสินค้าอะไรที่จำเป็น มีคนใช้ ยาก็ยังใช้อยู่ ไม่ว่าจะโรคอะไรต่างๆ ไม่หายครับ มันก็ต้องใช้อยู่ดีครับ แต่อาจจะบางสินค้าที่นำเข้ายากขึ้น แปลว่ากดเงินก็ประเทศมีเงินน้อยลง เขาจะอิมโพร์ตไลน์ซะอาจจะยากขึ้น วิธีการทำงานธุรกิจเหมือนเมื่อก่อนตอนที่เราเริ่มต้นๆ อาจจะเปลี่ยนแบบนั้น เราก็ยังทำงานต่อครับ อย่างงั้นต้องดูเป็นปีๆ ครับ แต่ว่าถามว่าเราจะมีเปลี่ยนแปลงมั้ย ไม่ครับ อนาคตเป็นยังไง ต้องดูก่อนครับ แล้วถ้าประเทศเปลี่ยนอาจจะกลับมาดีขึ้นก็ได้ แต่ตอนนี้ก็ยังบอกว่าอยู่ได้ไม่อยู่ได้ครับ แปลว่ามันก็ยังมีคนเดินในถนน มีเปิดร้าน มีคนไปกิน มีทุกอย่างเหมือนเดิม ร้านค้าเบียร์เหล้าขายอยู่เหมือนเดิมครับ มี แต่มันแค่เครื่องบิน ตอนนี้ถ้าคนอยากจะจองตัวไปพม่าไม่มีที่นั่งแหละครับ ไม่มี หนึ่งคนมาอยู่เมืองไทย สองเขาจะกลับไปด้วยมาหาหมอที่นี่ ไปดูโรงพยาบาล มันก็มีอยู่ครับ แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อน แค่เนี้ยไม่ระเบิดเหมือนเมื่อก่อนที่เราคิดว่าวางไว้ว่าพม่าจะเป็นประเทศที่มีอนาคต อันนั้นเป็นเรื่องจริงครับ แต่ผมไม่ได้คุยเรื่อง Politics อันนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เรายุ่งกับอยู่แล้ว ก็เลยมีแค่นี้ครับ มากกว่าเนี้ยผมก็อาทิตย์พูดอะไรไม่ได้ ถามว่าจะเมกก้ายังทำงานดิบอยู่ไหม ทำงานครับ แมสเกย์ก็ยังดีอยู่ ยังโอเคครับ เพราะว่ามันเมื่อก่อนเราหวังว่าแมสเกย์จะใหญ่ขึ้นในพม่า แต่ตอนนี้เราก็อยู่แค่เนี้ย แต่กัมโบเดียเราก็มีแมสเกย์ เวียดนามเราก็มีแมสเกย์ กระจายสินค้าไปทั่วประเทศ ร้านค้าเป็นหมื่นแปดหมื่นแปดพันกว่า Outlet เราก็ส่งยาไปให้ทั่วประเทศน่ะ สองหมื่นห้าพันกว่า Outlet ส่งสินค้าเองเก็บตังค์เองก็ทำหลายอย่าง ขยายธุรกิจ อันนี้เป็นกลยุทธ์อันนึงมาช่วยแบรนด์เราด้วย ก็เลยงั้นบอกว่าแมสเกย์มีผล ผลต่อดีกับเมกก้าในกัมพูชา ในพม่า ในเวียดนาม แต่ประเทศอื่นๆ เราก็อาศัยคนอื่นมาทำกระจาย เพราะว่าเขาเก่งกว่าเราอยู่แล้ว เขาก็ไปถึงก่อนเราอยู่แล้ว มันก็เสียเวลาไปทำเองอะครับ เพราะว่าเขาทำได้ แต่เราไปพม่าสามสิบปีตอนนั้นคนอื่นก็ไม่ไปครับ ก็เลยยังโอเคครับ ยังถอดทำ ทำต่อครับ เหมือนเดิมครับ คำถามที่สองนะคะ คืออยากทราบว่าเมกก้ามอง ตลาดในเอเชียเนี่ย มองว่าประเทศไหนจะเป็นประเทศที่ทำให้เมกก้าโกรธใน ในอนาคตอะคะ เมกก้ามองทุกประเทศเป็น Growth Market ครับ เราไม่ได้มองประเทศไหนไม่ได้เป็นพิเศษ เมืองไทยก็มี Opportunity ถามว่าในประเทศ บางประเทศถ้าเรามองอันนึงบอกว่ามันโตไม่ได้แล้ว มันก็มีหลายบริษัทโตอยู่นะครับ เขาก็หาช่องใหม่ๆ มาโต ถ้าเราทำเดิมๆ อาจจะโตไม่ได้ อย่างงั้นต้อง Opportunity มี เดี๋ยวผู้อายุสูงในเมืองไทยมากขึ้น มันก็น่าจะมี Product ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ต้องเปลี่ยน ไม่ใช่ว่าอาจจะเวียดนามมี Birthday สามเปอร์เซ็นต์ อย่างงั้นขายสินค้าสำหรับเด็ก มันก็น่าจะดี ก็อย่างงั้นถามว่าจะมี Opportunity ในทุกประเทศแล้วแต่เราครับ ถ้าเราไม่บอกว่าเราจะทำแค่เนี้ย เราก็มี Opportunity อินโดก็มีเยอะ เมืองไทยก็ยังไม่จบอะครับ คิดว่ายังมีอยู่นะครับ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรค โรคตับไตก็มีเยอะแยะเลยครับตอนเนี้ย มันก็ อายุมากขึ้นก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเองก็มี มีมากขึ้นนะครับ มันก็ไม่ใช่ว่าหมดหายนะ ไม่มีโตแล้ว มันไม่ได้ ถ้ามองแค่ Growth Rate ของตลาดอาจจะไม่มี แต่มองในธุรกิจเรา เราหา Opportunity ได้มั้ย อย่างงั้นเราไม่ได้มองว่าไม่มีนะครับ มี เมืองไทยก็มีนะครับ มาเลย์ก็ยังมีอยู่ อินโดก็มีเยอะ เวียดนามก็มีเยอะ ฟิลิปปินส์ก็มี เพราะว่าเอเชียยัง ยังมีโอกาสเยอะแหละครับ งั้นคำถามที่สามอยากทราบว่าปกติเมกก้าจะ Launch Product ใหม่ๆ เนี่ยประมาณสักสี่สิบกว่าชนิดอะนะคะ ใน ในตลาดทุกๆ ปี อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เรา เราวางเป้า Launch Product ประมาณสักสี่สิบกว่าอย่างเนี่ย ในตลาดทุกๆ ปีอะคะ คือไม่ค่อยเห็นบริษัทที่ประกาศตัวเองว่าเป็นยาบริษัทใหญ่ๆ เนี่ยที่จะ Launch Product ออกมาเยอะอย่างงี้อะคะ เพราะว่านี่เป็นบริษัทใหญ่ บริษัทใหญ่ก็ Launch Product นึงเพราะว่าเขาทำวิจัยลงทุนห้าพันล้านเหรียญ พันล้านเหรียญ เราไม่ลงทุนพันล้านเหรียญ อันนี้เรียกว่าเป็น Patented Molecule เขาต้องลงทุนนึง Product แล้วก็หวังว่าจะขายได้ห้าพันล้านเหรียญน่ะ เราไม่ใช่ครับ เราเป็น Generic Company ก็ต้องมองว่าเราทำยาที่เป็น Copy Product ที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว ถ้าเราเป็นคนแรกเราก็ได้ประโยชน์ แล้วก็ถ้าเราได้ประโยชน์เราก็แข่งกันได้ ราคาเราดี คุณภาพเราดี เราก็แข่งกัน มันมาจ อย่างงั้นเราไม่ได้ทำธุรกิจแค่ตื่นเช้าสั่งโรงงานขายอาหาร เหมือนสหรัฐบอกว่าดีมาก เราซื้อสินค้าจากสหรัฐ But it's not the same. ที่เรา ผมก็แค่อธิบาย ที่นู่นไม่ได้ควบคุม ถ้าท่านอยากจะขายอาหารเสริมพวกนี้เข้าไปสหรัฐก็ขายได้เลยครับ ไม่ได้ถาม แต่มันจับทีหลัง อันนี้ก็เรียกว่า After Catch FTC มาจับแล้วก็ Fine $50,000 $100 million But มีหลายคนมาขายก่อน แต่บ้านเรากับออสเตรเลียกับอันนี้เขาว่าก่อนที่จะขายต้องจดทะเบียนก่อน โรงงานต้องมี GMP ก่อน อันนี้สำหรับผมว่ามันระบบดีกว่า แล้วก็ทำให้เรา Assure ได้มาอย่างน้อย แต่มันถ้าเจออะไรนี่เรียกว่าเป็นผิดปกติ โคบายาชิเป็นไม่ใช่บริษัทเล็กนะ ที่คุณพูดถึงบริษัทญี่ปุ่น เขายอดขายก็มันไม่น้อยกว่าพันล้านเหรียญน่ะ ยูเอสไม่น้อย ไม่ใช่บริษัทเล็ก แต่มันเป็นไปได้ เขาสกัดออกมาแล้วก็เจอสารอันนี้ที่เขาไม่ค่อยสังเกตว่าจะเป็นสารตัวนี้ เขาว่าก็มีโพลีซีโรบินอะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ Citronin เขาเจอว่าอีกอันหนึ่ง ที่เป็นเคมีที่ทำให้มันลบคุณเสียชีวิต ที่เขาก็ไม่รู้เลยวิธีระบบการสกัด So อันนี้เป็นยีสต์เป็นของธรรมชาติ อย่างงั้นต้องมีระบบเคมีควบคุมนะครับ และผมคิดว่าสินค้าขายอาหารเสริมยังไง ยังไงต้องเป็นระบบเหมือนยาครับ ไอ้เมกก้าไม่เปลี่ยนแปลง ทำสินค้าเหมือนยาครับ อาหารเสริม เราไม่ได้ทำเป็นอาหาร ก็ตอนนี้ผมก็อธิบายได้ประมาณแค่นี้ครับ แต่รายละเอียดถ้าอยากรู้ก็ต้องลงลึกๆ ดูว่า Process เราเป็นยังไงครับ เราก็มีพันกว่าคนนั่งอยู่ในโรงงานที่ทำเครื่อง แค่ HPLC ก็มีสามสิบหกเครื่อง ในแล็บมีสองร้อยคนทำงานครับ เราไม่ได้ทำอาหารในห้องตึกแถวแล้วก็ส่งให้คุณกินน่ะ ไม่ครับ ก็เลยต้องยอมรับว่ามันใช้เวลาใช้เงินแล้วก็ใช้ความรู้ทีมงานด้วย แล้วก็ตั้งใจทำของดี ไม่ขายถ้าข้อมูลไม่เพียงพอ เราไม่ทำธุรกิจเล่นๆ แล้วก็สั้นๆ เนี่ย จะทำอะไรที่เรามั่นใจได้ว่ามีข้อมูล อันนั้นมันทำให้เราแตกต่างกับบริษัทอื่น ผมเชื่อว่าเราไม่ได้รีบหากำไรครับ ไม่ได้รีบโฆษณาสินค้าอย่างเดียว ขายอะไรที่เรามั่นใจกินเองได้ด้วยนะครับ วันนี้ต้องขออนุญาตให้ขอบคุณทุกท่านที่มาประชุมร่วมกันนะครับ แล้วก็ขอจบตรงนี้ แล้วก็ถ้ามีคำถามอะไรทีมงานเราพร้อมตลอดเวลาที่จะตอบข้อมูลให้นะครับ ขอบคุณทุกท่านนะครับ ท่านประธานจะมีอะไรครับ ขอบคุณครับท่านผู้ถือหุ้นทุกท่านครับ ก็ขออนุญาตปิดประชุมแล้วก็ขอให้ท่านเดินทางกลับบ้านแล้วก็พักผ่อนตอนสงกรานต์อย่างสงบสุขครับ ขอบพระคุณครับ และเพื่อประโยชน์ในการจัดงานครั้งหน้านะคะ โดยเฉพาะการประชุมครั้งหน้าที่จะมีโอกาสได้มาพบหน้าพบตากันอีกนะคะ ขออนุญาตทุกท่านช่วยประเมินการจัดงานของทีมงานเรา เพื่อที่ทีมงานจะได้นำข้อมูลไปปรับปรุงการจัดงานครั้งหน้า อำนวยความสะดวกให้กับทุกท่านได้เต็มที่มากขึ้น ขอบพระคุณค่ะ เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพค่ะ