PTT Global Chemical PCL (BKK:PTTGC)
Thailand flag Thailand · Delayed Price · Currency is THB
40.25
+0.75 (1.90%)
May 5, 2026, 10:35 AM ICT
← View all transcripts

Earnings Call: Q2 2024

Aug 23, 2024

เกียรติทุกท่านในนามของบริษัท PTT Global Chemical จำกัด มหาชน ดิฉันขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การแถลงผลประกอบการประจำไตรมาสที่สอง ปี 2567 ผ่านทาง Microsoft Teams ค่ะ รบกวนขอความกรุณาทุกท่านปิดไมค์ตลอดในช่วงการบรรยายค่ะ กำหนดการในวันนี้นะคะ ขอเรียนเชิญทุกท่านรับฟังแถลงผลประกอบการประจำไตรมาสที่สอง ปี 2567 โดยจะแบ่งออกเป็นสามหัวข้อหลัก ประกอบด้วย หนึ่ง ภาพรวมในไตรมาสที่สอง ปี 2567 และ Strategic Evolution สอง ผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่สอง ปี 2567 สาม แนวโน้มตลาด ปี 2567 และหลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงถามตอบค่ะ ลำดับถัดไป ดิฉันขอแนะนำท่านผู้บริหารค่ะ คุณณรงค์ศักดิ์ จิวากานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณทศพร บุญยาภิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่, คุณภัทรรดา ส่งแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี และคุณสิริเดช คุมวงศ์ดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและพาณิชยกิจ ขอเรียนเชิญท่านผู้บริหารเริ่มการแถลงผลประกอบการค่ะ นะครับ ก็สวัสดีนะครับนักวิเคราะห์นะครับ นักลงทุนนะครับ ก็การรายงานมันคราวนี้ก็จะคล้ายๆ คงเอ่อ ลำดับการรายงานจะคล้ายๆ กับไตรมาสที่ผ่านมานะครับ เดี๋ยวผมจะเริ่มรายงานก่อนนะครับ เป็นภาพรวมของธุรกิจนะครับ แล้วก็ผลประกอบการ แล้ววันนี้ที่มีนำเสนอเพิ่มเติมก็คือทิศทางนะครับของ GC นะครับ เราได้มีการทำ Workshop เรื่อง Strategy เรื่อง Direction นะครับ ห้าปีนะ แผนห้าปีกับคณะกรรมการบริษัทเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ ก็จะเอาทิศทางต่างๆ เหล่านั้นเนี่ย เอามาเล่าแล้วก็รายงานให้กับนักวิเคราะห์นะครับ เอ่อ ทางด้านพี่แมว CFO ก็จะพูดถึงตัวเลขผลประกอบการนะครับ และคุณสิริเดชนะครับ พี่หน่องก็จะพูดถึงภาพรวมของตลาดนะครับ แล้วก็ทิศทางนะครับ วันนี้มีท่าน President นะครับ คุณทศพรมาร่วมด้วยนะครับ พี่ฝนนะครับ ก็พี่ฝนก็ดูแลทางด้าน Operation นะครับ มัธยพุธทั้งหมดก็มาพร้อมในการช่วยให้ข้อมูลกับนักวิเคราะห์นะครับ ในกรณีที่มีคำถามประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับด้านเทคนิค เรื่อง Operation นะครับ งั้นผมขอเริ่มนะครับ ในส่วนแรกนะครับ กับผลประกอบการในไตรมาสสองนะครับ ซึ่งได้มีการแจ้งผลออกไปแล้วนะครับ เมื่อสักสองสัปดาห์ที่แล้วนะครับ โดยรวมนะครับ รายรับก็ Year on Year กับ Q on Q นี้ก็มีการเพิ่มนะครับ ก็ส่วนใหญ่ก็คือตามทิศทางของราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนใหญ่นะครับ Adjusted EBITDA นี่ก็เก้าพันหกร้อยกว่าล้านนะครับ อ่า Q on Q นี่อาจจะ Soft ลงบ้าง เดี๋ยวผมอธิบายให้ฟังนะครับ แล้วพี่แมวขยายความ แต่ Year on Year นี่เพิ่มปรับตัวสูงขึ้นมากนะครับ Operating Profit นะครับ ก็ตามเรื่องของตัว Q on Q นะครับ ที่มีการ Soft ตัวของส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ Refinery นะครับ ตามฤดูกาลนะครับ แต่ก็มีรายการพิเศษนะครับ ทำให้ Net Profit ของไตรมาสสองเนี่ยนะครับ ปิดที่หนึ่งพันแปดร้อยสี่สิบหกล้านบาทนะครับ ถ้าดูในตาม Waterfall Chart นะครับ ตัวเลขจากเจ็ดร้อยกว่าล้านนะครับ ในไตรมาสที่แล้วนะครับ ตัวที่ Soft ลงสามพันกว่าล้าน ส่วนใหญ่จะเป็นโรงกลั่นนะครับ เพราะว่าตัวมาร์จิ้นของโรงกลั่น Soft ลงตามฤดูกาล Automatic Soft ลงบ้าง แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดีนะครับ ดีกว่าในนี้เราเคยเห็นในก่อนหน้านี้นะครับ Intermediate นะ Final ก็ดีขึ้นนะครับ Glycol นี่โรงงานที่หยุดในการทำ Turnaround ก่อนหน้านี้ได้กลับมาเดินเต็มที่แล้วนะครับ Polymer เริ่มเห็นมาร์จิ้นที่ดีขึ้นนะครับ ในไตรมาสสอง Bio เอ่อ ตัว Fatty Alcohol Soft ลงบ้างตามฤดูกาลนะครับ แต่ถือว่ามาร์จิ้นยังอยู่ในระดับที่ดีอยู่นะครับ Performance Chemical นะครับ Alnex นี่เห็นความชัดเจนนะครับ ว่าตลาดเริ่มกลับมา Volume สูงขึ้นเทียบกับปีที่แล้วนะครับ โดยเฉพาะในเอเชียเริ่มเห็นความชัดเจนทั้ง Southeast เอเชีย จีน และอินเดียนะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะมีเล่าเรื่องอินเดียของ Alnex เพิ่มเติมในการรายงานครั้งนี้นะครับ Vencloric ยังได้รับผลกระทบอยู่นะครับ ถึงแม้ว่าอ่า กิจกรรมต่างๆ Initiative ต่างๆ ที่ทำ Cost Saving เริ่มเห็นผลนะครับ แต่ว่าภาพรวมของธุรกิจของ Isocyanate ก็ยังมีการแข่งขันอย่างที่รุนแรง มาร์จิ้นก็ยังบางนะครับ แล้วเดี๋ยวจะมีรายงานว่าทิศทางของ Vencloric จะดำเนินงานยังไงต่อ แล้วก็ Timeline นะครับ งั้นภาพรวมของไตรมาสสองเป็นประมาณนี้นะครับ ขอหน้าถัดไปครับ อันนี้กลับมาดูในภาพของอุตสาหกรรมนะครับ โดยรวม Bar Chart นี้ก็เป็นตัว EBITDA Margin นะครับ เปอร์เซ็นต์ EBITDA Margin ของผู้ประกอบการในธุรกิจปิโตรเคมีนะครับ ในทุกๆ ภูมิภาคทั่วโลกนะครับ เอ่อ แต่ละแท่งก็จะเป็น EBITDA Margin ของแต่ละปี เริ่มตั้งแต่ปี 2019 นะครับ ถึง 2023 นะครับ ทิศทางก็ดูง่ายๆ ก็ดูตามลูกศรนะครับ ของทุกๆ ภูมิภาคนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางอเมริกา ตะวันออกกลาง ซึ่งเขามีต้นทุนของวัตถุดิบถูกที่สุดนะครับ ก็ลงนะครับ ทางยุโรปก็ลงแน่นอน เพราะว่าต้นทุนก็ยังแพงอยู่นะครับ North Asia ก็คือในกลุ่มที่เป็นญี่ปุ่น เกาหลีต่างๆ นะครับ มีผสมกันนะครับ กลุ่มที่เป็นปิโตรเคมีก็จะลงนะครับ แต่กลุ่มที่กระเถิบตัวมาทำ Specialty หรือ Healthcare หรือ อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เนี่ย... ก็จะจะจะปรับตัวขึ้นนะครับ ก็จะเป็นเป็นทิศทางที่เห็นว่าการ Diversify ไปสู่ Specialty ต่างๆ เป็นทิศทางที่ที่น่าสนใจนะครับ ซึ่งหลายบริษัททำแล้วก็ประสบความสำเร็จนะครับ จีนนะครับ ถึงแม้เราเห็นว่าเอ่อมี Capacity เยอะ เอ่อต้นทุนถูกนะครับ แต่ว่าในในแง่ของ Trend ของ EBITDA ก็ก็ลงเช่นกัน มีแค่บางบริษัทที่มีขาขึ้นนะครับ ขวาสุด Southeast Asia ลงทุกบริษัทยกเว้นมีบริษัทเดียวที่เป็นเป็นน้ำมันนะครับ และส่วนใหญ่ Portfolio แปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นน้ำมัน ก็น้ำมันก็ยังก็ยังดีอยู่นะครับ ในในเทียบกับในปีที่ผ่านๆ มาของ GC นะครับ อยู่ซ้ายสุดก็จะเห็นว่าเราสามารถในในท่ามกลางสภาวะของตลาดที่เป็นเป็นอย่างนี้นะครับ ผันผวนแล้วก็ยังยังมีขึ้นๆ ลงๆ นะครับ มีแรงกดดันจากเรื่องตลาดเรื่อง Supply ต่างๆ แต่ GC ด้วยกิจกรรมด้วย Activity ต่างๆ เราก็สามารถพยุงนะครับ ตัว EBITDA Margin ของเราได้ดีนะครับ เทียบกับกับ Peer ทั้งหลายนะครับ หน้าถัดไปครับ คราวนี้เจาะลงมาดูของครึ่งปีแรกของ 2024 นะครับ ด้านซ้ายสีเขียวก็คือเอาเฉพาะของ Chemical ของ GC เข้ามา ด้านล่างจะเป็นโรงกลั่นนะครับ ที่ทำแยกเห็นเพราะว่าที่ผมเรียนก็คือโรงกลั่นในไตรมาสสอง Margin โดยรวมเนี่ย Soft ลงเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้นะครับ แต่ Chemical ถ้าแยกเฉพาะ Chemical มาจะเห็นว่าไตรมาสเอ่อครึ่งปีแรกนะครับ เทียบกับปีก่อนๆ เนี่ยดูดูดีนะครับ ทิศทางเริ่มดูดีนะครับ ถ้าเอาของ GC เฉพาะ Chemical อย่างเดียวมาเทียบกับ Peer ทั้งหลายนะครับ ทั้งอเมริกายุโรปแล้วก็เอเชียก็เห็นเห็นได้ชัดนะครับ ว่าของเราเนี่ยก็ยังสามารถประคองเอ่อครึ่งปีแรกได้ดีในแง่ของตัว EBITDA Year on Year นะครับ ครับก็เป็นการ Recap อีกครั้งนะครับ กิจกรรมหลักๆ ที่สำคัญในการทำให้เราสามารถประคองนะครับ ความสามารถในการแข่งขันในช่วงท่ามท่ามเอ่อท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน เอ่อ Portfolio Diversification นะครับ ในครึ่งปีแรกเราก็ทำเรื่อง PDT Digital จบเรียบร้อยนะครับ อันนั้นก็ Complete เรียบร้อย Bond Buyback นะครับ ก็เป็นเป็นเป็น Activity ที่ที่ประสบความสำเร็จนะครับ แล้วก็ได้ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาสสองนะครับ ได้ตัวช่วยนะครับ ซึ่งพี่แมวจะรายงานตัวนี้ในรายละเอียดนะครับ Outlook ต่อไปเราก็จะทำเรื่องนี้ต่อนะครับ เพราะเรื่องการทำ Portfolio Reshape Transformation จะเป็นเรื่องที่กิจกรรมที่ต้องทำต่อเนื่องและไม่ได้ทำเฉพาะ GC นะครับ ผู้เล่นทุกรายก็จะทำเรื่องพวกนี้นะครับ เพื่อปรับพอร์ตนะครับ ปรับความสามารถในการแข่งขันให้พร้อมแล้วก็แล้วก็ต่อสู้นะครับ กับภาวะนะครับ เรื่อง Drive Operation Efficiency นะครับ กำลังการผลิตในครึ่งแรกของปีนี้ก็ทำได้ดีนะครับ ทั้งโรงกลั่นทั้ง Olefin ก็ทำได้ดีนะครับ เอ่อมองต่อไปนะครับ เราก็คิดว่าตัวโรงกลั่นเนี่ยน่าจะมีแนวโน้มที่จะมี Crack Spread ที่ Improve นะครับ ในช่วงครึ่งปีหลังนะครับ ตามฤดูกาล Aromatic ก็เชื่อว่าน่าจะอยู่ในระดับนี้นะครับ ถึงแม้ Soft ลงมาบ้างนะครับ เทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ แต่ก็ถือว่าเป็นระดับที่ดีนะครับ เพราะว่า Supply ในตลาดยังค่อนข้าง Tight Olefin ยังมี Capacity ใหม่ขึ้นมาเยอะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องต้องต้องเอ่อต่อสู้นะครับ แล้ว GC คิดว่าเรามีต้นทุนที่สู้ได้นะครับ ใน Southeast Asia Cracker ใหม่ที่ขึ้นมาเราคิดว่าเราสู้ได้นะครับ Alnex ก็ที่ผมเรียนก่อนหน้านี้นะครับ ก็เห็นชัดเจนเพราะว่ามี Demand เริ่มกลับเข้ามานะครับ Volume Improve ห้าถึงเจ็ดเปอร์เซ็นต์นะครับ การความสามารถในการทำกำไรต่อยูนิตก็ยังประคองไว้ได้ดี รักษาไว้ได้ดีครับ China Hub ก็เริ่มค่อยๆ Ramp up ขึ้นมา อยู่ในกระบวนการที่ทำ Product Certification กับลูกค้าต่างๆ นะครับ เพราะเรามีการย้าย Volume จากโรงงานอื่นอื่นๆ นะครับ รอบข้างเข้ามาที่ China Hub นะครับ ก็จะเห็นว่าก็ค่อยๆ Ramp up กลับขึ้นมาครับ Footprint Optimization ต่างๆ ที่เคยรายงานก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ก็เสร็จสิ้นสิ้นทั้งหมดนะครับ แล้วเริ่มจะเห็นผลประโยชน์นะครับ การทำ Cost Saving ต่างๆ แล้วก็ Productivity แล้วก็ Profitability ที่ดีขึ้นในไซต์ต่างๆ ที่เราเรา Rationalize ไว้นะครับ ทิศทางในอนาคตของ Alnex ก็คือ Drive Growth นะครับ ซึ่งเดี๋ยวทาง CFO จะรายงานนะครับ ว่าเราตั้งเป้าของ Alnex แบบไหนนะครับ และการจัดสรรงบประมาณเอ่อเพื่อเตรียมตัวให้ Drive Growth ในจังหวะที่เริ่ม Recover กลับมาเป็นอย่างไรสำหรับ Alnex นะครับ แล้วจะมีการพูดถึง Concept ของ Hub ต่อไปเรื่อยๆ นะครับ วันนี้ผมจะรายงานเรื่อง India Hub นะครับ ซึ่งผมได้ไปไปไปเยี่ยมชมมาแล้ว South Asia Hub Southeast Asia Hub ก็จะเป็นตัวต่อไปนะครับ Decarbonization ก็ On Track นะครับ สำหรับเป้าสองพันสามสิบนะครับ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วตามนโยบายที่กลุ่มปตท. นะครับท่านท่านผู้ว่าได้ได้ประกาศนโยบายว่าต้องกิจกรรมเรื่อง Decarbonization ต้องทำเป็นเป็นกลุ่มนะครับ GC ก็จะมีหน้าที่ของของหนึ่งใน Component ในการทำให้เกิด Decarbonization อย่างอย่างบรรลุตามเป้าหมายร่วมกับกลุ่มปตท. นะครับ เดี๋ยวจะมีการรายงานเรื่องนี้ต่อนะครับ เอ่อที่ผมเกริ่นก่อนหน้านี้นะครับว่า เรามีการทำ Workshop กับคณะกรรมการในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมานะครับ ธีมยังเป็นเหมือนคล้ายๆ เดิม แต่มีการปรับเปลี่ยน แล้วก็โฟกัสในเรื่องที่จำเป็น แล้วก็ในเชิงกลยุทธ์นะครับ เป็นสามสเต็ปที่เราเรียกว่าสามสเต็ป Evolution นะครับ ก็จะมีนัยยะของคำว่า Evolution ก็คือมีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบจากซ้ายไปขวา เป็นการเปลี่ยนแปลงในเฉพาะเรื่องให้เหมาะสมกับสภาพของธุรกิจที่เราวิเคราะห์มาแล้วนะครับว่า มีทิศทางแบบไหนอย่างไร เอ่อภาพด้านล่างนะครับ Portfolio ยังยืนยันเหมือนเดิมนะครับว่า เราจะค่อยๆ Diversify ซึ่งปัจจุบันนะครับ ตรงสีเหลืองในพายชาร์ตเนี่ย เราอยู่ที่ประมาณสักยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของ EBITDA Contribution ที่เป็น Performance Chemical คือ Specialty Chemical นะครับ Alnex อยู่ในนั้นนะครับ เรายังตั้งเป้าลักษณะเดิมคือ 2030 ก็คือสามยี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นสามสิบเปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็จะ Drive การเติบโตของ Segment นี้นะครับ Portfolio นี้ขึ้นไปมากขึ้นอีกนะครับ เราประเมินดูแล้วนะครับ คิดว่าภายในเกือบเกือบสิบปีน่าจะสัดส่วนที่น่าจะสมดุลและเหมาะสมก็อยู่ที่ประมาณสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์นะครับ ก็จะเห็นกิจกรรมและเห็น Growth แล้วเรื่อง Capital Allocation ต่างๆ ไปในทิศทางนี้นะครับ อันนี้เป็นหกอ่าห้า Pillar บวกหนึ่ง Foundation ที่เราได้ได้หารือกับคณะกรรมการ และคณะกรรมการก็เห็นชอบตามหลักการนี้นะครับ จากนี้ไปก็จะเป็นการลงรายละเอียดนะ ทางทางทีมผู้บริหารและก็พนักงานจะร่วมกันทำเอา Direction นี้นะครับ จากการประเมินเบื้องต้นแปลงเป็นแผนธุรกิจห้าปีนะครับ ตัวเลขต่างๆ ก็จะพอมีความชัดเจน ก็จะนำมารายงานเล่าให้นักนักวิเคราะห์ฟังในในไตรมาสสี่นะครับ ในแต่ละ Pillar นะครับ เรื่องแรกก็คือ Portfolio Transformation นะครับ เราก็จะมีการจัดกลุ่ม Asset ต่างๆ นะครับ เทียบเคียงกับสภาพการแข่งขันนะครับ ความสามารถในการแข่งขันในระยะใกล้ แล้วก็ระยะไกลนะครับ มีการวาง Activity เรื่องการเพิ่ม Enhance เรื่องความสามารถในการแข่งขัน บวกกับก็จะมองว่า Asset ไหนดูแล้วมี Potential ที่ควรจะเสริมความแข็งแกร่งโดยการหา Strategic Partner เข้ามาช่วยร่วมกันนะครับ ด้านที่สองก็คือเป็นหัวใจหลักที่เราทำมาตลอดนะครับ Competitiveness Reinforcement แต่ Theme ครั้งต่อจากนี้ไป เราจะใช้คำว่า Holistic Optimization ซึ่งมีหลายหลาย Dimension นะครับ มุมแรกก็คือเรื่อง Feedstock เดี๋ยวผมขยายตามความต่อว่า สิ่งที่เราทำเพิ่มในมุมของ Feedstock คืออะไร ตลาดก็เช่นกันนะครับ แล้ว Operation Excellent ที่ทำมาตลอด เราจะเพิ่มเรื่อง AI นะครับ เรื่อง Digital เข้าไปเพิ่มเติมนะครับ ก็เริ่มเห็น Roadmap เริ่มเห็นตัวเลขคร่าวๆ นะครับ ก็เป็นสิ่งที่จะทำเพิ่ม On Top ของกิจกรรมที่ GC ทำมาตลอดครับ เรื่องที่สามเป็นเรื่องเอ่อเรื่องเรื่องค่อนข้างใหม่นะครับ แต่เป็นไอเดียที่ทำมาก่อนหน้านี้ คิดมาก่อนหน้านี้ คิดว่าจังหวะนี้น่าจะเป็นโอกาสนะครับ เรื่องการ Transform Map To Put ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น Commodity Based นะครับ ให้เป็น Commodity และ Specialty จะคำ Hub Concept ของ Hub ที่เราเรียนรู้มาจาก Outnet เราคิดว่าน่าจะมาใช้ได้ เดี๋ยวผมขยายความเพิ่มว่า Hub คืออะไรนะครับ ในในมุมมองของ Southeast Asia นะครับ สี่นี่คือที่ที่เราเน้นย้ำนะครับว่า Outnet เนี่ย เรามาถูกทางแล้ว ทิศทางเริ่มมาพอตลาดเริ่ม Recover เราก็จะช่วย Support ให้ Outnet ไปถึง Full Potential นะครับ พี่แมวจะเล่าให้ฟังว่า Full Potential เนี่ย เป้าคือเท่าไหร่นะฮะ เอ่อข้อห้านะครับ เรื่อง Sustainability Bio Circularity ที่เราจัดอยู่ในพอร์ตนี้นะครับ เราก็จะกลับมาทบทบทวนใหม่ว่า แต่ละธุรกิจที่อยู่ในภายใต้กลุ่มนี้ Stage ต่างๆ Maturity ของแต่ละธุรกิจเนี่ย แตกต่างกัน ก็จะวางกลยุทธ์ วางทิศทาง วางการลงทุนนะครับ ต่อยอดให้เหมาะสม สอดคล้องกับ Status ของแต่ละธุรกิจนะครับ เพื่อให้โตกลับไปพร้อมตลาด และ Decarbonization เราจะพูดถึง Scenario แล้วก็การมองหา Alternative ต่างๆ เข้ามาเสริมกิจกรรมที่เราทำอยู่ปัจจุบันนะครับ Foundation นะครับ ก็ตกลงกันภายในฝ่ายจัดการนะครับว่า จะยกระดับเรื่อง Innovation ให้เป็น Innovation ทั่วทั้งองค์กรนะครับ ไม่ได้เป็นเฉพาะกิจกรรมเฉพาะนักวิจัยหรือทีม Marketing ที่เกี่ยวข้อง Organization ก็จะมีการปรับเปลี่ยนให้มี Agility Agility เยอะขึ้น สูงขึ้นนะครับ เรื่องใหม่ๆ อย่างเช่นเรื่อง Map To Put ที่ต้องเป็นการทำ Cross Functional เยอะๆ ก็จะมี Task Force ที่ทำเฉพาะกิจ แล้วแล้วความตั้งใจก็คือเราเราจะพยายามผันตัวจาก Commodity Based ให้เป็น Specialty Based สามสิบเปอร์เซ็นต์ และสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ในอนาคตเนี่ย ก็ต้องเอาองค์ความรู้ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว แต่อยู่ในระดับของบริษัทลูกหรือกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ก็จะเอาตรงเอา Project นี้นะครับ Transfer Knowledge นะครับ สร้างองค์ความรู้กลับเข้ามาในให้ในองค์กรนะครับ เพื่อให้เกิด Synergy และเกิดการมีความพร้อมในการ Drive เรื่อง Specialty ให้มากขึ้นครับ Value Based Financial Management ก็เป็นการรักษาวินัยทางการเงินนะครับ แล้วก็จัดเงินนะครับ จัด Resource ต่างๆ ให้เหมาะสมกับ Strategy ซึ่งพี่แมวจะขยายความเรื่องนี้นะครับ ถัดไปครับ อันนี้มาลงในเรื่องของ Portfolio นะครับ ที่ที่ผมเกริ่นก่อนหน้านี้นะฮะ สิ่งที่เราทำก็คือว่า เราก็จะดู Asset ต่างๆ ถึงแม้ Asset ส่วนใหญ่จะ Integrate ด้วยกัน แต่ในในแง่ของการแข่งขัน แต่ละ Product ออกไปเจอความท้าทายที่แตกต่างกันนะครับ ลำดับความสามารถในการแข่งขันของแต่ละ Asset ก็แตกต่างกัน เทียบกับคู่แข่งในใน Product นั้นๆ นะครับ ก็กลับมาทบทวนว่า ความน่าสนใจของตลาดนะครับ และ Utilization ของ Industry ใน Product นั้นๆ มองออกไปห้าปีนะครับ เป็นอย่างไรนะครับ แล้ว GC มาเทียบกับความสามารถในการแข่งขันของ GC ใน Product นั้นๆ และในองค์รวมในการที่อยู่กัน Integrated Value Chain เราสามารถแข่งขันได้แบบไหนอย่างไรนะครับ การที่เป็น Incumbent Supplier ในตลาดไทย Southeast Asia เราก็มีจุดแข็งในเรื่องนี้ เอามาประกอบกันนะครับ เพื่อวิเคราะห์ว่าจัดกลุ่มนะครับ ของ Asset เพื่อที่จะให้มีการบริหารจัดการที่ชัดเจนในแต่ละกลุ่ม Asset นะครับ การจัดการก็จะเป็นสามกลุ่มนะครับ ด้านแรกเนี่ย ด้านบนนะครับ กลุ่ม Asset ที่เรามองแล้วว่า มีการแข่งขันที่รุนแรงนะครับ แล้ว Landscape เปลี่ยนอย่างชัดเจน และแนวโน้มจะเปลี่ยนไปในทิศทางใหม่นะครับ ดังนั้นการแก้ปัญหาก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งนะครับ ต้องมีการแก้ปัญหาที่ปรับเปลี่ยนวิธีในการทำธุรกิจนะครับ ที่มีความชัดเจน เพื่อที่ต้องตอบสนองกับ Landscape ที่เปลี่ยนไปครับ บริษัทที่อยู่ในกลุ่มเอ่อสองบริษัทที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็คือ PTTRC นะครับ ซึ่งทั้งนักวิเคราะห์คงได้รับทราบข่าวก่อนหน้านี้ไปแล้วนะครับ แล้วก็ Vencorec นะครับ ที่อยู่ในฝรั่งเศส แล้วก็มี Asset อยู่ในไทยและอเมริกาด้วยนะครับ กลุ่มที่สอง เรามองว่าเป็นเอ่อ กลุ่ม Asset ส่วนใหญ่ของบริษัทนะครับ ที่ยังมีความสามารถในการแข่งขันได้เทียบกับคู่แข่งต่างๆ นะครับ จะด้วยที่ size หรือด้วยที่ต้นทุนทางวัตถุดิบ หรือการเป็นที่ Asset ที่ Integrate ด้วยกันก็แล้วแต่ เราเชื่อว่า Asset ส่วนใหญ่ยังแข่งขันได้นะครับ แต่ก็จะมีการทำเพิ่มเติม ซึ่งอันนี้ก็คือเรื่อง Holistic Optimization นะครับ ที่จะมาเล่าให้ฟัง กลุ่มที่สามนะครับ เป็นกลุ่มที่มีอนาคต เราจะส่งเสริมให้เติบโตนะครับ Drive Growth อย่างชัดเจน อาจจะมีบาง Asset ในกลุ่มนี้ที่จะพิจารณาว่า ถ้าได้มี Partner มาเสริมให้เกิดความแข็งแกร่งและทำให้การเดินหน้าเนี่ยมีความชัดเจนนะครับ สามกลุ่มนี้ เราก็จะทำพร้อมๆ ขนานกันไปนะครับ เพื่อให้ Maptaput เนี่ยค่อยๆ Transform นะครับ เสริมความแข็งแกร่งแล้วก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้าไปสู่หาสมดุลใหม่ที่เป็นทั้ง Commodity และ Specialty นะครับ ถัดไปครับ อันนี้มาลงในรายละเอียดของสองธุรกิจที่ผมเกริ่นว่าอยู่ในกลุ่มกลุ่มแรกนะครับ Vencoec แล้วก็ PTT Asahi นะครับ Vencoec นี่เป็นเป็นบริษัทที่เราลงทุนมาสิบกว่าปีแล้วนะครับ อยู่ทางด้าน HDI นะครับ Asset หลักอยู่ในในประเทศฝรั่งเศส แล้วก็มีโรงงานที่ต่อยอดเป็น Derivative อยู่ที่เมืองไทยนะครับ ระยอง แล้วก็อเมริกานะครับ ได้รับผลกระทบจากการที่มี Capacity นะครับ จากเอเชียขึ้นมาเยอะขึ้นมากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา แล้วก็เลยเกิดเกิดภาวะ Product ล้นตลาดนะครับ Margin ต่างๆ ก็เลยมีการปรับตัว Soft ลง เราเริ่มเข้าไปทำแผนนะครับ ปรับปรุงเอ่อ ลดต้นทุนนะครับ ดู Business Model ต่างๆ นะครับ ดูไปถึงเรื่องการหา Partner แล้วก็เจรจากับ Supplier กับเราเรียกว่า Platform Partner ของคนที่อยู่ใน Supply Chain ร่วมกันนะครับ ในการที่จะหาทาง Improve เอ่อ ผลประกอบการนะครับ และเพิ่ม Product Quality ลด Cost เราทำตั้งแต่ปี 2023 นะครับ ที่เห็นเป็นบวกก็คือกิจกรรมที่เรา Identify มาจาก Target ที่ต้องทำให้ได้ทั้งหมดประมาณครึ่งหนึ่งจะเป็นของเรื่องเกี่ยวกับการลดต้นทุนภายในบริษัทเอง ซึ่งอันนี้ On Track ทำได้ดีนะครับ เริ่มเห็นผลในปีนี้แล้วนะครับ แต่สิ่งที่ยังเป็น Challenge อยู่ก็คือเรื่องการเจรจากับเอ่อ คู่ค้านะครับ รอบข้าง เพราะทุกคนก็โดนผลกระทบเช่นกันนะครับ อันนี้ก็ยังยังไม่ได้เข้าเป้านะครับ ขณะเดียวกันตลาดก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวนะครับ เนื่องจากผลกระทบจาก Capacity ออกมาเยอะมากครับ เราเราเชื่อว่าเราได้ข้อมูลที่ค่อนข้างครบถ้วนแล้วนะครับ อยู่ในการประเมินครับ ผลต่างๆ แล้วมองออกไปในอนาคต แล้วจะเข้าเข้าสู่ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจนะครับ ว่าทิศทางในการสรุปในการปรับปรุงนี้จะเป็นแบบไหนอย่างไรนะครับ ภายในไตรมาสสามนะครับ ก็คือเดือนหน้าในกันยายนน่าจะได้คำตอบแล้วนะครับ พอได้คำตอบนี้ก็คงมารายงานทั้งทางทางตลาดและก็นักวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่งนะครับ PTT Asahi นะครับ เอ่อ ผลกระทบคล้ายๆ กัน แต่เหตุผลแตกต่างกันนะครับ ก็มี Capacity ออกมาใหม่เยอะนะครับ แต่ PTT Asahi มีมีสอง Product นะครับ Product หนึ่งก็คือ Acrylonitrile อีก Product หนึ่งคือ MMA เป็น Co Product Product ที่ออกมาด้วยกันนะครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือเนื่องจากมีการลงทุนเอ่อ Propylene Capacity ใหม่เยอะนะครับ ใช้ Propane Dehydrogenation เลยทำให้ต้นทุนของ Propylene นี่ถูกลง ขณะที่ Asahi เนี่ย PTT Asahi ใช้ Raw Material เป็น Propane ไม่ได้ใช้เป็น Propylene นะครับ พอเหตุการณ์เปลี่ยนไป ทำให้คู่แข่งที่เขาใช้เทคโนโลยีแตกต่างแล้วมีต้นทุนที่ถูกลง เลยทำให้เกิดเกิดเอ่อ ประเด็นเรื่อง Margin เรื่องความสามารถในการแข่งขันนะครับ ตัวที่โดนกระทบก็คือ Acrylonitrile นะครับ แต่ตัวที่ยังดูแล้วดีนะครับ Cycle ยังดูดีก็คือตัว MMA นะครับ ตอนนี้สองตัวก็ยังพยุงกันอยู่นะครับ สิ่งที่กำลังดูอยู่ตอนนี้คือช่วย Support นะครับ PTT Asahi ซึ่งเป็น Joint Venture ระหว่าง GC 50% นะครับ และบริษัท Asahi Kazai นะครับ ทำงานร่วมกันอยู่นะครับ ลดต้นทุนและดู Business Model ต่างๆ ปรับปรุงวิธีการเดินเครื่องตาม Cycle ต่างๆ เพื่อดูว่า Co Product ทั้งสองเนี่ยจะ Support กันและกันได้แบบไหนอย่างไร และตั้งเป้าว่าจะมีความชัดเจนเพื่อสรุปว่าทิศทางในการปรับปรุงนะครับ ธุรกิจนะครับ เพื่อให้ต่อสู้แข่งขันได้มีความชัดเจนในไตรมาสสี่นะครับ ซึ่งอีกไม่กี่เดือนนี้นะครับ พอมีความชัดเจนแล้วก็จะมารายงานให้ให้นักวิเคราะห์ นักลงทุนทราบนะครับ ด้านขวาที่เราประเมินคร่าวๆ คือท่านท่านนักวิเคราะห์ก็คงเห็นตัวเลขนะครับ ว่าของ PTT Asahi Joint Venture ในส่วน 50% ที่ทาง Partner Asahi เขา Impair ไปแล้วมีมูลค่าเท่าไหร่ ของเราก็เท่ากันนะครับ ของ Vencoec นะครับ อีกส่วนหนึ่งนะครับ รวมๆ กันแล้ววงเงินที่เราพูดถึงเนี่ยนะครับ Impairment ก็อยู่ในวงที่ไม่เกินสองหมื่นล้านบาทนะครับ เพื่อให้ท่านนักวิเคราะห์เห็นกรอบนะครับ ว่ายังไงก็ไม่เกินตัวนี้นะครับ นี่คือเป็นตัวเลขที่อยู่บน Book นะครับ แล้วพอมีความชัดเจนทั้งสองธุรกิจนะครับ ว่าทิศทางเดินแบบไหนอย่างไร ผลกระทบของ Impairment จะเป็นเท่าไหร่ ก็จะมารายงานนะครับ ในไตรมาสสามของ Vencoec แล้วก็ไตรมาสสี่ของ PTT Asahi นะครับ ทางด้านล่างนะครับ ปัจจุบันเนี่ยเราดูตัวเลขจาก 2023 นะครับ ผลกระทบจากความท้าทายต่างๆ เนี่ยบน Book ของ GC ที่ Console มา EBITDA เนี่ยก็คือหนึ่งหนึ่งพันสี่ร้อยล้านบาท Net Income นี่สี่พันล้านบาท ถ้าเราแก้ปัญหาได้ทั้งสองบริษัทเนี่ยก็จะเห็น EBITDA ที่ดีขึ้นนะครับ Net Profit ที่ดีขึ้นตามตัวเลขนี้หรือมากกว่านะครับ ก็เป็นกรอบคร่าวๆ ให้นักนักวิเคราะห์ได้เห็น Frame นะครับ แล้วพอมีความชัดเจนก็จะลงรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ขึ้นไปครับ อันนี้เรื่อง Holistic Optimization นะครับ อ่าด้านแรกคือเรื่อง Feedstock นะครับ เราทำมาตลอดนะครับ ส่วนใหญ่เป็นทั้งการทำเรื่อง Hardware นะครับ ORP ก็คือใช้ Naphtha เป็น Feedstock ทำเสร็จไปแล้วเมื่อสามปีที่แล้วนะครับ ปีที่แล้วทำเพิ่มอีกตัวหนึ่งก็คือใช้ Propane นะครับ โครงการเรื่อง OMP วันนี้ก็พร้อมเออนะครับ Propane สามารถใช้ Propane เดินเครื่องได้เพิ่มเติมเพื่อพร้อมในการที่มีความยืดหยุ่นนะครับ ในการใช้ Feedstock หลากหลายนะครับ ในภาวะที่มีราคาผันผวน สิ่งที่จะทำต่อคือเราจะดูพอ Hardware พร้อม คราวนี้เราดูเรื่อง Raw Mat ที่จะ Feed เข้าไปทำงานร่วมกับกลุ่มปตท. นะครับทั้ง Crude น้ำมัน น้ำมันดิบ เพื่อจะไปหาสิ่งที่เออที่ต้นทุนถูกแล้วสามารถใช้งานได้กับ Hardware ที่เราพัฒนาปรับปรุงไปแล้วนะครับ ดูหมดทุกทุกอย่าง Ethane Propane ที่มีแหล่งไหนเราก็ไปดูหมดอยู่ในการศึกษาแล้วก็จะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้นะครับ เพื่อให้ใช้ศักยภาพของ Hardware ที่เรามีอยู่ให้เต็มศักยภาพนะครับ ทางด้านตลาดก็กลับไปวิเคราะห์นะครับ ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าเออทิศทางนะครับ Commodity บวกกับ HVP ก็คือ High Value Product โดยแบ่ง Segment เป็นตลาดเราเรียกว่า Market Focus Business Transformation โดยแบ่ง Segment ตลาดที่เป็นลูกค้าปลายทางส่วนใหญ่นะครับ เป็นสี่ตลาดนะครับ ทางด้าน Packaging นะครับ ทั้ง Rigid และ Flexible, Construction แล้วก็ Emerging เพื่อให้เข้าใจโจทย์ของลูกค้าแล้วก็ทำนวัตกรรมแล้วก็ Drive สัดส่วนของ HVP ให้สูงขึ้น บวกกับอ่า Focus ของตลาดที่เรามองว่า Strategic Market นี่ก็จะเป็น Southeast Asia ครับ เราเดินตรงนั้นมาตลอดแล้วมันก็ทำให้ Market Share เราในตลาดนี้สูงนะครับ สามารถแข่งขันได้กับคู่แข่ง เราจะทำเพิ่มเติมอีกก็มีตลาดรองที่เสริมเข้าไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ต่างๆ เราก็ไปนะครับ ทำ Margin ได้ดี Volume อาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่เป็นตลาดที่ที่ทำให้ Portfolio โดยรวมเนี่ยสามารถแข่งขันได้นะ ก็เป็นทิศทางครับ ส่วนกิจกรรมด้าน Efficiency กับ Performance นะครับ หัวใจหลักนอกจากทำ Fit ทำ Max ทำ Digitalization นะครับ ทำเรื่อง Map to Put Integration แล้วคราวนี้จะเอาเทคโนโลยีทางด้าน AI นะครับมาใช้ เรามี Project นำร่องทำแล้วหลายสิบโครงการ เห็นผลชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการเอา AI มาสอนใน Database เรานะครับ เพื่อให้การซ่อมบำรุง การเดินเครื่องเนี่ยมี Accuracy มากขึ้นแล้ว Real Time นะครับ ไม่ได้ใช้ข้อมูลย้อนหลัง Real Time แล้วก็ทำทำในภาพรวม ไม่ได้ทำเป็นแค่ Operating Unit ทำเป็น Integrated เออโรงงานหลายๆ โรงแล้ว Operate แล้วก็ Optimize พร้อมๆ กันนะครับ เป็นทิศทางที่เรากำลังทำอยู่ และนอกเหนือจากทำในในประเทศไทยแล้วก็จะเอาเรื่ององค์ความรู้เนี่ยไปต่อยอดนะครับ Support กับบริษัทในในเครือของเราในต่างประเทศ โดยเฉพาะ Alnex นะครับ ก็เป็นทิศทาง เรื่อง Holistic Optimization นะครับ อันนี้เรื่อง Southeast Asia นะครับ ที่พูดถึงว่าในความท้าทายก็เป็นโอกาสนะครับ ตัวเลขนี้ก็เป็น Fact Figure ที่ทุกท่านเคยเห็นนะครับ ประชากรใน Southeast Asia เกือบเจ็ดร้อยล้านคนแล้วก็มีศักยภาพในการเติบโตต่อได้เยอะ ไม่ว่าจะมองเรื่องของ GDP หรือมองเรื่องของสัดส่วนของการใช้ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ต่อประชากรก็ดูแล้วยังมี Room ที่จะโตได้อีกเยอะ ประเทศไทยนะครับก็มีความพร้อมนะครับ ถึงแม้ว่าอาจจะมีเออประเด็นที่ชะงักกันไปบางบางเรื่อง แต่ความพร้อมในเรื่องของธุรกิจอนาคต อุตสาหกรรมอนาคตตามนโยบายประเทศนะครับ เรื่องของเรื่อง EV นะครับ เรื่อง Data Center นะครับ เรื่อง Clean Fuel เรื่อง Renewable ต่างๆ ก็เกี่ยวข้องกับธุรกิจเคมีภัณฑ์ทั้งสิ้นนะครับ เราเชื่อว่านะครับ GC เชื่อว่ามาบตาพุดนะครับ และ GC ก็มีความพร้อมด้วยด้วยองค์ความรู้ เรื่อง Infrastructure แล้วก็ Raw Material ต่างๆ ที่มีอยู่ใน Complex ที่จะค่อยๆ Transform เอาสิ่งที่มีอยู่ปัจจุบันนะครับ ค่อยๆ Transform ไปไปสู่ Specialty นะครับ ให้ได้ตามเป้าที่ที่ผมเรียนนะครับ มีมีกิจกรรมที่เราคุยกับ Partner หลาย Partner นะครับ ทิศทางก็สอดคล้องกับอุตสาหกรรมในอนาคตของประเทศนะครับ เออเราก็ Work Back ย้อนกลับมาว่าอุตสาหกรรมต่างๆ เหล่านั้นเนี่ย ถ้ากลับมาเป็น Product ของ Chemical ควรจะเป็น Product อะไรบ้าง ก็อยู่ในโครงการที่กำลังพูดคุยอยู่ หนึ่งในนั้นก็เป็น Alnex นะครับ เรื่องเรามองว่าว่าชัดเจนว่า Coating Resins สำหรับ Southeast Asia เนี่ยเป็นโครงการที่น่าสนใจแล้วก็เป็นเป็นจังหวะที่ถูกต้องนะครับ ก็จะมาทำที่ที่ที่มาบตาพุดแล้วก็ Partner ต่างๆ นะครับ เดี๋ยวจะมีกิจกรรมที่ออกไปคุย Road Show กับกับ Partner กลับมาพอได้มีความชัดเจนปลายปีก็คงมาเล่าให้นักลงทุนฟัง นักนักวิเคราะห์ฟังนะครับไปครับ อันนี้เป็น Alnex อินเดียนะครับ อินเดียอย่างที่ทุกท่านทราบมีอัตราการเติบโตสูงมากนะครับ วันนี้ก็คือเจ็ดเปอร์เซ็นต์นะครับ ประชากรก็มีเกิน เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกแล้วนะฮะ มีโอกาสในการเติบโตได้เยอะ แล้วก็กลับมามองในแง่ของของ Coating Resins นะครับ อุตสาหกรรม Coating ส่วนใหญ่ยังเป็นการนำเข้าอยู่ Alnex ก็เป็นการเป็นผู้ประกอบการที่มีทั้งการผลิต แต่วันนี้การผลิตยังยังมีสเกลไม่ใหญ่ประมาณเจ็ดแปดพันตันนะครับ แต่มีการนำเข้าอีกสองหมื่นกว่าตันนะครับ เรามองว่าโอกาสในการเติบโตของตลาดอินเดียใน Segment นี้มีสูงมากนะครับ เออ Drive โดยแน่นอนเรื่อง Infrastructure นะครับ เรื่องการก่อสร้างถนนต่างๆ สาธารณูปโภคนะครับ อุตสาหกรรมรถยนต์นะครับ อุตสาหกรรมเรื่องอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เติบโตในทุกด้าน แล้วบาง Sector ก็มีโอกาสเติบโตถึงถึงตัวเลขสอง Digit ด้วยนะครับ งั้น Growth Rate ค่อนข้างค่อนข้างสูงนะครับ เรามองว่า Target อีกไปสักสี่ห้าปีเนี่ย... Addressable Market นี้อยู่ในปริมาณสองแสนตันต่อปี วันนี้ Allnex ขายอยู่ประมาณสองสามหมื่นตันนะครับ ภายในสี่ห้าปีนี้เราก็วางแผนว่าเราจะขยายกำลังการผลิตนะครับในกลุ่ม Acrylic Alkyd Polyester ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาดที่กำลังโตเพื่อรักษาแล้วก็เริ่มทำ Market Share ให้สูงขึ้นนะครับ Target ของเราคือสิบห้าถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์หรือทำได้ดีกว่านั้นเราก็จะ Drive Market Share นะครับ ก็เห็นตัวเลขด้านขวานั่นคือ Growth ที่เราวางไว้และเชื่อว่าทำได้ วันนี้อนุมัติโครงการ Phase หนึ่งไปแล้ว Phase สอง Phase สามกำลังอยู่ในการพิจารณาแล้วปลายปีนี้ก็จะมีความชัดเจนในการเข้ามาพิจารณาอนุมัตินะครับ เพื่อเดินตาม Roadmap นี้ก็จะเป็นอีกหนึ่ง Hub นะครับ สถานที่ตั้งโครงการนี้นะครับอยู่ที่เมืองมหัทนะครับ มหัทนี้เป็นอยู่ในรัฐมหาราษฏระนะครับ อยู่ทางใต้ของมุมไบประมาณสักร้อยแปดสิบกิโลเมตรนะครับ ซึ่งเป็นอะไรที่บูมมากนะครับ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมนะครับ การก่อสร้างก็ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยนะครับแล้วก็ตามเป้าหมายนะครับ ก็จะเป็นอีกหนึ่งความหวังนะครับที่ Allnex จะ Launch Hub ต่างๆ China และ India และต่อไปเป็น Southeast Asia นะครับ ถัดไปครับเรื่องก่อนสุดท้ายนะครับเรื่อง Bio ครับที่เรียงลำดับก็คือเราเข้าไปทำทุกเรื่องนะครับในกลุ่มนี้ทั้ง Recycle ก็มีทั้ง Mechanical Recycling, Chemical Recycling, Bioplastic นะครับ Biofuel แล้วก็ Oleochemical นะครับ สเตตัสของแต่ละกลุ่มธุรกิจนะครับก็ขึ้นอยู่กับอดีตประวัติและความพร้อมของ Supply Chain เทคโนโลยีต่างๆ รวมทั้งตลาดนะครับ Oleochemical เป็นธุรกิจค่อนข้าง Mature เราก็จะดูเรื่อง Growth นะครับ ทาง Emery ซึ่งเป็น Joint Venture กับ GC ก็กลับมาทำตลาด Drive เรื่อง Growth และโดยเฉพาะเรื่องเอเชียนะครับ เราดูอยู่ว่าเอเชียเราจะทำตลาดแบบไหน Footprint แบบไหนนะครับ Biofuel ก็เป็นตลาดค่อนข้างจะที่ Mature นะครับ แต่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นนะครับ และ GC ก็เริ่มทำแล้วแล้วจะเสร็จก็คือตัว Biorefinery นะครับ ใช้โรงกลั่นปัจจุบันแล้วก็มีการ Blend วัตถุดิบที่เป็น Used Cooking Oil นะครับเข้ามาในโรงงานแล้วสามารถผลิต Bionaphtha แล้วก็ไปสู่ Product ปลายทางรวมทั้งผลิต SAF นะครับ Sustainable Aviation Fuel Product จะออกมาในต้นปีหน้านะครับ Volume ประมาณสองหมื่นตันนะครับ ก็จะเป็นตัวใหม่ที่เราเริ่มทำ Test ความพร้อมของ Asset ซึ่งไม่ได้มี Modify อะไรเยอะนะครับ Test ตลาดแล้วก็เริ่มพัฒนา Supply Chain นะครับกับผู้ค้า และถ้าเกิดดูแล้วทิศทางไปได้ดีนะครับก็จะมีการวางแผนเรื่อง Scale up ตัวนี้ต่อเพราะเป็นทิศทาง Bioplastic ครับก็ PLA โรงงานไปได้เกือบเยอะแล้วนะฮะ แล้วก็ปีหน้าน่าจะเสร็จเราจะเริ่มทำการขายผลิตแล้วก็ขายบวกกับการสร้าง Center of Excellence ของด้าน Biopolymer ร่วมกับ Naturework นะครับในการพัฒนาสูตรแล้วก็เกรดใหม่ๆ นะครับ อย่างเช่น 3D Printing ครับ สุดท้าย Recycling Mechanical Recycling เราเดินมาแล้วสองปีนะครับ ก็เป็นไปด้วยดีทั้ง PET ทั้ง HDPE นะครับ สิ่งที่จะทำต่อก็คือขยาย Portfolio ดูว่า Asset ที่มีอยู่เราทำ Recycle ตัวไหนเพิ่มเติมได้หรือเปล่านะครับ อย่างเช่น Polypropylene นะครับ บวกกับพัฒนาร่วมกับ Supply Chain ว่าจะทำอย่างไรให้ Raw Material เนี่ยมีคุณภาพที่ดีขึ้นต้นทุนที่ถูกลงนะครับ ก็จะเป็นทิศทาง ส่วน Chemical Recycling อยู่ในการศึกษานะครับ ถัดไปครับเรื่อง Decarbonization ครับ Roadmap เป็นเหมือนเดิมนะครับ ก็จะมีกิจกรรมทั้งเรื่องการปรับปรุง Efficiency นะครับ การลดคาร์บอนภายในโรงงาน การใช้ Renewable Energy ครับ ปรับปรุงทั้งผ่านการ Transform Portfolio ก็เป็นการลดคาร์บอน นอกจากนั้นก็ดูเรื่อง Alternative ต่างๆ ด้านขวานะครับว่าการใช้ Renewable นะครับ ถ้าสามารถมีการซื้อ Renewable Energy ผ่านโครงสร้างที่รัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่นะครับจาก Third Party นะครับให้เพิ่มขึ้นก็เป็นตัวช่วย คาร์บอนเครดิตนะครับในการดู Inventory ของคาร์บอนเครดิตเผื่อในอนาคตก็จะเป็นกิจกรรมที่เราทำเพิ่มเติม บวกกับเรื่อง Carbon Capture Carbon Storage ที่เป็นโครงการทำร่วมกับกลุ่ม ปตท. ก็จะทำร่วมกันและเพื่อ Accelerate นะครับ แล้วก็ทางปตท. จะเป็นตัวกลางเป็น PMO คุยกับภาครัฐแล้วก็ดูเรื่องโครงสร้างนะครับ เรื่องใหม่นะครับที่ที่อยู่ในการวางแผนแล้วจะ Launch ในภายปลายปีนี้ก็คือเราดูดูมาหลายเรื่องทั้ง Circularity เรื่อง Decarbonization เรื่องใหม่ก็คือเรื่อง Sustainable Product Portfolio นะครับ เอ่อได้ได้ทำงานกับที่ปรึกษานะครับวางกรอบ Criteria นะครับว่า Sustainable Product เนี่ยมีอะไรบ้าง ก็คงแน่ๆคือดูเรื่องเรื่อง Emission นะครับ ดูเรื่อง Waste ดูเรื่องพลังงานต่างๆ แล้วดูไปในมุมของลูกค้าด้วยนะครับว่าจัดกลุ่มแล้วจะเป็นอย่างไร คร่าวๆวันนี้ของเรานะดูตาม Criteria ปัจจุบันอยู่ที่สิบแปดเปอร์เซ็นต์นะครับ พอเรา Finalize ตรงนี้ปุ๊บนะครับมี Baseline ก็ตั้งเป้าคิดว่ากรอบภายในปี 2030 จะ Drive ให้เกิดขึ้นประมาณยี่สิบห้าถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์นะครับ พอปลายปีพอมีความชัดเจนก็จะเอาตัวนี้ออกมามารายงานให้นักวิเคราะห์นักลงทุนนะครับ ซึ่งจะเป็นอีกมุมหนึ่งนะครับที่ช่วยทำให้เรามีความมั่นใจนะครับ แล้วก็ตลาดมีความมั่นใจลูกค้ามีความมั่นใจว่าทิศทางในการ Supply และการ Service ลูกค้าเนี่ยไปในทิศทางเดียวกันหมดก็คือ Sustainable นะครับ ครับ ต่อไปขอเชิญพี่แมวครับ สวัสดีค่ะ ก็อ่างจากที่ที่ท่าน CEO ได้นำเสนอไป ก็จะเห็นว่าอะไรนะคะ สีสันมองไปในอนาคตนี่มันก็จะเริ่มมีความแปลกใหม่สำหรับการแถลงผลประกอบการนะคะ เพราะว่าเราก็จะเริ่มมีการ Transition จากความเป็น Petrochemical ไปสู่ความเป็นเคมีภัณฑ์ระดับโลกจริงๆ แต่ว่าในส่วนของ Financial Highlight เนี่ยนะคะ ทุกวันนี้มันก็ยังมีอยู่ประมาณสักเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่ยังเป็น Petrochemical อยู่นะคะ เรายังอยู่บนโลกเดิมก่อนแล้ว เดี๋ยวลองไปดูแผนการเติบโตในอนาคตนะคะ ว่าเราจัดลำดับกันยังไง ทีนี้ย้อนหลังดูสักนิดนึงนะคะ ว่าในประมาณห้าปีที่ผ่านสี่สี่ห้าปีที่ผ่านมาเนี่ย การใช้เงินลงทุน จัดสรรเงินลงทุนของ GC เนี่ยเป็นยังไง ก็ต้องเรียนยอมรับนะคะ ว่าปี 2020 2021 2022 เป็นปีแห่งการที่เราพยายาม Transition นะคะ หรือ Diversify ตัวเองจาก Petrochemical ไปเป็น Specialty Chemical นะคะ ดังนั้นเนี่ย การจัดสรรเงินลงทุนเนี่ยนะคะ ก็จะเห็นว่าสีฟ้าเราก็จะใส่ไปในตัว Growth Capex ซึ่งตัวใหญ่ๆ ก็คงเป็นเรื่องของการ Acquire Onex นั่นเองนะคะ แต่ขณะเดียวกันเนี่ย ถ้าดูในเชิงของการจัดสรรเงินลงทุน เงินทุนไปคืนเป็นปันผลให้กับผู้ถือหุ้น ก็ขึ้นอยู่กับผลประกอบการแล้วก็เพียสนะคะ ก็มีการจัดสรรกล่องสีส้มนะคะ ไม่ว่าสถานการณ์ของอุตสาหกรรมจะดีหรือไม่ดี หรือว่าจะมีการลงทุน เราก็ยังคงจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นนะคะ แล้วก็ขณะเดียวกันในเชิงของ Maintenance Capex นะคะ ในบางปีอาจจะต้องใช้ เราก็มีการ allocate ลองดูข้างล่างสักนิดนึงนะคะ ก็จะเห็นว่าในเชิงของ Adjusted EBITDA ของแต่ละปีในช่วง 2020 ถึง 2023 เนี่ย ก็ต้องถือว่านอกจากปีที่เป็นปีแรกของโควิด คือปี 2020 ปี 2021 กับ 2022 ก็จะเป็นปีที่เราก็ยังมี EBITDA ค่อนข้างแข็งแรง คือระดับห้าหมื่นถึงหกหมื่นล้านบาทนะคะ แต่มีการลงทุน ก็จึงทำให้ Free Cash Flow เนี่ยเป็น Negative นะคะ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็มีการเติมเต็มไอตัว Negative นี้ด้วยการจัดหาเงินกู้ระยะยาวสิบปีสามสิบปีมาเติมนะคะ งั้นลองมาดูขวามือพอสถานการณ์กลับทางนะคะ ในเชิงของ Macro Economics Demand and Supply นะคะ มี Excess Demand Supply เยอะขึ้นมาก ขณะที่ตัว Demand ก็ได้รับผลกระทบจาก Economics ที่มัน Slow Down ทุกที่ยกเว้นแถบสหรัฐอเมริกานะคะ ก็จะเห็นว่าเราก็เริ่มมีการพิจารณาปรับตัวนะคะ ในการ allocate ตัวการใช้เงินนะคะ จนกระทั่งตัว Free Cash Flow เนี่ยกลับมาเป็นบวก จะเห็นว่ากราฟข้างล่างเห็น Adjusted EBITDA อยู่ประมาณสัก ปีที่ผ่านมาสี่หมื่นครึ่ง ปีปีนี้ก็ประมาณสองหมื่น ก็คงใกล้กันนะคะ ประมาณสี่หมื่นล้านบาท เราก็พยายามรัดเข็มขัดดีกว่านะคะ รัดเข็มขัดจากภายในนะคะ แล้วก็ดูเฉพาะการใช้เงินทุนเท่าที่จำเป็นแล้ว Maximize นะคะ Benefit จากสินทรัพย์ที่เรามีอยู่แล้วนะคะ ดังนั้นเนี่ย ไอตัว Free Cash Flow ก็เทิร์นกลับมาเป็น Positive ซึ่งเราคิดว่าเราจะ Continue หรือรักษาสภาพ Cash Flow ที่ Positive เนี่ยต่อไปอีกระยะหนึ่งนะคะ จนกว่าทิศทางเศรษฐกิจ ทิศทางมาร์จิ้นจะดีขึ้น ก็จะเห็นว่าเราก็จะใช้เงินส่วนหนึ่งนะคะ ไปในเชิงที่พยายามลดหนี้ จะเห็นสีเขียวเพิ่มขึ้นมานะคะ คือ Deleveraging Plan ที่เราก็ใช้เงินสภาพคล่องส่วนเกิน เงินที่รัดเข็มขัดจากภายใน Monetize Asset บางส่วนนะคะ ไปคืนหนี้ ซึ่งจะเห็นขวามือล่างเนี่ยว่า เราสามารถคืนหนี้นะคะ ไปได้ประมาณสักหนึ่งพันล้านเหรียญ ในสองกิจกรรม แรกก็คือ Bond Buyback สองรอบ รอบที่เป็น Over the Counter กับรอบที่เป็น Tender Offer นะคะ ในปีนี้ รวมทั้งการทำ Loan Prepayment ในบาง Loan ที่เรียกว่าต้นทุนอาจจะยังสูงนะคะ อันนี้ก็จะเป็นส่วนที่ทำให้ตัวยอดหนี้เงินกู้ของ GC ลดลง ก็จะทำให้ตัว Ratio ของเรากลับมาแข็งแรงแล้วก็ลดภาระดอกเบี้ยด้วย โดยใช้เงินสดสภาพคล่องส่วนเกินนะคะ ถัดไปค่ะ กลับมาดูผลประกอบการสักนิดนึงนะคะ ก็จะเห็นว่ารายได้ Top Line ของเราก็เพิ่มขึ้นนะคะ จะเพิ่มตามเรียกว่าอะไรนะคะ ราคาน้ำมันดิบในไตรมาสสองที่ปรับเพิ่มขึ้น ดูไบเป็นประมาณเฉลี่ยแปดสิบห้าเหรียญ ไตรมาสหนึ่งแปดสิบเอ็ดนะคะ ก็เป็นปกติที่จะล้อกันขึ้นมาว่าตัว Feedstock นะคะ ดันราคา Top Line ให้มันขึ้นไป รวมทั้งอาจจะมีบาง Segment ที่มีเรียกว่ากำไรดีขึ้น มีมาร์จิ้นดีขึ้น เช่น Aromatic แล้วก็ตัว Onex นะคะ ด้านขวามือก็จะเห็น Adjusted EBITDA ซึ่งเป็นกล่องที่เราอยากให้ดูนะคะ ไม่อยากให้ดู Top Line มากเท่าไหร่ อยากให้ดูความสามารถในการทำกำไร ก็คือตัว EBITDA จะเห็นว่าตัว Q1 และ Q2 ก็อยู่ประมาณหมื่นนะฮะ คือเก้าพันถึงหมื่นนึง ก็เฉลี่ยประมาณหมื่นนึง สองQuarter บวกกันครึ่งปีก็อยู่ที่ประมาณสองหมื่นหนึ่งพันล้านบาท ขออนุญาตแยกสักนิดนึงนะคะ ในไตรมาสสองในเก้าพันหกเนี่ย ในนั้นเนี่ยมีตัว Onex เนี่ยอยู่ประมาณสามพันล้านบาท ซึ่งเดี๋ยวในหน้ารายละเอียดจะนำเสนอให้นะคะ แต่จะเรียนให้เห็นว่าสามพันล้านบาทนะคะ ในเก้าหมื่นหกพันล้านบาทเนี่ย มันเหมือนประมาณว่าเกินสามสิบเปอร์เซ็นต์นะคะ ที่เป็นเกือบเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่เป็นส่วนของตัว Onex นะคะ แต่ในเชิงของปริมาณการผลิตเนี่ย Onex เนี่ย มีอยู่ประมาณสักปีละแปดแสนตันนะคะ ขณะที่กำลังการผลิตทั้งหมดมันสิบสามล้านตัน เราจะเห็นว่าในเชิงปริมาณแล้ว Onex เป็นแค่น้อยกว่าน้อยกว่าสิบเปอร์เซ็นต์อีกนะคะ แต่ในเชิง Contribution เนี่ยเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เป็นทิศทางที่เรียกว่าทำไมเราถึงมุ่งขยายงานตรงสีเหลืองเนี่ยมากขึ้นในอนาคต หลังจากที่เราปรับฐานเงินทุนให้มั่นคงนะคะ ด้านซ้ายล่างนะคะ ก็จะเห็น Bottom Line หลังจากที่มี EBITDA ก็ไปหักตัว Depreciation นะคะ หักดอกเบี้ย รายการพิเศษต่างๆ นานา ก็จะเห็นว่า Q2 เนี่ยเราก็เป็นบวกที่หนึ่งพันแปดร้อยล้านบาทนะคะ ก็มีกิจกรรมหลายตัวที่ทำให้ช่วยเราฝืนกฎธรรมชาติเนาะ External Factor แล้วกลับมาเป็นบวก ทั้งในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงนะคะ ราคาน้ำมันนะคะ มีกำไร Hedging อยู่ประมาณแปดร้อยกว่าล้านบาท การบริหาร Liability นะคะ การซื้อหุ้นกู้คืนเพื่อลดหนี้นะคะ ก็จะได้มาอีกประมาณสักสองพันแปด และอื่นๆ นะคะ ก็ทำให้ไตรมาสสองเนี่ยพลิกกลับเป็นบวก แล้วก็ทำให้ครึ่งแรกของปีนี้นะคะ อยู่เป็นปิดบวกอยู่ที่พันสองร้อยล้านบาท เดี๋ยวพอดูใน Segment แต่ละ Segment พี่จะขยายให้ฟังนะคะ ว่าจริงๆ แล้วต้องบอกว่า ข่าวข่าว... ดีหรือข่าวไม่ดีก่อนดีคะ เอาข่าวไม่ค่อยดีก็คือว่าทิศทางเศรษฐกิจเนาะ เอ่อ GDP มันก็คงยังไม่ค่อยได้โตทั้งในแถบแถบประเทศไทยแล้วก็ในจีนเองก็ตามที แต่ก็ยังดีที่มีสหรัฐเป็นตัวช่วยนะคะ เพราะฉะนั้นธุรกิจของเราที่มีธุรกิจเอ่อ อะไรการทำมาหากินอยู่ที่สหรัฐเนี่ยก็จะเป็นตัวค่อนข้างบวก แต่ก็ยัง size ยังเล็กอยู่นะคะ จริงๆ แล้วเนี่ย ถ้าทางเอเชียโตเนี่ยเราก็จะได้อานิสงส์ไปด้วยนะคะ อ่านี่คือข่าวอ่ะไม่สู้ดี แต่ข่าวดีก็คือคือดูๆ ทรงๆ Margin แล้วมันเราเรามี Margin ของหลายผลิตภัณฑ์หลาย Product นะคะ บวกลบคูณหารกันแล้วมันก็เหมือนทรงๆ มันไม่ลึกลงไปกว่านี้ก็ก็หวังว่าในปีนี้จะเป็น Bottom ที่ยาวนานหน่อย อาจจะไม่ใช่ใน Quarter นี้ อาจจะมองไปถึง Q3 นะคะ แต่ก็ควรจะกลับมาดีขึ้น เพราะมันอยู่ตรงนี้มาประมาณปีนึงแล้วที่ที่ไม่ไหลลงไปกว่านี้แล้วนะคะ นี่แยกเป็น by Segment อ่า ทางท่าน CEO ก็ได้เกริ่นนำไปแล้วว่าเอ่อ โรงกลั่นก็จะอ่อนตัวลงตามค่าการกลั่นนะคะ ที่อ่อนตัวลงจากแปดเหรียญเหลือประมาณสามเหรียญ ดูตารางขวามือก็จะเห็นว่าตัว Market GM คะลดลงนะคะ จากแปดเป็นสาม แต่ในนี้ยังไม่รวม Hedging Gain นะคะ ใน Hedging Gain ในเนี้ยเราทำได้อีกประมาณเหรียญห้าสิบนะคะ จริงๆ แล้วก็รับอานิสงส์อยู่ในแปดร้อยยี่สิบหกล้านบาท ช่วยผลกำไร จะเห็นว่าตัว EBITDA ซ้ายมือเนี่ย ค่าการกลั่นนะคะ โดยภาพใหญ่กับตัว Aromatic เนี่ย เอ่อ อันนี้อันนี้เป็นเรื่องของ Upstream ก็จะมีการกลั่นกับ Aromatic นะคะ สองตัวนี้ก็ลดลงประมาณสักเท่าไหร่คะ สี่พันกว่าล้านบาทนะคะ แต่ในขณะที่ปริมาณการผลิตการขายก็ยังเต็มที่นะคะ เดินหน้าเต็มที่คงตัวคะ ถัดไปคะ เมื่อกี้เราเห็นแล้วนะคะว่า Upstream มันก็ย่อตัวลงประมาณสักสี่พันล้านบาท แต่มันก็ได้เอ่อ ผลดีก็คือว่าเอ่อ ตัว Intermediate นะคะ อย่างเช่น Phenol เนี่ยก็จะมี Margin ที่ดีขึ้นนะคะ ก็เนื่องจากว่ามี Feedstock ก็มาจากต้นทางเลยคะ ที่ถูกลงและขณะเดียวกันเนี่ยก็มีตัวอะไรนะชะ อ่า Supply ที่หายไปบ้างในช่วงสั้นๆ นะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย ตรงนี้เอ่อ Intermediate เองเนี่ยก็จะดีขึ้นประมาณสักแปดร้อยล้านบาท ก็ช่วย Offset ตัวที่ลดลงนะคะ ลดลงของหรืออ่อนตัวลงของ Upstream การขายก็เรียกว่ายังผลัก Volume หรือขายให้ Volume ให้กับลูกค้าในประเทศแล้วก็ใน Regional ได้เต็มที่คะ ถัดไปนะคะ เอ่อ ก็ไปเป็นเม็ดแล้วนะคะ เม็ดเนี่ยก็ต้องดูว่าตัว PE นะคะ ราคาก็ดีขึ้นจากหนึ่งพันห้าสิบเป็นหนึ่งพันหนึ่งร้อยหกสิบแปดเหรียญต่อตันนะคะ ก็เกิดจากการที่มี Shortage Supply นะคะ แล้วก็มี Tension ใน Red Sea Region ก็ดันราคา PE ขึ้น อันนี้ก็ช่วยให้ตัว EBITDA ของ Segment Polymer เนี่ยก็ดีขึ้นอีกประมาณเกือบเกือบพันล้านบาทนะคะ ก็ช่วยช่วยเป็นสองตัวนะคะ Intermediate กับ Polymer ก็ช่วยพยุงนะคะ การอ่อนตัวลงของ Upstream คะ ถัดไปนะคะ มาถึง Bio Bio เนี่ย จริงๆ มันเป็นทิศทางในอนาคตนะคะ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้เราอาจจะต้องอดทนรอเวลานิดนึง แต่ว่าเรียกว่าใช่ไปทุก Forum อ่า ทุกนักลงทุนเนี่ยจะให้ความสนใจกับตัวนี้ แต่ต้องรอเวลาเขานิดนึง ในนี้เราก็จะมี GCC มี Nature Work มี PTT MCC นะคะ อ่า แล้วก็อาจจะมี MINT อีกนิดหน่อยนะคะ ซึ่งตรงนี้เนี่ย อ่า มันก็จะเป็นในเชิงของ EBITDA ที่ติดลบน้อยลงจากไตรมาสหนึ่งนะคะ ไตรมาสหนึ่งเข้าใจว่ามีตัวรายการพิเศษเข้ามา ไตรมาสนี้กลับมาก็เป็นว่าติดลบน้อยน้อยหน่อยนะคะ การใช้กำลังการผลิตตามปกติ ตัวติดลบก็เข้าใจว่ามันจะมีโรงงานอ่าในบริษัทลูกของ GCC นะคะ ที่ดำเนินการผลิตแล้วแล้วก็ยังใช้ Feedstock หรือกำลังการผลิตไม่เต็มที่นะคะ ก็เป็นโรงงาน Bioethanol นะคะ ซึ่งอันนี้ก็เราก็มีแผนปรับปรุงให้มันกลับมาสู่สภาพที่ดีขึ้นตามลำดับในอนาคตนะคะ ถัดไปคะ เอ่อ Segment นี้ก็คือสำคัญนะคะ เป็น Segment ที่ Contribute ยี่สิบเจ็ด% ของ EBITDA ในไตรมาสนี้ แล้วก็เป็นอนาคตของเรานะคะ ก็ลองดูเรื่องของอ่า EBITDA นะคะ จะเห็นว่าตัว ONEX เนี่ย สีน้ำเงินเข้มด้านซ้ายมือนะคะ ก็เติบโตขึ้นจากสองพันหกร้อยเก้าสิบห้าเป็นประมาณสามพันล้านบาทในไตรมาสสองนะคะ เอ่อ ในขณะที่สีฟ้าอ่อนนั่นก็คือตัว Venplex นะคะ ที่เราพยายาม ทางท่าน CEO ได้บอกไปแล้วว่าเราพยายามเข้าไปแก้ไขนะคะ พูดคุยลด Cost เอ่อ เพิ่มประสิทธิภาพนะคะ คุยกับเอ่อ คู่ค้าเพื่อจะช่วยกันประหยัดต้นทุน ก็ได้ผลนะคะ เริ่มได้ผลนะคะ บางส่วนก็ต้องรอภาวะตลาดต่อไปนะคะ ว่าเราภาวะตลาดของสินค้าเนี่ยจะกลับมาช่วยได้เพียงพอหรือไม่ แต่เรียกว่าก็เป็น Negative EBITDA ที่เอ่อ ปริมาณที่น้อยลงนะคะ แล้วเอ่อ ทั้งหมดเนี่ยรวมกันก็จะทำให้ Segment เนี้ยอยู่ที่ปิด EBITDA อยู่ที่สองพันห้าร้อยหกสิบล้านบาท ก็สูงขึ้นจากปีก่อน ถ้าเห็นด้านขวาเนี่ยนะคะ ก็จะเห็นว่าเชิงของ Adjusted EBITDA ก็เพิ่มขึ้นมานะคะ เป็น 10% นะคะ แทนที่จะเป็นสัดส่วนเอ่อ เป็นแทนที่ปริมาณสัดส่วน 8% แล้วก็ตัวที่ ONEX เองเนี่ยก็ 14% นะคะ ใน Segment นี้ ONEX ก็เป็น Specialty Chemical ที่ให้ Percentage EBITDA Margin เนี่ยสูงสุดคะ แล้วก็ข้างล่างก็จะเป็นตัวแยก EBITDA ในเชิง Million Euros ให้ทางท่านนักวิเคราะห์ได้เห็นนะคะ อ่า ก็สามารถคูณ Exchange Rate นะคะ แล้วก็เห็น Sales Volume ว่า Sales Volume เพิ่มขึ้นนะคะ เอ่อ แม้นว่า EBITDA เหรียญต่อตันอาจจะเหนื่อยหน่อย เพราะในช่วงเศรษฐกิจที่ยุโรปอะไรก็ยังไม่ดี จีนก็ยังไม่ดีนะคะ แต่ในเชิงยอดขายเนี่ยเพิ่มขึ้นคะ ถัดไปนะคะ ก็แยก ONEX สักนิดนึงว่าเป็น P and Q คือ Factor ที่ได้รับผลกระทบจากราคาแล้วก็ปริมาณสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบ Q on Q นะคะ ก็จะแล้วก็ Year on Year ลองดู Q on Q ก่อนแล้วกัน Q1 ต่อเนื่อง Q2 ก็จะเห็นว่าเขาก็เพิ่มขึ้น โดยที่มี Factor จากด้าน Price เนี่ย จริงๆ Price ก็เป็นเรื่องของเอ่อ การ Pass through นะคะ ราคาสู่ลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน ในท่ามกลางเศรษฐกิจที่มันยังไม่ค่อยฟื้นตัวนักนะคะ ก็จะเป็นติดลบในเชิงติดลบสักหนึ่ง% แต่ว่าในเชิง Volume แล้วดีขึ้น 4% นะคะ ก็จึงทำให้ ONEX EBITDA นั้นปรับตัวสูงขึ้น โดยที่ Segment ที่มัน Drive ONEX เองก็ดูด้านขวามือเป็นสีนะคะ จะเห็นว่ามันก็คือเราเคยได้... นำเสนอไปว่าในปีที่ผ่านมา Segment ที่เป็น Automotive เนี่ยกลับมาแล้วเมื่อ Second Half ปีที่ผ่านมาแล้วมันก็ยังคงเป็นแล้วเราก็บอกว่าเรารอเรื่องของ Industrial นะคะ รอเรื่องของ Packaging พวกนี้นะคะให้กลับมา ถ้าเห็นตัวเลขก็จะเห็นใน Q2 เนี่ยมันก็เริ่มมีความกระเตื้องขึ้นในแง่ Segment ที่เป็น Industrial แล้วก็ Packaging พี่คิดว่ามันก็เป็น Signpost ที่ดีนะจริงๆ สี่ตัวนี้สี่ Segment เนี่ยก็อยากให้มันกระจายตัวนะคะ เพราะจะทำให้ตัวฐาน Product การขายของ allnex เนี่ยยิ่งเติบโตอย่างแข็งแรงค่ะ ถัดไปนะคะ ก็เป็นเรื่อง PNL อันนี้คงไม่ลงในรายละเอียดได้คุยกันแล้ว รายการพิเศษก็ไม่มีอะไรมากนะคะ เอ่อส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามเป้า เอ่อจะมีเฉพาะเอ่อเรื่องของค่าเสื่อมราคาที่อาจจะมี One Time Transaction อยู่สักเจ็ดแปดร้อยล้านบาทนะคะ อ่าแต่เป็นเรื่องของการ Write Off Asset ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ในไตรมาสหน้าก็กลับมาอยู่ประมาณสักเจ็ดพันล้านบาทเหมือนเดิม นอกนั้นก็จะมี Hedging Gain อยู่แปดพันนะคะ FX ก็ต้องเรียนว่ามันจะมี Report เป็น FX Loss เนื่องจาก Exchange Rate ที่ปิดเมื่อตอนกลางปีมันสามสิบเจ็ดนะคะ แต่เป็น Translation Loss คงนึกกันได้ว่าวันนี้มันอยู่ที่สามสิบสี่จุดห้านะคะ ดังนั้นเนี่ยมันก็ต้องกลับมาเป็น Gain ในไตรมาสสาม แต่ภาพรวมของ GC เนี่ยเราดูเป็น Natural Hedge เพราะว่าตัว PDUF ข้างบนนะคะ เราก็ชอบอ่าตัว Exchange Rate ที่มันเยอะๆ บาทอ่อนๆ มันจะได้คูณมาเป็นบาทได้จำนวนเยอะๆ นะคะ แต่เราก็คิดว่าเรา Enjoy มา First Half ละนะคะ Second Half ก็เปลี่ยนสภาพค่ะ กลับมา Enjoy ตรงที่ FX Translation Gain แทนแล้วกันนะคะ ถัดไปค่ะ เป็นฐานะการเงินนะคะ พี่ก็ต้องเรียนว่าเอ่อตัวด้านซ้ายเป็นปิดครึ่งปีนะคะ 2024 จะเห็นว่าแท่งสีเขียวนะคะ ตัวเขียวอ่อนหนี้เห็นความทิศทางในการลดนะคะ ก็จากสองแสนเก้าปีที่แล้วมันหลักสามแสนหนึ่งนะ ถ้าจำได้แล้วก็ตอนนี้อยู่ที่สองแสนเจ็ดหมื่นแปดพัน เราก็อยากจะลดต่อเนื่องตามแผนที่เราได้ประกาศไว้นะคะ อาจจะล่าช้ากว่าแผนนิดหน่อยนะคะ แต่ว่าเอ่อสเต็ปในการจัดทำหรือดำเนินงานเนี่ยเต็มที่ครบวงจรนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ได้รับความสบายใจจาก Credit Rating นะคะ ที่ก็ดูแลสุขภาพการเงินเราอยู่ เงินสดในมืออาจจะเห็นน้อยลงบ้าง แต่แบบไม่ได้เป็นอะไรที่น่าตกใจนะคะ หลักสามหมื่นล้านบาทที่เป็นเงินสดในมือนี่เอ่อไม่มีปัญหาอะไรเลยนะคะ เราแค่ลด Luxury ของ Balance Sheet สักนิดนึงนะคะ เอาไปลดหนี้ให้มันดูอ่างบดุลเนี่ยแข็งแกร่งขึ้นในเชิงของ Financial Ratio นะคะ นอกเหนือจากเงินสดสามหมื่นล้านบาทแล้วเนี่ย เราก็ยังมี Credit Facility ที่ยังไม่ได้ Draw เลยเป็น Committed นะคะ จากท่านสถาบันการเงินที่สนับสนุนเราแล้วเรานะคะ ก็มีอีกหลักประมาณสามถึงสี่หมื่นล้านบาท เรื่องสภาพคล่องไม่มีประเด็นเลย และสิ่งที่พี่ชอบก็คือ Ratio ด้านล่าง Debt to EBITDA นะคะ ซึ่งเป็น Ratio ที่สะท้อนถึงความสามารถในการหาเงินเทียบกับภาระหนี้สินเงินกู้ของเราเนี่ยก็ลดลงตามลำดับนะคะ ในขณะที่ต้นทุนเงินกู้ของเราเนี่ยก็ยังอยู่ที่สี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าดอกเบี้ยจะเพิ่มนะคะ เอ่อไปมากในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานะคะ ตอนนี้เราก็เลยพยายามปรับสักนิดนึงว่าแทนที่จะเป็น Term Bond ที่เป็น Fixed Coupon นะ แล้วก็จะเป็นเอ่อในเรื่องของเอาเรื่องของ Loan เข้ามา Blend ด้วย ก็ทำให้ Cost ในเชิงของการปรับตัวระยะสั้นเนี่ยจะเริ่ม Enjoy ต้นทุนที่มันเป็นอ่า Loan ที่เป็นระยะสั้นมากขึ้นนะคะ โดยเป้าหมายก็คือยังคง Investment Grade Credit Rating นะคะ เป็นเป้าหมายของ GC นะ เพราะเราเชื่อว่าการมี Investment Credit Rating จะทำให้แผนการขยายงานไปสู่ตัวแพลตฟอร์มใหม่ๆ ของเราในอนาคตเนี่ยประสบความสำเร็จค่ะ ถัดไปนะคะ ทีนี้พี่ขออนุญาต Recap ในเชิงของ Financial Strategy ที่จะตอบโจทย์ท่าน CEO เมื่อตอนต้นทางนะคะ ว่าเอ่อช่วงระยะสั้นนะคะ ตั้งแต่ 2023, 24, 25 เราจะเป็นช่วง Transition Period ก็คือปรับอ่า Balance Sheet ผลประกอบการนะคะ ให้แข็งแรงให้กระชับกระชับและแข็งแรง ผ่านกิจกรรมห้ากิจกรรมที่เรียนนะคะ ว่าน้องๆ คงได้เห็นและท่านนักวิเคราะห์คงได้เห็นแล้วละ เราเน้นมากในเรื่องของการดูแล Cost Competitiveness ผ่านการดูแล Opex การใช้จ่ายนะคะ และ Capex นะคะ การดูเรื่องของ Asset Life Strategy หากมี Non Core Asset ที่ไม่ Perform ไม่ Generate EBITDA นะคะ เราก็อาจจะหา Partner เข้ามาแล้วก็ Monetize เป็นเงินเพื่อมาช่วยในการลดหนี้นะคะ รวมทั้งมีการ Reshaping Portfolio อย่างที่ท่าน CEO ได้เรียนเมื่อกี้เนี่ยคงได้จับสีสันแล้วละค่ะ ว่าเรา Reshaping เอาตัวที่มันไม่ก่อให้เกิดกำไรแม้จะเป็น Core Business ออกไป แล้วขณะเดียวกันก็เริ่มปูทิศทางธุรกิจใหม่ๆ โดยที่ระยะสั้นใช้เงินลงทุนแผ่วเบา ต้องเรียกว่าแผ่วเบามากนะคะ อ่าพยายาม Maximize Asset ที่มีอยู่นะคะ เช่น allnex ที่บอกว่าไปทำ China Hub ที่เมืองจีนเนี่ยลงไปแล้ว แต่ค่อยๆ Step Up ยอดขายยอดผลิตของเขามา หรืออินเดียก็ตามทีนะคะ แล้วก็ยังคงไว้เรื่องของ Stringent Financial Policy นะคะ ว่าเราก็ยัง Maintain ว่า Debt EBITDA เนี่ยไม่เกินหนึ่งเท่า - Debt Equity ไม่เกินหนึ่งเท่านะคะ แล้วก็ Debt EBITDA เนี่ยอยากจะอยู่ให้อยู่ภายใต้ไม่เกินสี่เท่าในระยะนี้นะคะ รวมถึงระยะอนาคตที่เราเติบโตไปด้วย เราจะเห็นว่าหลังจากเราจับเราปรับฐานให้ดีให้แข็งแกร่งในหนึ่งถึงสองปีข้างหน้า ก็จะเป็นช่วงที่เราสามารถ Prioritize เงินลงทุนไปสู่ทิศทางที่เราต้องการก็คือ Specialty Chemical นะคะ อ่ารวมทั้งในเรื่องของธุรกิจที่เป็น Bio Circularity ที่จะเสริมเรื่องของความมั่นคงนะคะ นี่ก็จะเป็นระยะสั้นและระยะยาวของ GC ค่ะ ถัดไปนะคะ ขอแตะไหนๆ ก็พูดถึงระยะสั้นระยะยาวแล้ว ก็ขออัปเดตแล้วกันเรื่องของ Capex Investment นะคะ อัปเดตเนี่ยขอไฮไลท์นะคะ ไม่ใช่เป็นการกลับมาบอกว่าเราจะเริ่มลงทุนแล้ว ถ้าสังเกตปี 2024, 25, 26, 27 การใช้ Capex ของเราเนี่ยก็ยังอยู่ใน Magnitude สองร้อยล้านเหรียญต่อปีนะคะ อันนี้ไม่ได้ไม่ได้เยอะเลยเหมือนเดิม ความหมายคือเราจะเลือก Prioritize เฉพาะโครงการที่จำเป็นจริงๆ เช่นนะคะ โครงการที่เป็นอย่างข้อสามคือ allnex Expansion ตามธรรมชาตินะคะ รวมทั้งตัว Decarbon ที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงาน เราจะใช้ประมาณรวมๆ ทั้งหมดเนี่ยค่ะ สองร้อยถึงสองร้อยห้าสิบล้านเหรียญต่อปีในสามปีข้างหน้านะคะ แล้วก็หลังจากนั้นโครงการที่จะเริ่มมีสาระสำคัญและตอบโจทย์การเติบโตของเราจะเกิดขึ้นในประมาณปี 2028, 29, 30 เพราะฉะนั้นให้ให้ได้รับความมั่นใจว่าเอ่อในเชิงของสถานะสุขภาพการเงินเราแข็งแรงแล้วก็ Prioritize Project อย่างชัดเจนแล้วก็ขยับทำให้ GC เนี่ยมี EBITDA ที่ดีขึ้นนะคะ มีสัดส่วนเป็นตามเป้าหมาย และสุดท้ายเลย Net Profit ก็จะแข็งแรงด้วยค่ะ ถัดไปนะคะ... อันนี้ก็จะเป็นตัว Allnex นะคะ ว่าไอการเติบโตของ Allnex ที่ทางคุณณรงค์ศักดิ์หรือซีอีโอได้ได้อธิบายแผนทั้งหมดเนี่ย At the end แล้วเนี่ย เราตั้งเป้าไว้ป้าไว้ว่าปี 2030 เนี่ย EBITDA ของ Allnex ต้องเติบโตไปเป็นประมาณหกร้อยล้านเหรียญนะคะ จะสังเกตว่าทิศทางการเดินทางของ Allnex นับสิบปีตั้งแต่ก่อนเขามาอยู่กับเรา เขาก็ชื่อ Cytec นะคะ ก่อนมารวมควบรวมกันเป็น Allnex เนี่ย ปี 2013 เนี่ยก็อยู่ที่สองร้อยล้านยูโรนะคะ พอเอ่อตอนที่เราไปดูเขาเนี่ย เขาก็ปรับตัวควบรวมนะคะ ขยายงานจนเป็นสี่ร้อยล้านยูโร ช่วงสองปีนี้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจนะคะ เอ่อทั่วโลกมันก็ย่อตัวลงไปประมาณสองร้อยหกสิบถึงสามร้อย ปีนี้ก็คงเป็นสามร้อยล้านยูโรนะคะ เราก็คิดว่าจากแผนการเติบโตโดยธรรมชาติสามในทั้งสาม Engine สี่ Engine เนี่ยนะคะ ตามธรรมชาตินะคะ คือพูดง่ายๆ ว่าลงทุนไปแล้วขยายงานใช้ Innovation นะคะ เติบโตคู่ไปกับลูกค้า Cut Cost โดยใช้เอ่อเขาเรียกว่า Skill จาก GC เข้าไปช่วยทุกโรงงานทั่วโลกนะคะ รวมทั้งโอกาสในการทำเขาเรียก Bolt on M&A คือเล็กๆ อ่า Size ไม่ได้ใหญ่มาก หลักสามสิบสี่สิบล้านเหรียญ แต่ได้ลูกค้ามาเลย ได้ตลาดมาเลยนะคะ ตรงเนี้ยสี่ Engine เนี่ยจะทำให้ EBITDA ของ Allnex เนี่ยอยู่ถึงหกร้อยล้านยูโรในประมาณปี 2030 นี่ก็คือเป็นสิ่งที่เราเรามุ่งหวังแล้วก็เป็นทิศทางที่เรียกว่าเอ่ออย่างก้าวย่างเนี่ยมั่นคงนะคะ ถัดไปค่ะ นี่กลับวันนี้เราดูไกลๆ พยายามจะตอบโจทย์ให้มันล้อไปกับทางทิศทางระยะระยะยาว เพราะเราเริ่มแชร์เรื่องกลยุทธ์ระยะยาวถึงปี 2030 แต่กลับมาดูปีนี้สักนิดนึงนะคะ พี่ก็ให้เห็นว่าปีเนี้ยเอ่อเราผ่านครึ่งปีมาแล้วนะคะ เรายังมีอีกครึ่งปีกำลังไป ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว พี่คิดว่าในภาพรวมเนี่ยมันไม่ได้แย่ลงนะคะ ในบาง Segment อาจจะเอ่อเขาเรียกว่าคงที่นะคะ ในบาง Segment อาจจะดีขึ้นนะคะ แต่ว่าส่วนที่เป็น Price เนี่ยเราก็คงทำอะไรไม่ได้มากที่จะทำมากขึ้นก็คือเรื่องของการเด่นของลูกค้า การ Maintain ลูกค้านะคะ แล้วก็การดูแลต้นทุน ดังนั้นเนี่ยจะเห็นว่าตัวที่เป็นบวกก็คงนะคะ เทียบปีที่แล้วคงเป็นโซนของ Aromatic Olefin Polymer บางตัวนะคะ รวมทั้งตัวเอ่ออะไรนะคะ เบนซีนนี่เป็นตัวพระเอกนะคะ อันนี้จะเห็นว่าดีขึ้นจากหลักสองร้อยเหรียญต่อตันเป็นสามร้อยเหรียญต่อตันค่ะ สำหรับการใช้ Feedstock ซึ่งเป็นคำถามที่ถามกันมามากแล้วก็บ่อยแล้วก็อยากให้ความมั่นใจนะคะ ว่าในเรื่องของ Feedstock เนี่ยอย่างปีที่แล้วเราก็นำก๊าซอีเทนนะคะ มามาใช้ในการผลิตในสัดส่วนประมาณสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเราก็คือเป็น Feedstock ที่ใช้ออกจากโรงงานแล้วก็รวมทั้ง Condensate ด้วย ดังนั้นเนี่ยมันก็จะ Well Diversify สามสิบห้า สามสิบ สามสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็เป็นสัดส่วนที่ทำอะไรให้เราเนี่ยสามารถรันได้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ในช่วงปีที่ผ่านมา แม้นว่าสภาวะเศรษฐกิจจะไม่ดี แต่ว่าปีนี้ค่ะ ปีนี้ก็ต้องเรียนว่า Percentage ก็ยังเหมือนเดิมนะคะ ในครึ่งแรกอาจจะดูน้อยหน่อย แต่ว่าทิศทางเนี่ยมัน Ramp up ในไตรมาสสามและสี่นะคะ เพราะว่าอันนี้ต้องเรียนว่าในเชิงของการผลิตอ่าหรือ Availability ของแก๊สนะคะ ในมามาจาก Upstream ของกลุ่มปตท. เนี่ยเรียกได้ว่าถ้ามันมีความสามารถ Availability จริงเนี่ยก็จะ Allocation มาทาง GC นะคะ ดังนั้นก็ไม่ต้องห่วงเรื่องของอ่า Allocation ของก๊าซในเชิงปริมาณก๊าซที่ให้ GC นะ ก็เป็นต้องเรียนว่าเป็นไปตามปกติค่ะ แล้วก็ในส่วนของ Allnex เองอย่างที่พี่เรียนไปแล้วว่ามันก็มีการเติบโตนะคะ ไม่ว่าในทิศทางของราคาในบางช่วงอาจจะเหนื่อย แต่วอลลุ่มเนี่ยเติบโตแน่นอนค่ะ แล้วก็ EBITDA ของเขาเนี่ยนะคะ คิดเป็นยี่สิบห้าถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ปริมาณดูสิคะ แปดแสนนะคะ Out of สิบสามล้านตัน Total Capacity ของกลุ่ม GC ค่ะ ก็นำเสนอ ณ จุดนี้ก่อน แล้วก็ลองไปดู Going Forward ในเชิง Short Term Dry Product จากคุณสุวิเดชนะคะ เชิญค่ะ ครับตอนนี้เราก็มาดูรายงานสถานการณ์ตลาดกันบ้างนะครับ เอ่อมาพูดถึงเรื่องของตลาดเนี่ย เราก็คงต้องพูดถึงเรื่องของน้ำมันดิบก่อนนะครับ เพราะราคาน้ำมันดิบเนี่ยจะเป็นตัว Lead อ่าราคาน้ำมันสำเร็จรูป แล้วก็รวมทั้งราคาของปิโตรเคมีด้วย ก็จะเห็นว่าถ้าดูตามกราฟนะครับ Quarter สามราคาน้ำมันดิบเนี่ยก็ปรับตัวลดลงมานะครับ เอ่อช่วง Quarter สองนี่ปรับขึ้นไปนะครับแปดสิบห้า แล้วก็ตอนนี้อยู่ที่แปดสิบเอ็ด ก็สถานการณ์ปัจจุบันเนี่ย เอ่อเราก็คาดว่าใน Quarter สามน้ำมันก็จะมีการปรับตัวอยู่ประมาณสักแปดสิบนะครับ สถานการณ์หลักๆ เนี่ยก็ถ้าไปดูทางด้านบวกมีอะไรบ้าง ก็คงเป็นการอ่าสู้รบนะครับที่เอ่อยังมี Tension อยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ตะวันออกกลางเองหรือว่าระหว่างรัสเซียกับทางยูเครนนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย สถานการณ์ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าอ่าจะเบาบางลงนะครับ เพราะอ่าความพยายามที่จะให้มีการเจรจาสงบสุขระหว่างกลุ่มฮามาสกับอิสราเอลกันอยู่นะครับ เอ่อโอเปกนะครับก็ยังมีการ Control ตัว Production กันอยู่นะครับ แล้วก็อาจจะ Roll over ไปอ่าถึง Q3 ส่วน Quarter สี่เนี่ยก็อยู่ในช่วงที่ต้องมีการพูดคุยกันต่อนะครับ ถ้าเกิดราคาน้ำมันมีการปรับตัวลดลงมาอ่าเยอะ กลุ่มโอเปกก็จะก็มีความสามารถในการที่จะ Roll over ตัว Cut Production ต่อไปนะครับ เฟสเองนะครับก็อย่างที่ทุกคนได้ทราบแล้วนะครับ ก็จะมีแนวโน้มว่าจะมีการปรับอ่าลดอ่าดอกเบี้ยนะครับ Interest Rate ลงในเดือนหน้านะครับ คือเดือนกันยายนนะครับ ส่วนจะลดอ่าหนึ่งครั้งหรือสองครั้งเนี่ยก็คงต้องมีการติดตามกันต่อไปนะครับ ทีนี้มาดูทางด้านลบกันบ้างนะครับ ก็อ่าคงเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจที่อเมริกานะครับ คงต้องมีการติดตามกันอย่างใกล้ชิดนะครับ ว่าตัวเลขทางด้าน Economics จะเป็นอย่างไรนะครับ อ่าตัว Demand เองจากจีนนะครับ ก็ตอนนี้ก็เริ่มเริ่มมีประเด็นว่าอ่า Demand ของจีนเนี่ยอาจจะไม่ได้เยอะตามที่คาดไว้นะครับ ก็ทำให้ตัว GDP เนี่ยปรับตัวลดลงมาด้วยนะครับ แล้วก็กลุ่มโอเปกเองก็คงต้องมีการพูดคุยกันต่อนะครับ อย่างที่ได้เรียนไปแล้วว่าจะมีการอ่า Roll over ไอ้ตัวที่เขาเรียกอะไรอ่าตัว Voluntary Cut กันหรือเปล่านะครับ ที่จะ Roll over ไปถึง Quarter สี่ ก็โดยภาพรวมนะครับ เราก็เชื่อว่าราคาน้ำมันก็จะมีการอ่า Swing อยู่ในช่วงระหว่างเจ็ดสิบห้าเหรียญต่อบาร์เรลถึงแปดสิบห้าเหรียญต่อบาร์เรลนะครับ แล้วแต่สถานการณ์ความตึงเครียดของเอ่อ... การสู้รบนะครับในตะวันออกกลาง แล้วก็สภาพของเศรษฐกิจที่นี้มาดูของตัว Crack Spread นะครับ คือตัวส่วนต่างระหว่างน้ำมันดิบกับน้ำมันดูไบนะครับ ก็จะเห็นว่า Quarter 3 นะครับทุกตัวมีการปรับตัวดีขึ้นนะครับ โดยเฉพาะตัวดีเซลเองเพราะว่าของเราดีเซลนี่ถือว่าเป็น Production ที่มากที่สุดนะครับ หกสิบเปอร์เซ็นต์ของ Production ทั้งหมดที่ออกมาจากโรงกลั่น ตัวนี้ก็จะส่งผลทำให้ Margin ของเราดีขึ้นนะครับ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องของ Demand ที่ดีขึ้นในช่วงของ Driving Season Bullish นะครับ ตัวบวกมีอะไรบ้าง ก็การที่ทาง EU ก็มีการลดดอกเบี้ยลงนะครับ ก็ส่งผลทำให้ตัวนี้ Support เรื่องของ Demand ดีขึ้นนะครับ ช่วงของ Transportation นะครับในช่วงของ Summer Traveling นะครับของ Quarter 3 ก็ Demand เพิ่มขึ้นเหมือนกัน อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าต้องบอกว่าช่วงนี้ก็เป็นอยู่ในช่วงของ Hurricane Season นะครับที่อเมริกาเองนะครับ อยู่ในช่วงสิงหาคม กันยายน ตุลาคม ก็มีความเสี่ยงว่าถ้าเกิดเฮอริเคนเข้ามาแล้วก็มีผลกระทบของเรื่องของ Supply นะครับ ก็จะส่งผลทำให้ราคามีการปรับตัวขึ้นมาได้บ้างนะครับ ที่นี้มาดูทางด้านลบนะครับ ก็ตัว High Freight นะครับก็ยังยังสูงอยู่นะครับ ดังนั้นนี่ Arbitrage Cargo ระหว่างเอเชียกับยุโรปนี่ก็เกิดขึ้นค่อนข้างที่จะยากนะครับ ก็กดดันของเรื่องราคา แล้วก็ตัว Stock เองในเอเชียก็จะสูงขึ้นนะครับ ตัว Export นะครับจากประเทศต่างๆ Korea อินเดีย จีนนะครับ ก็จะสูงขึ้นเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่มรสุมนะครับ ก็มีน้ำท่วมกันหลายที่ รวมทั้งเมืองไทยด้วยนะครับ ทำให้ Demand ในประเทศนี่ก็ปรับตัวลดลง ก็มีโอกาสที่ประเทศเหล่านี้จะส่งออกเพิ่มขึ้นนะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่กดดันก็คือว่า Production ที่ขึ้นมาใหม่นะครับที่ไนจีเรีย หกแสนห้าหมื่นบาร์เรลต่อวันนะครับ ตัวนี้ก็อาจจะขึ้นมาใน Second Half ของปีนี้นะครับ ก็สามารถที่จะกดดันตัว Margin ของโรงกลั่นได้ ที่นี้จาก Petroleum กันแล้ว ที่นี้เราก็มาดูของปิโตรเคมีกันบ้างนะครับ ปิโตรเคมีก็ดู Chain แรกเลยก็คือ Aromatic Chain นะครับ ถ้าเทียบระหว่าง Quarter 3 กับ Quarter 2 นะครับ ตัว Margin ของ Quarter 3 นี่อยู่ที่สี่ร้อยแปดสิบแปดเหรียญต่อตันนะครับ ก็ถือว่าใกล้เคียงกับ Quarter 2 นะครับ เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากตัว PS ก็ยังมีการควบคุมเรื่องกำลังการผลิต แล้วก็ตัว Supply ที่ปรับตัวลดลงนะครับ แล้วก็มี Demand ในช่วงของ Summer Textile Season นะครับที่ช่วยทำให้มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น ตัวคาดว่าตัว PX Demand นี่ก็จะปรับตัวดีขึ้นนะครับในช่วงของ Quarter 4 เนื่องจากเราก็จะเข้าอยู่ในช่วงของ Winter Season นะครับ ตัว PTA แล้วก็ PET Demand เองก็ได้รับการ Support นะครับของ Quarter 3 เพราะฉะนั้นช่วงของฤดูร้อนนะครับ ก็มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นทั้งตัว PTA แล้วก็ตัว PET นะครับ มีการควบคุมกำลังการผลิตนะครับระหว่าง Producer ด้วยกันเพื่อไม่ให้ Supply ออกมาที่ล้นนะครับที่จีน ส่วนที่จะเป็นเรื่องของทางด้านลบก็คือว่า Global Economic Concern นะครับ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าทางจีนเองก็ยังมีผลกระทบเรื่องของ GDP ที่ไม่ได้สูงอย่างที่เราคาดไว้นะครับ ตัวพฤติกรรมของ Consumer เองนะครับที่มีการเปลี่ยนไป ก็มีการใช้สิ่งที่เรียกว่าเป็น Luxury นี่ลดลงไปนะครับ แล้วก็มี Additional PTA แล้วก็ PET Capacity เองนะครับของปีนี้นะครับ ก็อาจจะมีที่เพิ่มขึ้นมาบ้างเล็กน้อยที่ยังเหลืออยู่นะครับ ที่นี้มาดูของ Chain Benzene Benzene เมื่อของ Quarter 3 เทียบกับ Quarter 2 ก็ปรับตัวลดลงมาพอสมควรนะครับ เนื่องจากช่วง Quarter 2 นี่ได้อานิสงส์จากตัว Benzene Stock ค่อนข้างต่ำนะครับ ปัจจุบันนี่ Benzene Stock ก็มีการปรับตัวสูงขึ้นมานะครับ แต่อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมนี่ก็ยังสูงกว่า Quarter 1 อยู่นะครับ ตัวที่เป็นทางด้านบวกของตัว Benzene Market นะครับ ก็คือมีการ Control ตัว Supply นะครับ แล้วก็ Demand ของ Gasoline นะครับที่ค่อนข้างที่จะดีนะครับ แล้วก็ตัวของ SM Capacity เองนะครับ ตัวนี้ก็จะช่วย Support ตัว Benzene มาได้ ที่นี้ตัว Phenol นะครับ Phenol ก็ได้การ Support มาเรื่องของตัว Supply Loss นะครับ มีทั้ง Plan แล้วก็ Unplan Shutdown ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น North East Asia หรือที่ยุโรป ส่วนทางด้านปัจจัยลบของ Benzene นะครับ ก็คือเรื่องของตัว Demand ก็สืบเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจ Demand ของพวก Automotive แล้วก็ ENE Appearance ก็ปรับตัวลดลงไปนะครับ แล้วก็ยังมี Additional ตัว Phenol Capacity ที่ยังมีเหลืออยู่ที่จีน แต่ก็ไม่เยอะมากนะครับ ที่นี้จาก Aromatic Chain เรามาดู Olefin Chain กันบ้างนะครับ Olefin Chain โดยภาพรวมก็ต้องเรียนว่าได้รับความกดดันนะครับจากตัว Demand ทางปลายทางอยู่ ก็จะเห็นว่าตัว Polymer เองตัว PE นะครับ ก็มีการปรับตัวลดลงมาใน Quarter 3 เมื่อเทียบกับ Quarter 2 ส่วนของตัว Margin ก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกันนะครับ ตัว PE นี้ถ้าเป็นเรื่องของทางด้านบวกก็คือ Demand ของเรื่อง Packaging นะครับ ก็คาดว่าจะดีขึ้นเนื่องจากพอเข้า Quarter 4 ก็จะอยู่ในช่วงของเทศกาลต่างๆ วันหยุดต่างๆ ก็จะมีการใช้ตัวพลาสติกกันมากขึ้นนะครับ ตัว Demand จากตัว Replacement ของ Recycle อันนี้ก็ต้องบอกว่ายังไม่ค่อยเข้ามาเยอะนักเพราะว่าราคาที่ต้นทุนนี่ค่อนข้างจะสูง ทำให้ตัว Business เองไม่สามารถที่จะ... อ่า เรียกว่า ควบคุมต้นทุนในการผลิตได้แล้ว ก็ตัวอ่า เรื่องอื่นก็คือ Export นะครับ จาก Middle East อ่า มา China อันนี้ก็มีการเอ่อ ข้อจำกัดของเรื่องของการ Export เพราะว่าตอนนี้ค่า Freight มันเพิ่มขึ้น Delay ของ Shutdown New Capacity นะครับ ที่จีนนะครับ ก็ทำให้ Supply ที่ออกมาไม่ได้เยอะตามที่เราคาดไว้ อ่า ส่วนทางด้านลบก็คือตัว Bearish นะครับ ก็คือมียังมี Additional Chinese Capacity อยู่นะครับ สามล้านตัน แล้วก็ตัว Longson ที่เวียดนามนะครับ ก็คาดว่าจะมี Production ออกมาใน Quarter สี่ของปีนี้ ก็สามารถที่จะกดดันเรื่องราคาได้ อ่า ความไม่แน่นอนเรื่องของ Geopolitics นะครับ แล้วก็ตัว Freight ที่ยังยังสูงอยู่ แต่คาดว่าน่าจะเริ่มเบาบางลงใน Quarter สี่นะครับ ตัวเอ่อ Polyester Inventory ที่ที่จีนนะครับ ที่ยังยังสูงนะฮะ ทีนี้มาดูของ Polyethylene, Polyethylene ก็จะเห็นว่าก็คล้ายๆ กับของตัว PE Chain นะครับ ก็คือราคาก็มีการปรับตัวลดลง รวมทั้ง Margin ก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน ปัจจัยบวกของตัว Polypropylene ก็อยู่ในช่วงของ Packaging Demand ที่จะเพิ่มขึ้น เอ่อ คือเป็นช่วงที่เทศกาลวันหยุดนะครับ ก็มีการให้ของขวัญกัน อันนี้ก็น่าจะมี Demand เพิ่มขึ้น ตัว Supply ก็ปรับตัวลดลงเพราะว่ามี Producer ก็มีการพยายามที่จะ Control เรื่องการผลิตนะครับ แล้วก็มี Unplanned Outage ในเอเชียด้วย ส่วนของ PO Production Cut นะครับ เพราะว่าดูแล้ว Margin ด้วยราคาก็ไม่ค่อยจะดีนัก ก็หลายๆ โรงก็เริ่มมีการ Cut Production ลงไป แล้วก็ตัว Automotive Sector นะครับ ก็เริ่มที่จะเห็น Sign ของการ Improve ดีขึ้น ของเรื่องลบนะครับ อ่า Bearish มีอะไรบ้างของ PP ก็ยังมีอ่า สี่ล้านตันนะครับ อันนี้เป็น Upcoming ของจีนนะครับ ที่จะออกมาใน Second Half ของปีนี้ อ่า ก็จะกดดันของเรื่องราคานะครับ แล้วก็อ่า มี Additional Capacity นะครับ ที่จะเพิ่มขึ้นมาในของเป็น PO นะครับ อีกประมาณอ่า ศูนย์จุดห้าล้านตัน อ่า Household แล้วก็ Real Estate ก็ต้องบอกว่ายังไม่ค่อยดีนักนะครับ โดยตลาดที่โดยเฉพาะตลาดที่จีนนะครับ นี่ก็เป็นทั้งหมดของปิโตรเคมีนะครับ ทีนี้มาดูเรื่องของธุรกิจต่างประเทศนะครับ ก็คือตัว Onex ของเรา เนื่องจาก Onex ของเรานี่ยก็มีการขาย มี Market อยู่ทั่วโลก ดังนั้นเราก็ต้องจับตาสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงครามนะครับ อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว เรื่องของเรียกว่า Competition Without Conflict นะครับ ระหว่างอเมริกาเองกับจีนนะครับ ก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง แล้วก็มีโอกาสที่จะรุนแรงมากขึ้นนะครับ โดยเฉพาะในช่วงของใกล้ที่จะช่วงเลือกตั้งของที่อเมริกานะครับ อ่า ในเดือนพฤศจิกา และก็ตัว World Bank เองก็ยังมี Forecast ว่าเอ่อ Growth นะครับ Demand Growth ก็จะจะ Slow นะครับ ทีนี้มาดูอ่า Quarter สามนะครับ ก็ยังมี Concern อยู่นะครับ คือที่อเมริกาเองก็เรื่องของ Rising Unemployment นะครับ แล้วก็ Slow Job Growth อ่า จีนเองก็เรียกว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจก็ยังอยู่ในช่วงของ Gloomy อยู่นะครับ อ่า ยุโรปนะครับ ก็ยังไม่ค่อยกลับมาอย่างที่เราคาด ยังมีเรื่องของ Inflation อยู่นะครับ ทีนี้มาดูแต่ละ Sector นะครับ ก็เริ่มมา Table ข้างล่างนะครับ อ่า ของ Auto แล้วก็ Mobility นะครับ ก็เรียกว่า สถานการณ์ทุกตลาดอยู่ในช่วงของ Stable นะครับ อ่า ของ Industrial Goods สิ่งที่ยังดีอยู่ก็คือตรง Container นะครับ ยังมีความต้องการใช้ ดังนั้นก็จะเห็นว่าจะเป็นสีเขียวของเอเชียแปซิฟิก Packaging ก็เรียกว่า ยังดีอย่างต่อเนื่องนะครับ ในทุก Region ด้วยกัน แล้วก็ถ้าเกิดสภาพเศรษฐกิจกลับมา เราก็คาดว่า Demand ของ Packaging ก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม Construction อ่า ก็ยังทรงๆ อยู่นะครับ อันนี้ก็ต้องเรียนว่า ได้รับผลกระทบจากเรื่องของ Real Estate อย่างที่จีนนะครับ อ่า ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นรายงานสถานการณ์ล่าสุดถึงปัจจุบันครับ