[Foreign language] สวัสดีครับ ในนามของบริษัท Indorama Ventures ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้าร่วมงาน Opportunity Day ในวันนี้ เรามีความยินดีที่จะเสนอผลประกอบการในไตรมาสล่าสุด พร้อมทั้งทิศทางการดำเนินงานของบริษัท เพื่อให้ท่านมีข้อมูลที่ครบถ้วนในการติดตามและประเมินศักยภาพของบริษัทในระยะยาว ท่านสามารถซักถามข้อสงสัยได้ในช่วง Q&A หลังจากการนำเสนอเสร็จสิ้น ขอบคุณครับ เราได้มีการตั้งสมมติฐานและประมาณการแนวโน้มในอนาคตของอุตสาหกรรมและธุรกิจบางประการ โดยอ้างอิงจากการวิเคราะห์ของเราและข้อมูลที่เรามีอยู่ ณ ขณะนี้ เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2568 มีการปรับปรุงนิยามของ Adjusted EBITDA โดยเพิ่มเติมให้ไม่รวมผลกระทบจากสภาพอากาศ เพื่อให้สะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ตัวเลขการเปรียบเทียบสำหรับปี 2567 ได้ปรับใหม่ให้สอดคล้องกัน การปรับปรุงดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ควรใช้แทนข้อมูลทางการเงินที่รายงานภายใต้มาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง ผลประกอบการของ IVL ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ตลอดจนการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน และส่วนต่างกำไร CPET ที่ลดลง ทำให้รายได้อยู่ที่ $3,500 ล้าน ลดลง 3% ไตรมาสต่อไตรมาส หรือ QoQ และ 9% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน หรือ Year on Year
ขณะที่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ $276 ล้าน ลดลง 23% QoQ และ 30% Year on Year ส่วนใหญ่เกิดจาก CPET ที่ได้รับผลกระทบจาก MTBE และ PTA s pread ที่อ่อนตัว ปริมาณการขายที่ลดลงและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี ผลประกอบการรวมของกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจอินโดรามาและไฟเบอร์ของบริษัท โดยกลุ่มอินโดรามา มี Adjusted EBITDA อยู่ที่ $89 ล้าน เพิ่มขึ้น 10% QoQ และ 18% Year on Year จากการประหยัดต้นทุนคงที่ ส่วนกลุ่มไฟเบอร์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ $47 ล้าน เพิ่มขึ้น 43% QoQ และ 22% Year on Year จากปริมาณขายและ Margin ที่สูงขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง สำหรับกลุ่มอินโดรามา ซึ่งแยกออกจาก CPET ในฐานะกลุ่มบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะรายงาน Adjusted EBITDA ที่มั่นคงที่ $21 ล้าน กลุ่มอินโดรามาและไฟเบอร์เติบโตแข็งแกร่ง ในขณะที่อินโดรามา มีเสถียรภาพต้นทุนคงที่ลดลง $30 ล้าน Year on Year จากการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น $416 ล้าน ช่วยให้สามารถลดหนี้สุทธิได้ $100 ล้าน แม้จะมี Capex ที่ $183 ล้าน การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลยังคงเดินหน้า รวบรวมข้อมูลได้ถึง 95% และเริ่มนำเครื่องมือ AI เข้ามาใช้ช่วยตัดสินใจที่ดีขึ้น ในด้าน Supply Chain การจัดซื้อ และการบริหารเงินทุนหมุนเวียน มาดูผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มธุรกิจโดยสรุปกันบ้างครับ CPET ได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผน ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่แคบลง และค่าระวางเรือที่ลดลง อินโดรามา ลดลง $2 ล้าน QoQ จากแรงกดดันด้าน Margin ที่เกี่ยวข้องกับส่วนผสมของยอดขาย แต่ยังคงมีเสถียรภาพและแนวโน้มเชิงบวก อินโดรามา ดีขึ้นจาก Margin ของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม หรือ HVA ที่แข็งแกร่งขึ้นและการประหยัดต้นทุน ธุรกิจไฟเบอร์ฟื้นตัวในทุกกลุ่ม ไลฟ์สไตล์ได้รับผลประโยชน์จากประสิทธิภาพด้านต้นทุน ไฮจีนปริมาณเพิ่มขึ้น 20% QoQ พร้อมส่วนผสมที่ดีขึ้น Mobility ฟื้นตัวชัดเจนจากความต้องการในกลุ่มยานยนต์ หลังจากไตรมาส 4 ที่อ่อนตัว โดยปรับโครงสร้างต้นทุนยังคงช่วยสนับสนุน Margin ต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานของ IVL ตามภูมิภาคต่างๆ ในทวีปอเมริกา ผลประกอบการลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผน และค่าระวางเรือที่อ่อนตัวลง แม้ว่าไฟเบอร์จะช่วยลดผลกระทบบางส่วน ยุโรปเผชิญกับ Margin และปริมาณที่ลดลง รวมถึงต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นหลังการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ เอเชียมีผลการดำเนินงานที่ผสมผสาน ไฟเบอร์กลุ่มไลฟ์สไตล์ทำได้ดีในส่วนต่างของราคา ในส่วนต่างราคาของ CPET แบบบูรณาการที่แคบลง อย่างไรก็ตาม แม้จะเผชิญความท้าทายในแต่ละภูมิภาค IVL ยังคงรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความมีวินัยด้านต้นทุน โดยคาดว่าปริมาณการผลิตจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 2 โดยเฉพาะในอเมริกาเมื่อการดำเนินงานกลับสู่สภาวะปกติหลังการปิดซ่อมบำรุง กลุ่ม Combined PET หรือ CPET รายงาน Adjusted EBITDA ที่ $126 ล้าน ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ลดลง 43% QoQ และ 50% Year on Year ปริมาณลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผน ขณะที่ปริมาณสินค้าปลายทาง PET เพิ่มขึ้น 2% QoQ Integrated PET สร้างรายได้ $121 ล้าน ลดลง 28% QoQ จากส่วนต่างราคาที่อ่อนตัวลง ค่าระวางเรือที่ลดลงและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น Intermediate Chemicals ลดลงเหลือ $4 ล้าน จาก $49 ล้าน จากการปิดซ่อมบำรุงที่ Lake Charles และโรงงาน EOEG Special Chemicals ลดลงเหลือ $1 ล้าน โดยหลักมาจากกิจกรรมส่งเสริมการขาย NDC ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวใน Q1 อย่างไรก็ตาม CPET ยังคงแสดงความยืดหยุ่น และคาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 2 จากส่วนต่างราคาที่ดีขึ้นและปริมาณที่กลับสู่ระดับปกติ อินโดรามา ซึ่งเป็นธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของ IVL แยกออกจากกลุ่ม CPET เป็นธุรกิจอิสระ รายงาน Adjusted EBITDA คงที่ที่ $21 ล้าน ปริมาณการขายเติบโต 6% จากไตรมาสก่อนหน้า อยู่ที่ 74,000 ตัน และทรงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า EBITDA ได้รับการสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในตลาดหลัก ช่วยชดเชยผลกระทบจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่อ่อนลง อุปสงค์ที่ลดลงในบางกลุ่มและความล่าช้าด้านโลจิสติกส์ แม้บางภูมิภาคได้รับแรงกดดันด้านปริมาณจากความท้าทายด้านการดำเนินงานและตลาด แต่ความต้องการตามฤดูกาลคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ส่วนการซื้อหุ้น 24.9% ในบริษัท EPL เสร็จสิ้นภายในไตรมาส 2 ปี 2568 จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตของอินโดรามา และเปิดโอกาสใหม่ในตลาดบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องและนวัตกรรมใหม่ สำหรับอินโดรามา มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2568 โดย Adjusted EBITDA อยู่ที่ $89 ล้าน เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 18% จากปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการประหยัดต้นทุนที่คงที่ ปริมาณหลักเพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อนหน้า พร้อมการปรับปรุงอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง หรือ HVA จาก 15% เป็น 17% และอัตรากำไร EBITDA ที่รวมเพิ่มขึ้นเป็น 14% อินโดรามา ยังคงมุ่งเน้นด้านนวัตกรรมและขยายธุรกิจระดับโลก และการเปลี่ยนแปลงอย่างมีวินัย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างมูลค่าระยะยาว ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง หรือ HVA ของอินโดรามา สร้างรายได้สุทธิ 78% และคิดเป็น 96% ของ Adjusted EBITDA โดยมีอัตรากำไรอยู่ที่ 17% ได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภค กลุ่ม Essentials ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 22% เชื่อมโยงกับ HVA และอยู่ในแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อินโดรามาได้เปิดตัวโครงสร้างนวัตกรรมและการตลาดระดับโลกเพื่อเร่งการเติบโต กลุ่ม Home and Personal Care ยังคงมีความต้องการที่มั่นคง กลุ่ม COP Solution สิ้นสุดภาวะลดสต็อกในปี 2566 และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากปริมาณสต็อกในอุตสาหกรรมที่อ่อน กลุ่ม Energy และ Resource เผชิญแรงกดดันด้าน Margin จากราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนและการกลับมาของคู่แข่ง ส่วนกลุ่ม Coating and Construction เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว แม้จะยังมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอยู่ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ธุรกิจไฟเบอร์มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมี Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 43% เทียบกับไตรมาสก่อน และ 22% เทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ $47 ล้าน ได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณขายและอัตรากำไรที่สูงขึ้น รวมถึงมาตรการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง การเติบโตจากการฟื้นตัวของ Margin ในกลุ่มไลฟ์สไตล์ ปริมาณขายที่แข็งแกร่งในกลุ่มไฮจีน และความสำเร็จของมาตรการลดต้นทุน แม้จะเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและปริมาณขายในยุโรปที่ชะลอตัว ไลฟ์สไตล์มีกำไร EBITDA อยู่ที่ $22 ล้าน เพิ่มขึ้น 38% QoQ จากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นและส่วนต่าง PSF ที่คงที่ ไฮจีนมีกำไร $12 ล้าน เพิ่มขึ้น 121% QoQ จากการผสมผสานผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นและปริมาณที่เพิ่มขึ้น 20% Mobility ทำกำไร $13 ล้าน เพิ่มขึ้น 12% QoQ จากความต้องการยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพช่วยลดต้นทุนคงที่ได้ $12 ล้าน เมื่อเทียบกับปีก่อน และแนวโน้มยังคงเป็นบวกจากการฟื้นตัวของปริมาณขายและประโยชน์จากการลงทุนในสหรัฐและเม็กซิโก ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 IVL มี EBITDA ที่ $275 ล้าน และสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ $416 ล้าน โดยได้แรงหนุนจากการปล่อยเงินทุนหมุนเวียนจำนวน $161 ล้าน หักค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาและต้นทุนทางการเงินรวม $181 ล้าน บริษัทมีกระแสเงินสดอิสระอยู่ที่ $236 ล้าน งบลงทุนเพื่อการเติบโตอยู่ที่ $94 ล้าน ครอบคลุมการลงทุนในธุรกิจรีไซเคิล บริษัทสามารถลดหนี้สุทธิได้ประมาณ $100 ล้าน ฝ่ายบริหารยังคงมุ่งเน้นการสร้างกระแสเงินสดอิสระและตั้งเป้าลดหนี้ต่อเนื่องในปี 2568-2569 โดยปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของปริมาณขาย การบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร อีกทั้งการขายสินทรัพย์บางส่วนจากการทำ Impairment ในปี 2567 ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้จากการขายที่ดินประมาณ $150-200 ล้าน ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 ณ เดือนมีนาคม 2568 สภาพคล่องของบริษัทแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและวงเงินพร้อมใช้ $2,200 ล้าน บริษัทมีโครงสร้างหนี้ที่สมดุล โดย 41% เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ และ 59% เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งช่วยให้สามารถรับประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงได้ อัตราส่วน Net Debt to Equity ของบริษัทอยู่ที่ 1.39 เท่า และอัตราความสามารถในการชำระหนี้อยู่ที่ 1.24 เท่า การรีไฟแนนซ์มูลค่า $2,000 ล้าน ในปี 2568 เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ปัจจุบันมีหนี้ที่เชื่อมโยงกับสินเชื่อด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Link คิดเป็นสัดส่วน 32% ของหนี้สินรวม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ IVL ในการจัดหาเงินทุนอย่างมีความรับผิดชอบและบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว โดยสรุปผลการดำเนินงานของ IVL ในไตรมาส 1 ปี 2568 อ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงกดดันตลาดสินค้าบริโภค ขณะเดียวกันการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนและสภาพอากาศได้ส่งผลกระทบการผลิตที่โรงโอเลฟินในสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกลุ่มธุรกิจ CPET อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจเฉพาะทางได้แก่ อินโดรามา ไฟเบอร์ และอินโดรามา ยังคงมีผลการดำเนินงานที่น่าพึงพอใจ เรายังคงมุ่งเน้นการดำเนินการเชิงรุกด้วยตัวเอง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพให้กับเครือข่ายธุรกิจชั้นนำของเราในทุกตลาดทั่วโลก ความไม่แน่นอนจากมาตรการทางภาษีที่ส่งให้ Supply Chain มีความผันผวนและกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ธุรกิจ CPET และไฟเบอร์คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2568 จากปริมาณที่สูงขึ้นและส่วนต่างราคาที่ดีขึ้น โมเดล Local for Local ของ IVL ช่วยลดผลกระทบความผันผวนทางธุรกิจนำเข้าส่งออก โดยส่วนใหญ่การผลิตถูกบริโภคภายในประเทศนั้นๆ ปัจจุบัน IVL มีการดำเนินงานใน 31 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ และผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ อินโดรามา Indorama Ventures ได้ผลประโยชน์จากการดำเนินการภายใต้โครงการ IVL 2.0 ซึ่งยังคงเดินหน้าต่อในปี 2568 โดยการมุ่งกลยุทธ์ที่ชัดเจนและมีวินัยทางการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยสามารถลดต้นทุนคงที่จากการปรับโครงสร้างสินทรัพย์และมาตรการการบริหารจัดการของผู้บริหาร กระแสเงินสดจากการดำเนินงานส่งผลให้ความสามารถในการลดหนี้ได้ $100 ล้าน ในสิ้นปี 2567 โครงการดิจิทัลของ IVL มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง รองรับการใช้เครื่องมือ AI และดิจิทัลเพื่อยกระดับการตัดสินใจด้าน Supply Chain การจัดซื้อและการบริหารเงินทุนหมุนเวียน อีกทั้งฝ่ายบริหารยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และขยายธุรกิจในเอเชียและแอฟริกา และการลดหนี้ช่วยให้เราสามารถรับมือกับภาวะเศรษฐกิจขาลงในปัจจุบัน พร้อมทั้งวางตำแหน่งให้เราพร้อมคว้าโอกาสการเติบโตในระยะยาวที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงเสมอ ขอบคุณครับ ต่อไปเราจะเข้าสู่ Q&A นะครับ จะมีท่านผู้บริหารคือคุณพิกัช จาลัน เข้ามาช่วยตอบคำถามครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ Good afternoon.
Do you have any questions, Supika?
The one question I can see somebody is asking is if the spread goes up in second quarter 2025, how does the performance grow compared to first quarter 2025? How much is the growth Capex in 2025? And regarding China and US trade war issue, how does it impact IVL? These are the three questions I can see so far. If you go to the Outlook slide on the previous slide, the key takeaway, and if you go back to the previous slide. As you can see that we have already mentioned to you, as Khun Somsak explained to you, that second quarter results, we expect some improvement from the normalization of the turnaround of IVOG and some seasonality. Also there are some improvements in the industry spreads and because of seasonality demand.
We expect our CPET segments to perform better from turnaround normalization, industry margins, and also seasonality. Fibers also we expect some improvement from management actions. On the second question on how much is the growth Capex in 2025, it is pretty much quite similar to what we have in Capital Markets Day. We have already given out our program, Capex program for 2025. I think we have a maintenance Capex and growth Capex together. It's about $800 million. Growth Capex is about $600 million roughly, which includes the EPL acquisition of 24.9% payment also. Next year we expect our Capex will be lower as per the plan that we have. The third question on China and US trade war issue and how does it impact.
If you can see point number five, as Khun Samsak explained to you, that IVL local to local model provides resilience due to this trade uncertainty. This is a very important factor for IVL because we produce and sell in the same country or in the same geography. We also benefit from the USMCA framework, U.S., Mexico, and Canada framework. That is also helping us because we manufacture in the U.S. and also in Mexico. Also our recent expansion of hygiene fiber business in North Carolina in Mocksville and our auto fibers for airbag yarns in Mexico is quite timely because it will be benefiting from the USMCA framework. Thank you.
[Foreign language] การดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 มีโอกาสเติบโตกว่าไตรมาสที่ 1 หรือไม่ หลังราคาเสเพิ่ม แล้วก็งบลงทุนในปีนี้วางไว้เท่าใด และก็สุดท้าย ประเด็นเกี่ยวกับสงครามการค้าจีน สหรัฐอเมริกา ทาง IPL มีผลกระทบหรือไม่ และมีแนวทางปรับตัวอย่างไร ข้อแรกก่อน ตัวทิศทางผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ก็คือจากที่คุณสำสักดิ์พูดเลย แล้วก็คุณพิกาชได้มีการพูดไว้ก็คือ เรามีพูดถึงตัว Outlook ในไตรมาส 2 เอาไว้ว่า มันน่าจะมีการปรับตัวที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวธุรกิจ CPET ก็จะมีการ Normalize ตัว Volume ที่เราได้มีการทำ Turnaround ใหญ่ไปในไตรมาสที่ 1 ตัว IWOG แล้วก็จะมีปัจจัยทางด้าน Seasonality Demand ที่จะทำให้ดีขึ้น แล้วก็จะดีขึ้นด้วยจากตัว Seasonal ด้วยเหมือนกัน แล้วก็ส่วนตัว Fiber ก็จะมี Performance ที่ค่อยๆ ดีขึ้นเหมือนกัน จาก Management การดำเนินการของตัว Management ส่วนคำถามถัดไป เกี่ยวกับตัวงบการลงทุน ก็คือเราได้เคยมีการประกาศตัวงบการลงทุนไปตอน Capital Market Day ก็คือจะมี Total Capex อยู่ที่ประมาณ $800 ล้าน โดยจะเป็น Growth Capex อยู่ที่ $600 ล้าน ซึ่งตัวนี้ได้รวมตัวการลงทุนใน EPL ที่เราได้จะทำการเข้าซื้อ 24.9% ด้วย แล้วก็ในปีถัดไป ปี 2026 ก็ตัว Capex ก็คือจะค่อยๆ ลดลง สำหรับเกี่ยวกับเรื่องสงครามการค้า ก็ตามที่ได้พูดไปเลยก็คือตัวโมเดลการดำเนินการธุรกิจของเรา ที่เราผลิตแล้วก็ขายในประเทศหรือว่าใน Region ก็จะทำให้เรามีความค่อนข้างมั่นคง แล้วก็เสถียรจากตัวการที่มีสงครามการค้าอันนี้ แล้วก็นอกจากนี้ มันจะมีตัว USMCA Framework ที่เป็นการร่วมลงทุน US เม็กซิโก แล้วก็แคนาดา เนื่องจากเราก็จะได้ประโยชน์จากส่วนนี้ด้วย เนื่องจากว่าเรามีการผลิต โรงงานการผลิตอยู่ที่ทั้งอเมริกาแล้วก็แคนาดา แล้วก็เม็กซิโก แล้วก็นอกจากนี้ เราก็จะมีตัว Expansion ในตัวธุรกิจ Fiber ของเรา ตัวที่ Hygiene Fiber อยู่ที่ตัว Mocksville เรามีการขยายตัว Auto Fiber ที่ตัวเม็กซิโกด้วย อันนี้ก็จะได้รับผลประโยชน์จากตัว USMCA ด้วยเช่นกัน Thank you.
I can see one more question here is about outlook on a packaging business regarding cost and selling price. This one, packaging business, you know that we have now, named it as Indovinya, and it is one of our segments that we are reporting, and we also have a plan to do the IPO for this segment. This EPL 24.9% acquisition is also in the packaging segment. It's a consumer tube packaging, and it's quite complementary to our packaging business, which is more rigid packaging. In terms of the outlook, I think this packaging business is quite resilient in the sense of EBITDA margin.
If you see our historical EBITDA margin for the last many years, it has been, if you go to the Packaging slide, the EBITDA margin has been moving in a quite narrow range, and that is the benefit of this business. Most of the contracts are like cost-plus sort of contracts and some negotiation, of course, but majority is in that way. Then we are going into the seasonality. That's the outlook on Packaging Business. Another question is, any plan for write-off any impairments in 2025? As you know, that last year in 2024, we have taken big impairments in the second quarter last year, and we are benefiting from the fixed cost savings coming in in 2024 and also in 2025.
2025, most of the savings would be coming in from the fiber segment because we are taking some more actions on the fiber segment. I mean, action in the sense of completing the actions and impairments we have taken last year. So, as per the current plan that we have announced, that we have at this time under the CMD plan and all that, we have taken majority of the impairments. There could be some small severance payments and some small items, but all the material ones, as per the current plan, we have taken it. But there could be some more, in the sense of like, if we have any more structuring or anything, then we'll let you know. But we are quite happy with the management action that we have taken last year.
It helped us to save a lot of fixed cost, and also, we have been able to retain our customers in majority of the businesses. We can serve from different footprints that we have, so that's the advantage we have from serving from different footprints and having a global footprint. Yeah, thank you.
[Foreign language] คำถามถัดไปนะคะ แนวโน้มธุรกิจของ Packaging ในอนาคตจะเป็นอย่างไรนะคะ ในด้านต้นทุนแล้วก็ราคาขาย ตัว Packaging ธุรกิจ Packaging ของเรานะคะ ตอนนี้เราได้ตั้งชื่อใหม่นะคะ เป็นตัวธุรกิจ Indovida นะคะ ซึ่งจะมีแพลนที่จะ IPO อยู่นะคะ ซึ่งตัวที่เราเข้าซื้อ EPL 24.9% ก็เป็นหนึ่งในตัวธุรกิจของมันก็เป็นตัว Packaging เหมือนกันนะคะ ซึ่งเป็น Consumer Tube นะคะ ที่จะมาเสริมธุรกิจ Packaging เดิมของเรานะคะ ที่เป็นตัว Rigid Packaging นะคะ ซึ่งตัวธุรกิจ Packaging จะเป็นตัวที่มี EBITDA margin ค่อนข้างคงที่นะคะ ถ้าดูผลการดำเนินงานของมันในอดีตจะเห็นว่า EBITDA มันค่อนข้างมีความคงที่นะคะ ซึ่งก็เป็นข้อดีของมันด้วย ตัวการซื้อขายส่วนใหญ่ก็จะเป็นสัญญานะคะ เป็น Cost Plus ถ้าเป็นส่วนใหญ่นะคะ ก็เลยทำให้ธุรกิจตัวนี้มีความมี EBITDA ที่มันค่อนข้างคงที่ค่ะ สำหรับคำถามถัดไปนะคะ มีแพลนที่จะ Write Off หรือ Impair ในปีนี้มั้ยนะคะ ก็คือในปี 2024 ในปีที่แล้วนะคะ เรามีการทำ Impair ครั้งใหญ่ไปแล้วนะคะ ตอนไตรมาสที่ 2 นะคะ ซึ่งทำให้เราสามารถเซฟ Fixed Cost ได้จำนวนมหาศาลนะคะ จากที่เราได้ประกาศไว้ในแพลนนะคะ แล้วก็ได้มีการบอกในตัว Capital Market Day ของเราเหมือนกันนะคะ ซึ่งตัว Fixed Cost ที่เกิดขึ้นก็เกิดทั้งในปี 24 แล้วก็เกิดขึ้นต่อเนื่องมาอีกในปี 25 ด้วยนะคะ ซึ่งในปี 2025 ปีนี้ส่วนใหญ่ Fixed Cost Saving ที่จะได้เพิ่มจะมาจากตัวธุรกิจ Fiber นะคะ เนื่องจากว่าถึงแม้เราจะ Impair ทั้งหมดทั้งมวลเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2 หรือตั้งแต่ปี 2024 ปีก่อนหน้านะคะ แต่ว่าในแง่ของ Execution การดำเนินงานเสร็จก็จะเป็นตัว Fiber ที่น่าจะมาเสร็จส่วนใหญ่ในปีนี้นะคะ แล้วก็ในปีนี้ตัวใหญ่ๆ สาระสำคัญก็คือ Impair ไปหมดแล้ว อาจจะมีเพิ่มบ้าง ค่าใช้จ่ายเพิ่มบ้างเล็กๆ น้อยๆ จากพวก Surveillance Spay ต่างๆ เล็กๆ น้อยๆ ค่ะ ซึ่งถ้ามีอะไรเพิ่มอีกเราก็จะมีการแจ้งให้ทราบนะคะ ซึ่งเราทาง Management ค่อนข้างมีความพอใจนะคะกับการทำการ Optimize ตัว Asset แล้วก็มีการ Impair แล้วก็เพื่อให้ได้ Fixed Cost Saving ตัวนี้นะคะ เนื่องจากเราสามารถเซฟ Fixed Cost ได้จำนวนมากนะคะ แล้วเราในขณะเดียวกันเราก็ยังสามารถรักษาตัวฐานลูกค้าเอาไว้ได้ด้วยนะคะ จากการที่เราเอาสินค้าเซิร์ฟไปที่ลูกค้าจาก Facility อื่นๆ ที่เรามีกระจายตัวอยู่ทั่วโลกค่ะ Thank you.
I think there's one question on contribution, revenue contribution from India and what is the outlook on India market in 2025. So yeah, how much percentage? I just asked my team to give me the number. Just wait a moment, but outlook. India is a very important market for us. As you know, there's big demand growth in India. We are quite focused and strategic geography for us. In India, we started with the acquisition to the partnership of the PD assets. We have multiple PD assets in India. We have Polyester Fibers and we also have Surfactants that we produce for multiple applications from Indonesia. We have most of our businesses, we have recycling joint venture with Bone Beverage, the largest bottle of Pepsi outside the US.
It's very strategic, high growth market, and we have big market position, so we want to leverage on that. It's a very strategic market for us. Also, Project Valor, which we talked about in our Capital Markets Day earlier this year, is also in the coastal part of India. That project is currently being done by the family office, but then I will have some option to acquire it at cost in the future. India contribution is about 7%, about 7% to 8%. This is something quite strategic for us. Our largest investment is in the US and the second largest is in Brazil, but India and also Africa, they both are quite strategic for us. Thank you.
[Foreign language] ค่ะ คำถามถัดไปนะคะ ถามตัวรายได้ของบริษัทที่มาจากประเทศอินเดียนะคะ แล้วก็ Outlook เกี่ยวกับของตัวตลาดในอินเดียของปีนี้นะคะ สำหรับรายได้ของบริษัทที่มาจากอินเดียนะคะ มีประมาณ 7-8% นะคะ ส่วนสำหรับแนวโน้มของตลาดอินเดียนะคะ ตัวอินเดียค่อนข้างเป็นตลาดที่สำคัญนะคะ แล้วก็เป็นจุดที่เรากำลังมุ่งเน้นอยู่นะคะ เนื่องจากตัวอินเดียเป็นตลาดที่มี Demand Growth สูงนะคะ โดยตัว IBL ได้เริ่มเข้าไปทำธุรกิจในอินเดียนะคะ จากการพาร์ทเนอร์นะคะ ในธุรกิจ PET นะคะ เรามี Facility หลายๆ ธุรกิจในประเทศอินเดียนะคะ ไม่ว่าจะเป็น PET แล้วก็เราจะมีตัว Fiber นะคะ แล้วก็มีตัว Surfactant ด้วยนะคะ ในหลายๆ แอปพลิเคชันของ Surfactant ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอินโดวิญญาณนะคะ นอกจากนี้เราก็มีการเข้าไปจอยกับวรุน Packaging นะคะ ในตัวธุรกิจรีไซเคิลนะคะ ตัววรุน Packaging ก็เป็นตัวผู้ผลิตขวดนะคะ ของ Pepsi รายใหญ่ที่สุดนะคะ นอก US นะคะ นอกจากนี้ก็จะมีตัวโปรเจค War นะคะ ที่เราประกาศไปในตอน Capital Market Day ต้นปีเหมือนกันนะคะ ตัวนี้ก็เป็นตัวโครงการนะคะ ที่อยู่ในแถบโคสเตอร์ของอินเดียนะคะ เป็นตัวโปรเจคที่ Family ตัวเจ้าของนะคะ ได้มีการเข้าไปลงทุน แต่ว่าโดยที่ IBL มี Option ที่สามารถซื้อต่อมาได้นะคะ ในอนาคตค่ะ ส่วนตัวถึงแม้ว่าในตัวการลงทุนหลักๆ ของบริษัทนะคะ ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ US นะคะ อันดับ 2 ก็เป็นบราซิลนะคะ แล้วก็ตัวใหญ่ๆ อีกก็จะมีตัวอินเดียแล้วก็แอฟริกาค่ะ Thank you. I don't see any more questions. คุณซามซา คุณซูปิกา Do you see any more questions?
[Foreign language] ค่ะ ทางนี้ไม่น่าจะมีคำถามเพิ่มเติมแล้วนะคะ งั้นขอทางบริษัทขอจบการนำเสนอการรายงานผลประกอบการในไตรมาส 1 แต่เพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ Thank you. ขอบคุณครับ