PTT Exploration and Production PCL (BKK:PTTEP)
154.00
+2.50 (1.65%)
Apr 30, 2026, 4:36 PM ICT
← View all transcripts
Earnings Call: Q1 2025
May 8, 2025
สวัสดีครับ ทุกท่านจะมาพูดถึงภาพรวมบริษัทและแนวทางกลยุทธ์ในภาพรวมนะครับ ลำดับถัดไปคุณศิรณัฐ ศรรุ่ง พนักงานครับ จากแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ครับ
สวัสดีครับ
คุณศิรณัฐจะมาพูดถึง Business Update ในภาพรวมครับ และผม ณัฐพล เตชวรพรครับ จากแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ครับ จะมาพูดถึงเรื่องตัวเลขและผลการดำเนินงานครับ ลำดับแรกขอเชิญคุณเสริมศักดิ์เลยครับ
ครับ สวัสดีครับ ก็จะเริ่มแรกนะครับจากภาพรวมของบริษัทแล้วก็กลยุทธ์นะครับ คือล่าสุดนะครับก็มูลค่า Market Cap นะครับของ ปตท.สผ. ก็อยู่ที่ประมาณ $12,000 ล้านนะครับ ก็ปีที่แล้วนะครับเราได้จ่ายเงินปันผลนะครับซึ่งก็คิดเป็น Dividend Yield นะครับที่ประมาณ 8% นะครับ กลยุทธ์หลักๆ นะครับก็ยังคงเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานนะครับให้กับประเทศเรานะครับ รวมถึงการขยายการลงทุนนะครับแล้วก็การเติบโตไปในต่างประเทศนะครับ คือถ้ามองในแง่ของความมั่นคงนะครับก็ปัจจุบันนี้การปริมาณการผลิตนะครับในประเทศไทยนะครับซึ่งหลักๆ ก็คงเป็นก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยนะครับ ปตท.สผ. ก็มีสัดส่วนในการผลิตนะครับอยู่ที่ 82% นะครับ โดยที่การเติบโตในต่างประเทศนะครับก็ยังเน้นหนักในพื้นที่ที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญนะครับ ไม่ว่ามาเลเซีย พม่านะครับ ตะวันออกกลางแล้วก็แอฟริกานะครับ ที่ผ่านมานะครับถ้ามองในเรื่องของการเติบโตในปริมาณการขายนะครับถ้าย้อนหลัง Look Back นะครับไป 10 ปีนี่ก็ ปตท.สผ. นะครับสามารถที่จะเพิ่มปริมาณการขายนี่ได้กว่า 52% เลยนะครับ ซึ่งหลักๆ ก็ยังเป็นก๊าซธรรมชาตินะครับซึ่งในพอร์ตการผลิตของ สผ. ก็เป็นก๊าซกว่า 70% นะครับแล้วก็เป็น Liquid 30% นะครับ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการควบคุมเรื่องของต้นทุนการผลิตนะครับ Unit Cost นี่ถ้า Look Back ไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วนี่ของเราใกล้ๆ ตอนนั้นใกล้ๆ $44 ต่อบาร์เรลเลยนะครับซึ่งปัจจุบันเราก็ลดลงมาได้กว่า 32% นะครับ โดยที่มี Cash Cost นะครับก็อยู่ที่ประมาณ $15 นะครับซึ่ง ปตท.สผ. ก็ยังเน้นหนักนะครับการดำเนินการนะครับในการสร้างความมั่นคงนะครับแล้วก็ยั่งยืนนะครับไม่ว่าในเรื่องของ Sustainability แล้วก็เรื่องของสิ่งแวดล้อมนะครับชีวอนามัยนะครับก็ได้รับเกียรตินะครับจากหลายๆ สถาบันนะครับในการให้ความเชื่อถือนะครับแล้วให้ Credit Rating ของเรานะครับก็ดีมาโดยตลอดนะครับ แผ่นถัดไปนะครับก็ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันนะครับในเรื่องของกลยุทธ์ทางด้านพลังงานนะครับซึ่งก็ผันผวนนะครับแล้วก็เปลี่ยนแปลงเร็วมากๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็คือหลายๆ ประเทศนี่ก็ให้ความสำคัญในเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงานนะครับในเรื่องของ Energy Security แล้วก็แม้แต่ตัวก๊าซธรรมชาติเองซึ่งถ้ามองแล้วนี่ไม่ว่าระยะสั้นระยะปานกลางหรือระยะยาวนะครับก็มองว่าเป็น Destination นะครับเป็นแหล่งพลังงานนะครับที่จะรองรับในระยะยาวได้เลยนะครับ การที่หลายๆ ประเทศนะครับจะต้องสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานนี่ก็เลยจะทำให้กลยุทธ์ในการมองเรื่องของการเปลี่ยนผ่านพลังงานหรือว่า Energy Transition นี่ครับก็จะเน้นหนักในเรื่องของความสมดุลมากขึ้นนะครับความสมดุลในเรื่องของความมั่นคงนะครับความยั่งยืนนะครับแล้วก็การเข้าถึงได้นะครับของพลังงานนะครับนี่ก็จะเป็นมุมมองที่พยายามรักษาความสมดุลนะครับในเรื่องบริหารความเสี่ยงของนโยบายพลังงานแต่ละประเทศนะครับแล้วก็แน่นอนที่สุดนะครับเรื่องของเทคโนโลยี AI นะครับในปัจจุบันนี่ก็เป็นเทคโนโลยีที่จะต้องใช้พลังงานนะครับอย่างมหาศาลนะครับซึ่งแหล่งพลังงานสะอาดนะครับก็จะช่วยเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ด้วยนะครับแล้วก็การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการเติบโตของยุค AI ตรงนี้ต่อไปในอนาคตนี่นะครับ อีกประเด็นหนึ่งก็คือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์นะครับก็ไม่ว่าสงครามทางการค้านะครับของระหว่างอเมริกากับจีนนะครับหรือว่าหลาย US ทารีฟนะครับที่เกิดขึ้นมาผมว่าก็จะเป็นสิ่งที่จะทำให้หลายๆ ประเทศก็ต้องกลับมาทบทวนการลงทุนนะครับแล้วก็การเติบโตในเศรษฐกิจของตัวเองนะครับอย่างด้วยรูปแบบใหม่นะครับ รวมถึงในอนาคตนี่ที่มองว่าพลังงานสะอาดนะครับในอนาคตนี่ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี่ก็ผมว่าก็ยังเป็นประเด็นที่ติดตามนะครับท่ามกลางความท้าทายในเรื่องของต้นทุนเลยนะครับไม่ว่า Green ไฮโดรเจนนะครับหรือว่ามีการพูดถึงพลังงานนิวเคลียร์รูปแบบใหม่นะครับหรือว่าทางแสงอาทิตย์พลังงานแสงอาทิตย์ขั้นสูงอะไรงี้นะครับก็จะเป็น Future Energy นะครับที่เราก็ต้องติดตามต่อไปนะครับอย่างใกล้ชิดนะครับโดย ปตท.สผ. เองก็ยังยืนกลยุทธ์ 3 ด้านนะครับไม่ว่าการผลักดัน Drive Value นะครับโดยโฟกัสในการผลิตแก๊สนะครับเป็นหลักในพอร์ตการลงทุนนะครับแล้วก็ลดการปลดปล่อยนะครับการเรือนกระจกนะครับ Decarbonize นะครับแล้วก็รวมถึงการ Diversify นะครับก็ยังยืนนะครับอยู่ใน 3 กลยุทธ์หลักที่สำคัญนะครับ ถัดไปครับ ก็ปีนี้ก็จะเป็นปีที่ ปตท.สผ. นะครับครบรอบ 40 ปีแล้วนะครับในฐานะของบริษัทที่สร้างความมั่นคงแล้วก็ความยั่งยืนนะครับให้กับพลังงานในประเทศนะครับแล้วก็จะเห็นว่าในประเทศไทยเอง ปตท.สผ. จัดตั้งนะครับในปี 1985 นะครับตอนนั้นนี่ก็คือมีทุนจดทะเบียนเริ่มแรกนี่ก็ ฿400,000 นะครับเริ่มเข้าร่วมลงทุนในโครงการแหล่งน้ำมันสิริกิติ์นะครับตอนนั้นก็ผลิตจุดที่ 5,000 บาร์เรลเองนะครับเราก็สร้างความเติบโตและมั่นคงพลังงานในประเทศไทยมาโดยตลอดนะครับ 36 ปีแล้วนะครับในการลงทุนที่พม่านะครับเราเริ่มเข้าพม่าตั้งแต่ปี 1989 ก็ตอนนั้นเข้าร่วมลงทุนนะครับในโครงการยาดานานะครับแล้วก็สามารถที่จะเป็นผู้ดำเนินการนะครับในแหล่งซอติก้านะครับก็สามารถที่จะพัฒนาได้ด้วยตนเองเลยนะครับตั้งแต่ตอนนั้นนะครับ 32 ปีในมาเลเซียนะครับตั้งแต่ปี 1993 ตอนนั้นก็คือเป็นแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมนะครับ CPOP นะครับในมาเลเซียแล้วก็เราก็ได้เติบโตต่อเนื่องนะครับจนปัจจุบันนะครับถ้าพูดถึงตะวันออกกลางนะครับก็ 22 ปีแล้วนะครับเริ่มเข้าไปตั้งแต่แหล่งโอมานนะครับแปลงนะครับแล้วก็ได้เติบโตมานะครับแล้วก็ในอัลจีเรียก็ 21 ปีนะครับก็จะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญนะครับที่ ปตท.สผ. นะครับเน้นหนักนะครับในการที่จะผลิตนะครับพลังงานนะครับจากก๊าซแล้วก็นะครับให้ได้มากที่สุดนะครับแล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตนะครับโดยเฉพาะการเติบโตในต่างประเทศนี่ก็เน้นหนักของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจนะครับกับบริษัทพลังงานใหญ่ๆ นะครับที่เขามีความชำนาญนะครับในพื้นที่นะครับยุทธศาสตร์ร่วมกันกับทาง ปตท.สผ. นะครับ หน้าถัดไปครับก็คือถ้ามองนะครับเป้าหมาย 10 ปีข้างหน้านะครับจากนี้ไปนะครับก็ปัจจุบันในปี 2025 นะครับปีนี้นี่เราก็มีเป้าหมายในการผลิตที่ 716,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันนะครับก็มองการเติบโตไปจนถึงปี 2035 นะครับก็ด้วยสถานการณ์ที่เรานะครับเน้นหนักนะครับในการรักษาการผลิตนะครับทั้งในประเทศแล้วก็การเติบโตในต่างประเทศอย่างที่ว่านะครับเราก็สามารถนะครับรักษาการเติบโตได้ที่ 2-3% นะครับเป็น CAGR นะครับการเติบโตเฉลี่ยนะครับไปอีก 10 ปีข้างหน้านะครับก็เน้นหนักในเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงานนะครับในแหล่งยุทธศาสตร์ 3 พื้นที่ด้วยกันนะครับก็คือถ้าเป็นคอริดอร์นะครับที่เราเรียกกันนะครับในอ่าวไทยนี่ก็จะเป็น Eastern Corridor นะครับซึ่งก็จะมีโครงการ G1 G2 โครงการอาทิตย์นะครับโครงการ Contract C นะครับ Western Gas ก็เป็นโครงการที่พม่านะครับก็จะรักษานะครับการผลิตนะครับระดับการผลิตเพื่อเข้ามานะครับในฝั่งตะวันตกนะครับแล้วก็ Southern Gas Corridor นี่ก็จะเป็นทางมาเลเซียนะครับอินโดนีเซียนะครับการเติบโตในต่างประเทศนะครับก็โดยเฉพาะมาเลเซียนะครับเราก็มีแผนนะครับในการที่จะเร่งรัดการพัฒนานะครับ Monetize ตัว Marginal Gas Field นะครับที่เราเรียกกันว่า Malaysia Green Field นะครับซึ่งก็จะมีอยู่ในแผนพัฒนานะครับซึ่งผลิตได้นะครับใน 3-4 ปีข้างหน้านี้นะครับในส่วนของ Middle East นะครับก็จะมีการเติบโตต่อเนื่องนะครับแล้วก็ผลักดันนะครับร่วมกับทางพันธมิตรธุรกิจของเรานะครับหรือแม้แต่ทางอัลจีเรียนะครับซึ่งล่าสุดเราก็ได้เข้าซื้อนะครับโครงการก๊าซธรรมชาตินะครับก็เป็นการเติบโตในอัลจีเรียนะครับส่วนอีกโครงการหนึ่งก็คือโมซัมบิกนะครับก็จะมีแผนการผลิตนะครับในปลายปี 2028 นะครับซึ่งก็มี Positive Sign นะครับทั้งในเรื่องของการ Project Finance นะครับหรือว่าการกลับเข้าพื้นที่เพื่อจะเริ่มการดำเนินงานนะครับในโครงการโมซัมบิกนะครับหลักๆ ก็คือจะเป็นการโฟกัสนะครับการเติบโตนะครับในพื้นที่ยุทธศาสตร์เหล่านี้นะครับโดย 4 Area สำคัญนะครับที่ ปตท.สผ. นะครับจะผลักดันนะครับก็คือ Area แรกก็คือการรักษาการผลิตแล้วก็การเติบโตนะครับไม่ว่าใน 3 คอริดอร์นะครับพื้นที่ที่ว่านะครับก็รักษาการผลิตแล้วก็เราโปรดักชันนะครับหมายถึงว่าก็ต้องขุดเจาะนะครับเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ตัว Reserve Resource นะครับเพิ่มมากขึ้นนะครับจะได้ขยายระยะเวลาการผลิตต่อเนื่องนะครับในส่วนที่ 2 ก็คือต้นทุนนะครับเราก็จะต้องรักษานะครับระดับต้นทุนการผลิตนะครับแล้วก็ให้ได้นะครับหรือแม้แต่ทำให้ต้นทุนต่ำลงนะครับเพื่อจะให้เกิด Competitive นะครับในการแข่งขันนะครับซึ่งก็มี Initiative นะครับในเรื่องของการรักษาแล้วก็ลดต้นทุนนะครับในอ่าวไทยนะครับที่เรียกว่า Gulf of Thailand Saving นะครับหรือว่า God Save นะครับโฟกัสประการที่ 3 นะครับก็จะเป็นในเรื่องของความปลอดภัยนะครับชีวอนามัยนะครับซึ่งก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ นะครับที่เป็น Priority แรกๆ เลยนะครับในการที่จะให้การผลิตนะครับความผลิตโดยที่เรามีความปลอดภัยนะครับก็คือเป็น Zero Target นะครับในการของ Incident นะครับจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนะครับในส่วนที่ 4 นะครับเราก็จะต้องเตรียมการนะครับแล้วก็รองรับในเรื่องของบุคลากรนะครับก็คือ Workforce นะครับที่จะมีความรู้ความสามารถนะครับในการรองรับการเติบโตของ ปตท.สผ. นะครับการใช้เทคโนโลยีนะครับการใช้ Big Data นะครับการ Integrate ข้อมูลนะครับผ่าน Digital Project ต่างๆ ภายในของ ปตท.สผ. เองนะครับเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินการสูงสุดต่อไปนะครับก็จะเป็น 4 Area โฟกัสหลักๆ นะครับของ ปตท.สผ. นะครับ ถัดไปนะครับก็จะเป็นในเรื่องของทางธุรกิจอัปเดตทางธุรกิจนะครับเชิญครับ สวัสดีครับก็ต่อไปนะครับจะเป็นสภาวะตลาดตัวราคาน้ำมันแล้วก็ LNG ในตลาดโลกนะครับสำหรับราคาน้ำมันดิบใน Q1 ที่ผ่านมานะครับราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ $76.9 ต่อบาร์เรลนะครับซึ่งเพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้าโดยมีปัจจัยหลักมาจากสภาพอากาศหนาวเย็นในยุโรปและอเมริกาเหนือนะครับรวมถึงความตึงเครียดทางด้านภูมิศาสตร์นะครับโดยเฉพาะการมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่านแล้วก็เวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกนะครับสำหรับแนวโน้มของราคาน้ำมันใน 3 ไตรมาสที่เหลือสำหรับปีนี้นะครับคาดการณ์ว่าจะเป็นขาลงเนื่องจากการเริ่มมีผลของตัวมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐนะครับแล้วก็ประกอบกับการที่กลุ่ม OPEC นะครับได้มีการประกาศเพิ่มกำลังการผลิตโดยมีผลตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไปนะครับโดยภาพรวมนี่ราคาน้ำมันดิบดูไบสำหรับปีนี้ทั้งปีนี่จะเฉลี่ยอยู่ที่กรอบประมาณ $65-75 ต่อบาร์เรลนะครับสำหรับในฝั่งของ LNG นะครับราคาเฉลี่ยสำหรับไตรมาส 1 นะครับอยู่ที่ประมาณ $14.1 ต่อ MMBTU นะครับซึ่งเพิ่มเติมจากไตรมาสก่อนหน้าโดยมีปัจจัยหลักมาจากสภาพอากาศหนาวเย็นในยุโรปแล้วก็เอเชียซึ่งทำให้เกิดความต้องการใช้ LNG มากยิ่งขึ้นนะครับประกอบกับการสิ้นสุดสัญญาการขนส่งก๊าซธรรมชาติผ่านท่อระหว่าง UK และรัสเซียนะครับทำให้ไม่สามารถขนส่งก๊าซธรรมชาติผ่านท่อเข้าไปทางยุโรปได้ทำให้ทางยุโรปต้องมีการนำเข้า LNG เพิ่มเติมสำหรับทดแทนการนำเข้าก๊าซผ่านท่อจากรัสเซียนะครับทำให้โดยภาพรวมนี่สำหรับ 3 ไตรมาสที่เหลือนี่ตัว LNG นี่เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในยุโรปนี่จะทำให้ราคา LNG อยู่ในช่วงของขาขึ้นนะครับและภาพรวมราคา LNG ตลอดทั้งปีนี่จะอยู่ในช่วงประมาณ $14-15 ต่อ MMBTU นะครับสำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไปนะครับในฝั่งของดีมานด์นี่ก็คือตัวมาตรการกีดกันทางการค้าและการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าของสหรัฐนะครับซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อการชะลอตัวสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ นะครับซึ่งก็จะมีผลทำให้ความต้องการตัวน้ำมันแล้วก็การธรรมชาติลดลงด้วยนะครับสำหรับในฝั่งของอุปทานนี่ก็จะเป็นในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์นะครับก็คือความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติแล้วก็น้ำมันดิบนะครับเช่นสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสในตะวันออกกลางนะครับแล้วก็รัสเซียยูเครนรวมถึงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เช่นอิหร่านและเวเนซุเอลาด้วยนอกจากนี้ยังต้องติดตามการเพิ่มกำลังการผลิตของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกทั้งที่อยู่ในกลุ่ม OPEC และนอกกลุ่ม OPEC ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ หน้าถัดไปนะครับสำหรับหน้าถัดไปจะเป็นอัปเดตความคืบหน้าของโปรเจคต่างๆ ของ ปตท.สผ. นะครับที่สำคัญนะครับโดย ปตท.สผ. นี่ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจ E&P เป็นหลักนะครับเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศแล้วก็สร้าง International Growth เพื่อเพิ่ม Value Creation ให้กับ Stakeholder นะครับโดยเราจะโฟกัสการลงทุนในธุรกิจ E&P ในภูมิภาคที่เรามีความชำนาญนะครับโดยปัจจุบันก็จะอยู่ในภูมิภาคประเทศไทยแล้วก็ประเทศต่างๆ ในซาอุเอเชียตะวันออกกลางแล้วก็แอฟริกานะครับโดยความคืบหน้าของแต่ละโครงการในแต่ละภูมิภาคนี่จะเป็นดังนี้นะครับสำหรับในประเทศไทยนะครับโครงการแรกที่มีความคืบหน้าก็คือเราได้มีการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนเพิ่มในแหล่งสินผู้ห้อมนะครับทำให้ปัจจุบันนี่สัดส่วนการลงทุนของเรานี่เพิ่มจาก 80.48% เป็น 90% นะครับแล้วก็โดยสัญญาการเข้าซื้อสัดส่วนนี่มีผลสมบูรณ์แล้วตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมานะครับซึ่งก็จะช่วยทำให้เพิ่มปริมาณการขายของบริษัทได้ประมาณ 5-6,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันนะครับแล้วก็สำหรับโครงการที่ 2 ก็คือการลงนามในสัญญาเพิ่มเติมสำหรับการซื้อขายก๊าซธรรมชาติในโครงการอาทิตย์นะครับเนื่องจากศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของตัวอาทิตย์เพื่อเป็นการเพิ่มตัวปริมาณการผลิตตามสัญญานะครับจาก 280 ล้านลูกบาทฟุตต่อวันนี่เป็น 330 ล้านลูกบาทฟุตต่อวันโดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนปีนี้เป็นต้นไปนะครับสำหรับโครงการที่ 3 ก็คือตัว Artistic นะครับหรือโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนในแหล่งอาทิตย์ซึ่งเป็นโครงการ Pilot แรกของ ปตท.สผ. นะครับปัจจุบันนี่โครงการนี้ได้ทำการศึกษาและออกแบบทางวิศวกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับปัจจุบันนี่อยู่ระหว่างการจัดทำข้อตกลงต่างๆ เพื่อเตรียมเข้าสู่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อจะเริ่มการพัฒนาโครงการภายในปีนี้นะครับโดยคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปีในการพัฒนาและจะสามารถเริ่มกระบวนการอัดกลับตัวคาร์บอนได้นี่ภายในปี 2571 นะครับและเมื่อมีการดำเนินการเต็มที่นี่จะสามารถกักเก็บตัวคาร์บอนได้ประมาณ 700,000-1 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่าต่อปีนะครับสำหรับในฝั่งซาอุเอเชียนะครับก็จะมีโปรเจคในมาเลเซียนะครับที่อย่างที่คุณสำสักได้เรียนนะครับก็คือตัว Malaysia Green Field นะครับซึ่งเป็นตัวแหล่งก๊าซธรรมชาติแล้วก็น้ำมันในพื้นที่สารวัตของประเทศมาเลเซียนะครับก็คือโครงการ SK405B, SK417, SK438 แล้วก็ SK410B ในแปลงที่ชื่อว่า Paprika นะครับโดยโครงการเหล่านี้นี่มีบริษัทมีแพลนที่จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการเริ่มพัฒนานี่ภายในปีนี้แล้วก็ปีหน้านะครับแล้วก็คาดการณ์ว่าจะเริ่มการผลิตได้ภายในปี 2571 นะครับโดยรูปแบบของการพัฒนานี่จะเป็นในรูปแบบของ Cluster Development ก็คือมีการใช้ Facility ต่างๆ ร่วมกันในการพัฒนาโครงการเหล่านี้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาโครงการนะครับอีกโครงการหนึ่งก็คือตัว SK410B ในแหล่งที่เรียกว่าลังระบะนะครับซึ่งเป็นแหล่งที่มีการค้นพบแหล่งกักเก็บปิโตเลียมที่มีศักยภาพนะครับในขนาดใหญ่ซึ่งปัจจุบันนี่อยู่ระหว่างการรีคอนเซปตัว Engineering Design นะครับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนของโครงการนะครับโดยคาดว่าเรื่องของการรีคอนเซปนี่จะแล้วเสร็จภายในปีนี้นะครับสำหรับอีกภูมิภาคหนึ่งก็คือ Middle East นะครับโครงการที่มีความคืบหน้าสำคัญก็คือตัวกาช่าสัมปทานกาช่านะครับซึ่งบริษัทได้เข้าซื้อสัดส่วนและมีผลสมบูรณ์แล้วตั้งแต่ช่วงปีที่แล้วนะครับโดยสัดส่วนถืออยู่ประมาณ 10% นะครับโครงการนี้ปัจจุบันอยู่ในระยะเวลาระยะของการพัฒนานะครับแล้วก็คาดว่าจะสามารถเริ่มการผลิตได้บางส่วนนะครับในแหล่งที่ชื่อว่า Dalm Gas นะครับภายในปีนี้นะครับซึ่งปัจจุบันนี่การก่อสร้างงานหลักต่างๆ นี่เสร็จไปแล้วกว่า 80% นะครับโดยโครงการนี้มีกำลังผลิตอยู่ที่ประมาณ 340 ล้านลูกบาทฟุตต่อวันนะครับและในปี 2571 นี่ก็จะมีอีกแหล่งหนึ่งก็คือ Hel and กาช่านะครับซึ่งมีกำลังผลิตประมาณ 1,000-1,200 ล้านลูกบาทฟุตต่อวันซึ่งจะช่วยเข้ามาเติมตัวปริมาณการขายให้บริษัทโดยภาพรวมแล้วนี่บริษัทโครงการนี้ทั้งโครงการเต็มศักยภาพจะสามารถผลิตได้อยู่ที่ราวๆ 1,300-1,500 ล้านลูกบาทฟุตต่อวันนะครับซึ่งก็จะเริ่มผลิตอย่างเต็มศักยภาพได้ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไปนะครับสำหรับอีกโครงการหนึ่งใน UAE ก็คือ Abu Dhabi Offshore 2 หรือว่าที่เรียกว่า Wset นะครับโครงการนี้อยู่ในระหว่างการขั้นตอนก่อนที่จะเตรียมการก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อเริ่มพัฒนานะครับซึ่งคาดว่าจะเริ่มพัฒนาได้ภายในปีนี้นะครับแล้วก็คาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2570 นะครับสำหรับอีกภูมิภาคหนึ่งก็คือแอฟริกานะครับตัวแอฟริกานี่ก็จะมีส่วนของตัวพวดนะครับในอัลจีเรียนะครับซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติอย่างที่คุณเสริมศักดิ์ได้เรียนไปนะครับโดย ปตท.สผ. นี่ได้ลงนามการซื้อขายสัดส่วนการลงทุนในโครงการนี้นะครับเมื่อปลายปีที่แล้วแล้วก็คาดว่าตัวสัญญานี่จะมีผลสมบูรณ์ในไตรมาส 2 ปีนี้นะครับสำหรับโปรเจคนี้นี่ปัจจุบันนี่เริ่มการผลิตแล้วนะครับโดยเมื่อสัญญามีผลสมบูรณ์ในไตรมาส 2 นี่ก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้บริษัทได้ทันทีรวมถึงจะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตแล้วก็ปริมาณสำรองให้กับบริษัทได้ทันทีด้วยเช่นเดียวกันนะครับสำหรับโครงการต่อมานะครับก็คือตัวโมซัมบิก LNG นะครับในประเทศโมซัมบิกนะครับโครงการนี้ที่ผ่านมาอาจจะมีการชะลอตัวในเรื่องของการพัฒนาโครงการเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่นะครับตั้งแต่ปี 2564 แต่ปัจจุบันแนวโน้มของสถานการณ์นี่ค่อนข้างดีขึ้นแล้วก็ผู้ดำเนินงานนี่ก็อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์แล้วก็จะกลับเข้าพื้นที่เพื่อเร่งพัฒนาโครงการต่อไปนะครับโดยโครงการนี้คาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ในช่วงประมาณไตรมาส 4 ของปี 2571 แล้วก็ต้นปี 2572 โดยความคืบหน้าล่าสุดอีกเรื่องหนึ่งก็คือทางผู้ให้สินเชื่อของโครงการนะครับได้มีการอนุมัติตัวโปรเจคของโครงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ หน้าถัดไปครับสำหรับหน้าถัดไปนะครับอันนี้จะเป็นภาพรวมของ Portfolio ในมุมของ E&P ของบริษัททั้งหมดนะครับตามที่ได้เรียนไปแล้วว่าเรามีโฟกัส Area ทั้งหมด 4 Area ด้วยกันนะครับโดยในประเทศไทยนี่ตอนนี้ปัจจุบันนี่มีปริมาณการขายคิดเป็นทั้งหมด 68% ของปริมาณการขายทั้งหมดของบริษัทนะครับโดยจากโครงการที่อยู่ในระยะการผลิตแล้วนี่หลักๆ ที่สำคัญคือตัว G1/61 หรือ A1 ตัว G2/61 หรือวงกตแล้วก็อาทิตย์ Contact 4 แล้วก็สินผู้ห้อมนะครับซึ่งบริษัทก็พยายามที่จะรักษากำลังการผลิตของโปรเจคเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดนะครับสำหรับ Potential Growth ในพื้นที่ไทยในประเทศไทยนะครับก็คือตัว G1/65 แล้วก็ G3/65 ซึ่งเป็นแปลงสำรวจและผลิตที่บริษัทได้ประมูลมาล่าสุดนะครับปัจจุบันก็บริษัทก็เร่งกิจกรรมการสำรวจสำหรับโครงการเหล่านี้เพื่อให้สามารถพัฒนาเป็นเพื่อเพิ่มเติมปริมาณการขายบริษัทให้ได้มากที่สุดด้วยเช่นเดียวกันนะครับสำหรับอีกพื้นที่หนึ่งก็คือตัวซาอุเอเชียนะครับปัจจุบันนี่มีปริมาณการขายอยู่ที่ประมาณ 21% ของปริมาณการขายทั้งหมดของบริษัทนะครับจากโครงการที่ผลิตแล้วในพม่าก็คือตัว Stica และ Yadana นะครับแล้วก็ในมาเลเซียก็คือ Block S Block K Block SK 309311 นะครับซึ่งบริษัทก็พยายามที่จะ maintain กำลังการผลิตให้ได้มากที่สุดด้วยเช่นเดียวกันนะครับแล้วก็สำหรับ Potential Growth ในพื้นที่นี้ก็คือตัว Malaysia Green Field แล้วก็ลังระบะซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาและการเริ่มพัฒนาอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในสไลด์ที่แล้วนะครับอีกพื้นที่หนึ่งก็คือตัว Middle East นะครับปัจจุบันมีปริมาณการขายอยู่ที่ 10% ของปริมาณการขายทั้งหมดของบริษัทนะครับจากโครงการที่อยู่ในระยะการผลิตก็คือตัว Oman Box 61 แล้วก็ Block 6 นะครับซึ่งบริษัทก็ยังมีแผนที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษากำลังการผลิตของบล็อกเหล่านี้นะครับสำหรับ Potential Growth ในพื้นที่ Middle East ก็คืออยู่ในประเทศ UAE อย่างที่ได้กล่าวไปนะครับก็คือตัว Gacha Concession แล้วก็ตัว Offshore Abu Dhabi Offshore 2 หรือ Wset นะครับซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพัฒนาโครงการอย่างที่ได้กล่าวไปนะครับอีกพื้นที่หนึ่งก็คือแอฟริกานะครับปัจจุบันมีปริมาณการขายอยู่ที่ 1% ของปริมาณการขายทั้งหมดของบริษัทนะครับจากโครงการที่อยู่ในระยะการผลิตก็คือตัว Algeria 433A 416B แล้วก็ตัว Hassy Bares นะครับซึ่งบริษัทก็มีแผนที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาการกำลังการผลิตรวมถึงขยายศักยภาพของทั้ง 2 โครงการนี้ด้วยเช่นเดียวกันนะครับสำหรับ Potential Growth ก็จะมีตัว Algeria ทั่วโปรเจคอย่างที่ได้กล่าวไปว่าทาง ปตท.สผ. ได้มีการเซ็นสัญญาซื้อขายไปแล้วแล้วก็ตอนนี้อยู่ระหว่างการรอสัญญามีผลสมบูรณ์ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้นะครับแล้วก็ตัวโมซัมบิก LNG ในประเทศโมซัมบิกอย่างที่ได้กล่าวไปนะครับโดยภาพรวมของ Portfolio ของ สผ. ก็จะประมาณนี้ในลำดับถัดไปนะครับจะเป็นการนำเสนอตัวผลการดำเนินงานโดยคุณณัฐพลนะครับขอเรียนเชิญครับ ผมขอบคุณครับก็สำหรับผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2568 นะครับไตรมาสที่ 1 ปตท.สผ. รายงานกำไรสุทธิที่ $488 ล้านนะครับโดยหลักก็จะเป็นผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติที่ $490 ล้านนะครับมีผลประกอบการมีขาดทุนจากการรายการที่ไม่ใช่รายการดำเนินงานปกติที่ประมาณ $2 ล้านนะครับโดยเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีที่แล้วนะครับก็จะเห็นว่ากำไรสุทธินี่ลดลงประมาณ 9% นะครับก็หลักๆ จะเป็นผลจากกำไรจากรายการปกตินะครับซึ่งตัว Sale Volume นี่ลดลงประมาณ 3% นะครับในขณะที่ Unit Cost เพิ่มประมาณ 5% ซึ่งก็เดี๋ยวจะขอ Go Through ในรายละเอียดของปัจจัยในแต่ละตัวในสไลด์ถัดไปนะครับแต่ว่าถ้าดู Y on Y นี่ก็คือเทียบ Q1 ปีนี้กับ Q1 ปีที่แล้วนี่ก็จะเห็นว่า Net Profit ก็จะลดลงประมาณ 7% เช่นเดียวกันนะครับแม้ว่า Sale Volume ประมาณจะขึ้น 2% แต่ว่าก็มีราคาที่ลดลง 3% ในขณะที่ Unit Cost เพิ่มขึ้น 6% นะครับ สำหรับหน้าถัดไปจะเป็น Sale Volume นะครับสำหรับไตรมาส 1 ปี 25 นะครับก็จะมี Sale Volume ที่ 484,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันนะครับโดย 68% ก็ยังมาจากภูมิภาคประเทศไทยนะครับแล้วก็ 21% มาจากซาอุเอเชียอื่นๆ แล้วก็ 11% นี่มาจากภูมิภาคอื่นๆ ในสีเทานะครับโดยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าก็คือไตรมาสที่ 4 ปี 2567 นี่ก็จะลดลงประมาณ 3% นะครับแล้วโดยหลักก็คือเกิดจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนงานของโครงการ G2/61 หรือวงกตนะครับรวมถึงการปริมาณการขายน้ำมันดิบที่ลดลงในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเป็นไปตามรอบของการโหลดน้ำมันดิบนะครับในขณะที่การโหลดน้ำมันดิบในมาเลเซียซึ่งคือซาอุเอเชียนี่ก็มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยนะครับถ้าเทียบ Y on Y นะครับสำหรับ Sale Volume ก็คือเทียบกับ Q1 ปีที่แล้วนะครับก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ 2% นะครับโดยหลักจากโครงการ G1/61 หรือ A1 นะครับที่มีการผลิตที่ระดับ 800 ล้านลูกบาทฟุตต่อวันนี่ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมของปีที่แล้วทำให้ปีที่แล้วนี่ก็ยังรับรู้ Sale Volume ที่ 800 ล้านลูกบาทฟุตต่อวันนี่แค่ 10 วันในไตรมาส 1 นะครับในขณะที่ไตรมาสนี้ก็คือจะเต็มไตรมาสนะครับสำหรับราคาขายเฉลี่ยนี่ไตรมาสที่ 1 ปีนี้นี่ครับจะอยู่ที่ $45.74 ซึ่งก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้วนะครับในขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีก่อนหน้านี่ก็จะลดลงประมาณ 3% นะครับก็เป็นไปตามกลไกของการลดลงตามราคาน้ำมันดิบนะครับในตลาดโลก สำหรับหน้าถัดไปคือ Unit Cost ต้นทุนต่อหน่วยในไตรมาสที่ 1 นี่ก็จะอยู่ที่ $30.77 ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบนะครับแล้วก็จะเป็นต้นทุนเงินสดหรือ Cash Cost นี่อยู่ที่ประมาณ $15.21 เทียบเท่าน้ำมันดิบนะครับ Unit Cost นี่เพิ่มขึ้น 5% Q on Q นะครับก็เนื่องจากโดยหลักจาก DDNA ก็คือค่าเสื่อมนะครับที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยหลักจากสินทรัพย์ที่พร้อมใช้งานเพิ่มขึ้นในโครงการ G1/61 และ G2/61 นะครับเมื่อเทียบ Y on Y ก็เช่นเดียวกันนะครับ DDNA ก็จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Y on Y นี่ Unit Cost ก็จะเพิ่มขึ้น 6% นะครับก็โดยหลักก็จะเป็น DNA เช่นเดียวกันรวมถึงค่าใช้จ่ายดำเนินงานหรือ OPEX นะครับที่เพิ่มขึ้นจากการกิจกรรมซ่อมบำรุงของ G2/61 ที่เพิ่มขึ้นนะครับทีนี้อยากจะเทียบตัว ASP ในหน้าที่แล้วนะครับที่ $45.74 นี่เมื่อเทียบกับ Cash Cost นี่อยู่ที่ $15.21 นี่ก็จะเห็นได้ว่า Cash Margin ต่อหน่วยของเรานี่ยังอยู่ที่ระดับสูงอยู่ที่ประมาณ $30-31 ต่อบาร์เรลหรือปริมาณที่เราขายนะครับทุกบาร์เรลที่เราขายนี่ก็จะสามารถ Generate Cash ส่วนเกินได้ประมาณ $30 นะครับซึ่งก็จะเป็นผลที่ทำให้ Cash Flow ของเราในหน้าถัดไปนี่ยังค่อนข้าง Solid นะครับ โดยสิ้นเมื่อต้นปีนี่จะมีเงินสดอยู่ที่ $3,938 ล้านนะครับโดยสิ้น Quarter ที่ 1 นี่จะเพิ่มขึ้นมา $206 ล้านมาอยู่ที่ $4,144 ล้านนะครับโดยสีเขียวนี้ก็จะเป็น Cash Flow from Operation ก็คือ $30 หรือ $31 ต่อบาร์เรลที่เราขายได้ในช่วงไตรมาส 1 นี่ก็จะ Generate Cash Flow ให้เรา $1,330 ล้านนะครับก็ยังเพียงพอกับการใช้เงินสำหรับการจ่ายภาษีหรือแผนการลงทุนนะครับทั้งหมดในไตรมาส 1 นะครับทำให้สิ้นไตรมาส 1 นี่สถานะการเงินของเราก็ยังค่อนข้าง Solid นะครับมีเงินสดอยู่ที่ $4,144 ล้านและมีเงินลงทุนระยะสั้นนะครับอีก $370 ล้านรวมเป็น $4,500 ล้านนะครับสำหรับสินทรัพย์รวมนี่ก็เพิ่มขึ้นตามการลงทุนที่เพิ่มขึ้นนะครับ PPE เพิ่มขึ้นรวมถึงเงินสดที่เพิ่มขึ้นสำหรับตัว Liability ที่เพิ่มขึ้นนี่ประมาณ $600 ล้านจาก $8,873 มาที่ $9,500 ล้านนี่ก็หลักๆ ก็จะเป็นเรื่อง Dividend Payable ที่เราได้มีการบันทึกเงินปันผลค้างจ่ายภายหลังจากที่ AGM ได้อนุมัติเงินปันผลสำหรับครึ่งปีหลังปีที่แล้วนะครับประมาณ ฿5.125 ต่อหุ้นนะครับใน AGM วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมานะครับส่วน Equity นี่ก็ปรับลดลงเล็กน้อยนะครับก็จะเป็นผลมาจากการ Declare Dividend $600 ล้าน Offset กับตัว Net Income $488 ล้านนะครับทำให้ Equity ลดลงประมาณ $120 ล้านตัว Interest Bearing Debt ต่อ Equity นะครับก็ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.25 นะครับ Debt to EBITDA อยู่ที่ 0.59 ซึ่งก็ยังอยู่ต่ำกว่านโยบายของบริษัทที่จะมี Debt to Equity ไม่เกิน 0.5 และ Debt to EBITDA ไม่เกิน 1 เท่านะครับ Cost of Debt ก็ยังอยู่ที่ใกล้เคียงจากเดิม 3.94% นะครับ สำหรับ Guidance สำหรับไตรมาสที่ 2 รวมถึงทั้งปี 2525 นะครับ Sale Volume เรามองว่า Sale Volume จะสามารถเพิ่มขึ้นได้เป็น 500,000-550,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันนะครับเพิ่มขึ้นจาก Q1 ก็หลักๆ ก็จะเป็นเพราะกิจกรรมซ่อมบำรุงที่ลดลงรวมถึงปริมาณการขายของโครงการสินผู้ห้อมที่เราได้มีการเทคสัดส่วนเพิ่มขึ้นมานะครับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมารวมถึงโหลดการขายน้ำมันดิบที่จะเพิ่มขึ้นตามรอบนะครับในไตรมาส 2 ทั้งปี 2525 นี่ก็จะมองว่าปริมาณขายที่ 550,000-510,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันนะครับเพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยหลักก็จากโครงการ G1/61 หรือ A1 นะครับที่จะสามารถผลิตที่ 800 ล้านลูกบาทฟุตได้เต็มปีนะครับรวมถึงสัดส่วนของสินผู้ห้อมที่เพิ่มขึ้นนะครับรวมถึงปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในโครงการอาทิตย์นะครับที่เรามีการเจรจาปรับ ECQ เพิ่มขึ้นเป็น 330 ล้านลูกบาทฟุตต่อวันมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนปีนี้นะครับสำหรับราคาขายของไตรมาส 2 และทั้งปี 2525 ก็จะอยู่ที่ระดับประมาณ $58 ต่อ MMBTU นะครับก็จะมีการปรับลดลงเล็กน้อยตามจากไตรมาสก่อนหน้าไปเป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันนะครับ Unit Cost ก็จะอยู่ที่ประมาณ $30 per BOE นะครับก็จะปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยโดยหลักเป็นผลมาจาก DDNA ที่มองว่าเราอาจจะเพิ่มสูงขึ้นจากสินทรัพย์ที่พร้อมใช้งานเพิ่มขึ้นนะครับ EBITDA Margin ก็ยังมองอยู่ใน Range ที่ 70-75% นะครับใกล้เคียงจากเดิมครับผมก็ผลการดำเนินงานที่เป็นตัวเลขก็จะมีประมาณนี้นะครับต่อไปขอเข้า Session ของ Q&A นะครับ ก็มีคำถามที่ส่งเข้ามาทางบ้านนะครับคำถามแรกปัจจุบันมีการพูดถึงการนำเข้า LNG จากอลาสก้านะครับมองบริษัทมองว่าจะมีผลกระทบต่อบริษัทอย่างไรโดยเฉพาะในด้านการลงทุนและด้านผลตอบแทนครับก็ที่มีการเจรจานะครับตามข่าวว่าประเทศไทยจะซื้อ LNG 1 ล้านตันนะครับคือถ้าในพอร์ตของประเทศจริงๆ แล้วนี่ในส่วนของ LNG นี่ก็ผมว่าทางก็ยังสามารถที่จะอยู่ในระดับของการที่จะซื้อเพิ่มตรงนี้ได้อยู่แล้วนะครับส่วนของ ปตท.สผ. จริงๆ นี่เราเป็นสัญญาก๊าซระยะยาวนะครับแล้วการกำลังการผลิตในปัจจุบันนะครับก็เป็นส่วนที่จะต้องมี LNG เข้ามาช่วยอยู่แล้วเพราะว่าของเราเองที่มีสัดส่วนก็ยังไม่พอนะครับในการใช้พลังงานนะครับก็ตอนนี้ก็ประเมินก็คือยังไม่มีผลกระทบนะครับในส่วนนี้ครับ เป็นเรื่อง ARV นะครับบริษัทคาดว่าหน่วยงาน ARV จะสามารถ Contribute Earning Per Share อย่างมีนัยสำคัญได้ช่วงไหนและมีแนวทางในการเลือกโครงการที่จะ Synergy กับบริษัทไหมครับถ้ามองวัตถุประสงค์นะครับของการทั้ง ARV ตั้งแต่ต้นก็น่าจะ 5-6 ปีนะครับก็เราโฟกัสอยู่ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีนะครับเพื่อที่จะมาทั้งสนับสนุนนะครับกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนะครับของในกลุ่ม ปตท.สผ. รวมถึงขยายโอกาสนะครับในการลงทุนนะครับในเทคโนโลยีนะครับไม่ว่าร่วมทุนนะครับกับการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์นะครับหรือว่าแพลตฟอร์ม AI นะครับที่จะขยายเป็นโอกาสนะครับซึ่งก็ปัจจุบันนะครับทาง ARV เองก็อยู่ในกระบวนการที่จะทบทวนนะครับกลยุทธ์การลงทุนนะครับก็เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักนะครับของการก่อตั้งต่อไปนะครับซึ่งก็เร่งรัดนะครับในการที่จะให้มีผลกำไรนะครับรวมถึงยอดขายนะครับในกลุ่มนะครั