TMBThanachart Bank PCL (BKK:TTB)
Thailand flag Thailand · Delayed Price · Currency is THB
2.260
-0.040 (-1.74%)
Apr 30, 2026, 4:36 PM ICT
← View all transcripts

Earnings Call: Q1 2024

May 10, 2024

สวัสดีค่ะ สวัสดีทางตลาดหลักทรัพย์นะคะ แล้วก็สวัสดีนักลงทุนทุกๆ ท่านนะคะ วันนี้ก็มีความยินดีเป็นอย่างมากที่เราจะกลับเข้ามาได้พูดคุยกับนักลงทุนทุกๆ ท่านอีกครั้งนะคะ สำหรับผลประกอบการงบไตรมาสที่ 1 ของปี 2024 วันนี้นะคะก็เช่นเดิม ดิฉันนะคะ ดารารัตน์นะคะ Head of Investor Relations ก็เข้ามาร่วมบรรยาย แล้วก็มีคุณนฤทธิ์นะคะ อารักษ์สกุลวงศ์นะคะ Chief Digital แล้วก็ Strategy นะคะ มาอยู่กับเราด้วยในวันนี้ ขออนุญาตเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก็ขออนุญาต Wrap Up เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในไตรมาสที่ 1 นะคะ เริ่มต้นเลยต้องบอกว่าในไตรมาสที่ 1 นี้ ทุกๆ อย่างนี้ก็เรียกได้ว่าทางธนาคาร TTB นี้ดำเนินการค่อนข้างจะ On Track ในเกือบทุกๆ เรื่องแล้วก็ Strategy ของเราที่เคยพูดคุยกันไว้ อันดับหนึ่งเลยนี้ถ้าเราจะเห็นจากในภาพนี้นี้เราจะเห็นว่า Loan นี้ Loan Growth นี้ภาพรวมนี้ติดลบ แต่ในไส้ในนี้จริงๆ แล้วนี้ในสิ่งที่เราโฟกัสอยากจะโตนี้ก็ยังคงโตดีอยู่ ก็เป็นเรื่อง Strategy ที่เราเคยพูดคุยกันมาตลอดนะคะว่า ในปัจจุบันนี้เราอยากจะเน้นเติบโตในสิ่งที่เราเป็น Market Leader หรือว่าไอ้ตัวที่เรานี้ คิดว่ามีศักยภาพ ที่จะเติบโตต่อเนื่องไปได้จาก Portfolio ที่เรามีอยู่ ซึ่งอันนี้ก็ยังคงทำได้ดี เดี๋ยวเราจะไปดูในไส้ในกันนะคะ ในขณะที่ภาพของ Deposit นี้ต้องบอกว่า Deposit นี้ธนาคารนี้ใช้กลยุทธ์ในการ Pre Fund เข้ามาตลอด แล้วจริงๆ นี้ทำค่อนข้างหนักในไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ถ้าเราติดตามสถานการณ์ของ Performance ของ TTB นี้เราจะทราบว่าในไตรมาสที่ 4 นี้เรานำเงินฝากเข้ามานี้ค่อนข้างมาก ไตรมาสที่ 4 นี้เติบโตไปประมาณ 4% เลยนะคะ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว ดังนั้นนี้ต้องบอกว่ามันไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องนำ Deposit นี้เข้ามามากมายในไตรมาสที่ 1 อันนี้ส่งผลให้ภาพของ Deposit Growth นี้ Year to Date นี้ไตรมาสที่ 1 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนี้ปรับตัวลง ซึ่งมันก็ Align กับ Loan Growth ของเราอะนะคะ จากตรงนี้เองนี้จริงๆ ก็ อยากจะชวนไปดูในหน้าที่ 7 นะคะ ซึ่งในหน้าที่ 7 นี้จากการที่ Deposit นี้ไม่ได้ เร่งโตมากมายอะไรนักนี้ จริงๆ ก็จะเห็นว่า LDR ของเรานี้ค่อนข้างแข็งแรงอยู่ที่ 96% ตรงนี้ก็จะส่งผลให้ตัว Deposit Cost นี้ในอนาคตของเรานี้ไม่กดดันมาก เพราะว่าจริงๆ นี้เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งนำเอา Deposit เข้ามาเยอะแยะมากมาย ในขณะที่ Strategy ในการเติบโต Balance Sheet ของเรานี้มีค่อนข้างจำกัด แล้วจะเน้นโตเฉพาะอันที่เราอยากจะโตแล้วก็โฟกัสใน Segment แล้วก็ Product ที่เราอยากจะไป อย่างเช่นรถแล้วก็บ้าน ดังนั้นนี้ในเชิงของ Funding Liquidity ที่เราต้องการจะเอามาปล่อยสินเชื่อนี้มันไม่ได้มีมากมายขนาดนั้นนะคะ ดังนั้นนี้ ความกดดันในฝั่งขาต้นทุนเงินฝากนี้ก็จะมีไม่มากเช่นเดียวกัน ในขณะที่ ช่วงที่ผ่านมาต้องบอกว่าเราได้ยิน เสียงว่า โอเคมี Corporate Default เกิดขึ้น มี Bond ผิดนัดชำระหนี้ ไปดูกันในหน้า 8 นี้จะบอกว่าในพอร์ตของ Investment ของพอร์ตของ TTB นี้ค่อนข้างที่จะ Healthy หลักๆ นี้เราจะเน้นลงทุน ใน Bond ของรัฐบาล หรือถ้าเราไปลงทุนในต่างประเทศนี้ เราก็จะเน้นอันที่มีคุณภาพหรือว่าศักยภาพที่ค่อนข้างดี เราก็จะเลือกเกรดสูงๆ หรือเราเรียกกันว่า Rating ที่มากกว่า AA นี้จะมีค่อนข้างมากอยู่ใน Portfolio ดังนั้นต้องบอกว่าเราเลือกเน้นที่จะลงทุน Investment เพื่อ จุดประสงค์หลักก็คือในการบริหารจัดการเรื่อง Liquidity นะคะ ไม่ได้เน้นเพื่อที่ จะทำ ผลกำไรอะไรแบบนั้น ทำให้จริงๆ แล้วนี้ในพอร์ตเรานี้ไม่ค่อย ไม่ค่อยเสี่ยงเท่าไหร่นัก ในหน้าที่ 9 นี้ก็อย่างที่เรียนไปนะคะ อันดับแรกเลยนี้ธนาคารนี้ช่วงที่ผ่านมานี้ต้องบอกว่าผล ของการที่เราพยายามจะเติบโต Higher Yield หรือที่เราเรียกว่า Better Suggested Return โดยลักษณะ Portfolio ที่เราอยากจะเติบโตนี้ เราจะเน้นเติบโตในกลุ่มพอร์ตที่เราเป็น Market Leader อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพอร์ตบ้านหรือพอร์ตรถ แล้วก็จะเติบโตพวก Top Up Loan ซึ่งตรงนั้นนี้จะเห็นว่า Yield ในภาพนี้ค่ะ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ต่อเนื่องนะคะจาก 14 BIP ไล่ไป 14 BIP 20 BIP แล้วก็ 7 BIP ในช่วงที่ผ่านมานี้ ถึงแม้ว่าต้องบอกว่า Policy Rate ที่เราจะเห็นในด้านบนนี้ ที่เป็นแท่ง สี่เหลี่ยมผืนผ้านี้เราก็จะมาเอาไว้ให้อะนะคะว่า MPC Rate ในช่วงที่ผ่านมานี้ปรับตัวขึ้นมาตลอด แต่สองไตรมาสหลังนี้ไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว เราคิดว่ามันน่าจะอยู่จุดพีคของตัว MPC เรียบร้อยแล้วอะนะคะ จากตรงนี้เองนี้ก็จะเห็นได้ว่า Loan Yield นี้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ปรับ ตัวเพิ่มขึ้นนี้ แต่ว่า Yield นี้ก็ยังเพิ่มขึ้นได้นี้ 7 Basis Points ในขณะที่ตัว Deposit Cost นี้กระโดดค่อนข้างแรงในไตรมาสที่ 1 นะคะ จะเห็นว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น Q on Q 18 Basis Points ซึ่งตรงนี้นี้หลักๆ ก็คือมันเร่งไล่เข้ามาจากการที่เรานำเงินฝากในไตรมาสที่ 4 เมื่อปีที่แล้วเข้ามาก่อน ตรงนี้ก็เลยทำให้มี Short Term Pressure จากการที่เรานำ Deposit เข้ามา เราเชื่อว่าในไตรมาสหลักๆ นี้ Pace ของการเพิ่มขึ้นของ Deposit Cost นี้จะไม่ได้สูงระดับ 18 Basis Points แล้ว ตรงนี้ก็จะช่วยทำให้ NIM มันค่อนข้างที่จะเสถียรมากกว่านี้นะคะ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่เราให้ไว้กับนักลงทุน ในหน้าถัดไปก็จะเห็นว่า NIM นี้ Year on Year นี้ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก Policy Rate ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนะคะ 20 Basis Points Year on Year แต่ Q on Q นี้ปรับลดลงมา 11 Basis Points หลักๆ นี้ก็คือเป็นความกดดันทางด้านต้นทุน ในขณะที่ Loan Yield นี้ของ TTB นี้ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ ในขณะที่ภาพของรายได้ค่าธรรมเนียมนี้ถ้าเราไปดูที่หน้า 11 นี้ ติดลบ Q on Q 3% Year on Year นะคะ ลบ 3% แต่ว่าถ้าสมมุติเกิดว่าเราถอดตัว Amortization Fee ที่เราพูดคุยกันใน ไตรมาสที่แล้ว ว่าจริงๆ TTB มีการปรับ Accounting Estimation นะคะ จาก Partnership ที่เรามีกับทาง Prudential ปกตินี้เราตั้งเอาไว้ว่า Initial Term นี้ 15 ปี เราเปลี่ยนการทำ Amortization เป็น 20 ปี เพราะฉะนั้นนี้ตัวหารนี้มันทำให้เรารับรู้รายได้จากตัว Amortization ของ Deferred Revenue นี้ได้ลดลง ตัวนี้ถ้าเราหักตัวนั้นออกจริงๆ ต้องบอกว่าค่าธรรมเนียมของเรานี้จริงๆ Flat นะคะ Year on Year จริงๆ ก็ภาพไม่ได้ Exciting แต่ว่าจริงๆ แล้วเมื่อเทียบกับปีที่แล้วต้องบอกว่ามันไม่ได้แย่ลงนะคะ ในขณะที่ถ้าเรามาดูภาพของค่าใช้จ่ายในหน้าที่ 13 นี้ เรายังคงบริหารจัดการได้ดีอยู่ CYI นี้ก็ Maintain อยู่ในกรอบเป้าหมายที่เราให้ไว้กับนักลงทุน แล้วก็ต้องเรียนว่าในกรอบเป้าหมายที่เราให้เอาไว้นี้ 43% นี้ เป็น CYI Ratio ที่เรายัง Continuity ที่จะ Invest ในเรื่อง Digital Capability ต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวทางคุณนฤทธิ์นี้ก็จะมาแชร์ให้ฟังนะคะว่าเรามี บริหารจัดการอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดิจิทัล ในขณะที่ถ้าไปดูในหน้าที่ 15 ค่ะ จะเห็นได้ว่าธนาคารนี้ยังคงใส่ ECL ในระดับที่เหมาะสมนะคะ ในไตรมาส นี้นี้เราใส่ไปประมาณ ฿5,000 ล้าน ซึ่งใน ฿5,000 ล้านนี้มีส่วน Extra นิดหน่อย ลงไปตรงสีฟ้าๆ นะคะ จริงๆ ก็ต้องบอกว่าเรามี Financial Flexibility แหละ ถ้าติดตามธนาคาร TTB นี้จะรู้ว่าเรามีผลประโยชน์ทางภาษีนะคะ จากการรวมกิจการนี้อยู่ค่อนข้างมากพอสมควร ตรงนี้นี้ก็มาต่อยอดให้เรานี้สามารถที่จะ Strengthen ตัว Loan Loss Buffer ของเราได้ ณ ปัจจุบันนี้ก็อยู่ที่ 155 ก็ต้องบอกว่าอยู่ ระดับบนกับของเมื่อเทียบกับ อุตสาหกรรมธนาคารนะคะ ในขณะที่ Net Profit นี้ ตอนนี้นี้เรากลับมาอยู่ใน Level ที่ ฿5,334 ล้าน แล้วก็อยู่ในระดับ Level ฿5,000 ล้านเรียบร้อยแล้วนะคะ ซึ่ง ROE นี้ก็ Represent อยู่ที่ประมาณสัก 9% นะคะ ก็ถือว่า บีบ คาดการณ์ที่ให้ไว้กับนักลงทุน ถ้าเราไปดูที่หน้า 42 นะคะ หน้า 42 นี้จะโชว์ให้ท่านนักลงทุนนี้ได้เห็นว่าจริงๆ นี้ทางธนาคาร TTB นี้ก็มีผลประกอบการที่ทำได้ดีต่อเนื่องมาโดยตลอดนะคะ ถ้าสมมุติเกิดไปเทียบกับตอนที่อยู่ในช่วงโควิดนี้ จริงๆ เราปรับตัวเพิ่มขึ้นมานี้ 4 เท่า เรียบร้อยแล้วนะคะ ซึ่งอันนี้ก็ส่งสัญญาณให้ ทุกท่านเห็นว่าจริงๆ แล้วนี้ในเรื่องของ Core Earning นี้ก็ปรับตัวดีขึ้น ในเรื่องการบริหารจัดการ Asset Quality นี้เราก็ทำมาต่อเนื่องโดยมาโดยตลอด ซึ่งถ้าไปดูที่หน้า 17 นี้จะเห็นว่าตัว Cloud หรือ Capital ของเรานี้ก็เรียกว่า แข็งแกร่งมากๆ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมธนาคารนี้เราก็อยู่ในระดับบนเลยนะคะ ในขณะที่ Asset Quality นี้ถ้าสมมุติเกิดไปเร็วๆ นี้ อยากจะให้ไปดูที่หน้า 22 ดูนะคะว่าจริงๆ ตัว NPL Ratio หรือ State 3 นี้ถ้าเทียบกับ D10 Bank นี้เราเป็นคนที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม อยู่ที่ 2.56 นะคะ ซึ่งธนาคารก็ยังคง Maintain Conservative Direction ในทุกๆ เรื่องที่เราเคยพูดคุยกัน ไม่ว่าในเรื่องของการ De-risking Portfolio ไม่ Prolong Situation พวกนี้เราก็ยังคงทำต่อเนื่องนะคะ อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมในเชิงของผลประกอบการ คิดว่า Core Earning NII นี้ก็เริ่มเห็นผลที่ดีขึ้นจากการ Shift in Loan Mix ในเรื่องของค่าธรรมเนียมนี้ยังคงมีความท้าทาย แต่ธนาคารก็พยายามที่จะหา Engine Key Engine ใหม่ๆ นะคะ เพื่อที่จะมา Boost ตัว Fee Income ของเรา ในขณะที่ Asset Quality นี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็พยายามที่จะบริหารจัดการมาโดยตลอด คราวนี้อาจจะส่งผ่านไปให้ทางคุณ นฤทธิ์นี้เล่าคร่าวๆ ว่าในไตรมาสที่ 1 นี้เราทำอะไรไปแล้วบ้างนะคะ ในเชิงของภาพของกลยุทธ์ค่ะ ครับ ขอบคุณครับ ก็ ก่อนที่จะลงดีเทลในเรื่องของ Quarter ที่ 1 อะนะครับ ขออนุญาตอัปเดต ภาพ กว้างนะครับ ก็จริงๆ ถ้า นักลงทุน Follow TTB มานี้ก็จะทราบว่า Journey ของเรานี้จริงๆ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงนี้ตั้งแต่ ตอนที่เราทำการควบรวมนะครับ กับทางธนาคารธนชาตินะครับ ซึ่ง จังหวะแรกนี้ก็คงเป็นเรื่องของการควบรวม 2 ธนาคารนะครับ Integrate 2 ธนาคารให้เป็นธนาคารเดียวกันนะครับ ซึ่งอันนั้นนี้จบไปประมาณปี 2021 นะครับ ซึ่ง หลังจากนั้นนี้ สิ่งที่เราโฟกัส ลำดับต้นๆ นี้ก็คงเป็นเรื่องของดิจิทัลนะครับ ซึ่ง ทำกันมา 2-3 ปีที่ผ่านมานะครับ ก็เดี๋ยวจะมี Stat มี ข้อมูลที่ ให้เห็นว่าจริงๆ ทุกวันนี้นี้ก็ต้องเรียนว่า ความแข็งแรง ความสามารถในการแข่งขันเรื่องดิจิทัลของธนาคาร TTB นี้ก็คง ไม่เป็นรอง ธนาคารไทย ธนาคารไหนนะครับ แต่ว่าเรามองไปไกลกว่านั้นว่าจริงๆ แล้วนี้ ด้วยความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลที่อัพลิฟต์กันมาเยอะมากๆ นี้ จริงๆ เราเชื่อจริงๆ ว่า ถ้ามองภาพ 2-3 ปีข้างหน้านี้ การเปลี่ยนแปลงน่าจะมี ใน Area อื่นๆ ของธนาคารเพิ่มมากขึ้นนะครับ โดยใช้ Catalyst จากเรื่องของดิจิทัลนี้แหละ ที่วันนี้นี้ความสามารถมีเยอะมากๆ แล้ว ก็หวังว่าจะทำให้เรานี้สามารถที่จะดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Revenue Generation ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Risk Management ต่างๆ นะครับ ซึ่งเดี๋ยวเล่าให้ฟังในดีเทลนะครับ นอกเหนือจากนั้นนี้ ถ้าไปในหน้า 28 นะครับ ก็ Recap Direction ภาพ Medium to Long Term นะครับ จริงๆ คง คงเป็น Message ที่ ที่ คุยกับนักลงทุนมาตลอดนะครับ แต่ว่าอาจจะ เล่าให้ฟังอีกครั้งนึงนะครับ นะว่าจริงๆ แล้วนี้ ในภาพ Medium to Long Term นี้ ถ้าดูในกล่องด้านขวามือนะครับ TTB นี้ก็พยายามที่จะ Optimize ในเรื่องของ Return มากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ซึ่งแน่นอนแหละ ในเรื่องของ Size ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ เพราะว่าเรื่อง Economy of Scale สำหรับ Banking Industry นี้ก็เป็นเรื่องที่ เป็นหนึ่งใน Driver จริงๆ นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี้เราคงมองภาพว่าเราคงไม่ได้พยายามที่จะทำให้ธนาคารใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วย Return ที่ต่ำลงนะครับ อันดับแรกเราคงพยายามที่จะ Optimize หา Return ที่เหมาะสมนะครับ ให้กับนักลงทุนนะครับ นอกเหนือจากนั้นนี้ในเรื่องของตัว Portfolio Mix นะครับ ก็ อย่างที่ทำมาในตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาหลังการควบรวมนะครับ ก็คงค่อยๆ Shift มาโฟกัสเรื่อง Retail มากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ในขณะที่ขาธุรกิจ ขา Commercial นี้คงเป็นเรื่องของการ ทำเรื่อง Value Chain เรื่อง Ecosystem นะครับ ตาม 4 Ecosystem นะครับ ที่เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในดีในดีเทลนะครับ ถ้าบนเรื่องของกลุ่มลูกค้า Retail ลูกค้าบุคคลธรรมดานี้ สิ่งที่เราคง พยายามทำมากขึ้นเรื่อยๆ นี้ 2 Area ด้วยกันนะครับ ถ้าเรื่องแรกเรื่อง Relationship ระหว่างธนาคารกับลูกค้าบุคคลธรรมดานี้ เราคงพยายามที่จะ เพิ่ม Engagement ระหว่างธนาคารกับลูกค้ากลุ่มนี้ให้มากขึ้นนะครับ ก็หวังว่ามัน Translate into Product Holding ที่ดีขึ้นนะครับ Relationship ที่ Deep มากขึ้นระหว่างธนาคารกับกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้นะครับ เพื่อที่ หวังจริงๆ ว่าสุดท้ายแล้วนี้กลุ่มลูกค้านี้นี้ก็จะสามารถที่จะเลือกใช้ธนาคาร TTB เป็นธนาคารหลักในการที่จะเป็น Operating Account มากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ อีกเรื่องนึงที่อย่างที่เรียนว่าทำกันมาระยะนึงแล้วนะครับ คงเป็นเรื่องของดิจิทัลนะครับ จากเดิมนี้ภาพของธนาคารจริงๆ ไม่ใช่ TTB อย่างเดียวนะครับ ธนาคาร ไทย in General เลยจะโฟกัสที่สาขาเป็นหลักนะครับ ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมาเราก็ Drive กันมาเยอะมากนะครับ ค่อยๆ จะบิด Business Model Operating Model ของธนาคารจากเดิมนี้ที่วางสาขาเป็นหลักนี้มาเป็นการใช้ Digital Mobile Banking เป็นหลักนะครับ ซึ่ง Progress ก็ Drive กันมาได้เยอะมากๆ นะครับ แล้วก็ผมคิดว่า Going Forward นี้พอ ตัวดิจิทัลเป็นแกนหลักในเรื่องของการคิด Business Model ใหม่ๆ นี้เราก็จะได้เห็น Product Service หรือ Customer Journey ใหม่ๆ นะครับ ที่แต่ก่อนถ้ามองผ่านเลนส์ของสาขานี้อาจจะทำไม่ได้นะครับ แล้วก็สุดท้ายผมคิดว่า คุณดา Touch ไปพอสมควรแล้วนะครับ เรื่อง Buffer นะครับ ก็ Overall Risk Management เราก็ยังค่อนข้างที่จะ Cautious Prudent นะครับ อย่างที่เราทำมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมานะนะครับ แล้วก็สุดท้ายนี้คง Ensure แหละว่าเรามี Buffer ในการที่จะ Absorb Volatility ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นนะครับ ซึ่งถ้าดูไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Tier One เรื่อง Corporate Ratio ต่างๆ ผมคิดว่า ณ จุดนี้นี้เราก็ค่อนข้างมี Positioning ที่แข็งแรงนะครับ เพราะว่า ทยอยใส่มาเรื่อยๆ ตลอดทางอยู่แล้วนะครับ ถ้าไปในหน้าต่อไปนะครับ อันนี้ ขออนุญาต Deep Dive ลง ในเรื่องของโฟกัสของปีนี้และนะครับ อย่างที่เรียน เรื่อง Digital Transformation ทำมาเยอะมากๆ นะครับ ใน 2-3 ปีที่ผ่านมานะครับ ก็คง Continue Momentum ที่เราทำมาแหละนะครับ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังเรื่อง TTB Touch นะครับ ว่าเราทำอะไร ไปแล้วบ้าง และแพลนจะมีอะไรเพิ่มเติมบ้างนะครับ แต่นอกเหนือจากนั้นนี้อย่างที่ Diagram ในหน้านี้พยายามที่จะบอกนะครับ เราคงใช้ Digital Transformation เป็น Catalyst ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน Area อื่นๆ ของธนาคารของเรานะครับ ถ้าดู Bucket 2 กับ 3 นี้หลักๆ คงค่อยๆ เปลี่ยน Business Model ของธนาคารของเรานะครับ โดยหวังว่าจะทำให้เรื่อง Revenue Generation ของธนาคารนี้มีการเปลี่ยนไปด้วยนะครับ แล้วก็เรื่อง Ecosystem แนวทางในการดำเนินธุรกิจบน 4 Target Customer ของธนาคารนะครับ ก็คือกลุ่มผู้ใช้รถ มนุษย์เงินเดือน คนมีบ้าน และกลุ่มลูกค้า Wealth นะครับ มีความชัดเจนมากขึ้น แล้วก็พยายามที่จะดึงเอา Capability ทั้งภายในธนาคารแล้วก็จากพาร์ทเนอร์ต่างๆ ของธนาคารนี้เข้ามาตอบโจทย์ ลูกค้าให้ได้มากที่สุดนะครับ นอกเหนือจากนั้นนี้พอเรื่องดิจิทัลมีความแข็งแรงนี้จริงๆ มันมี Implication กับ Non-Digital ด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงานที่สาขา การทำงานของ Contact Center นะครับ หรือว่า Middle Office Back Office ต่างๆ นะครับ ที่แต่ก่อนนี้อาจจะ ยังมี พนักงานมี Manual Intervention ค่อนข้างเยอะนะครับ แต่พอทุกอย่างถูก Digitize ผ่าน Mobile Banking Application นี้ การทำงานหลังบ้านก็ค่อนข้างที่จะ Lean ขึ้นเยอะมากๆ นะครับ เพราะฉะนั้นนี้เราสามารถที่จะ Shift Focus จากเดิมที่อาจจะ มี Capacity ในการที่จะทำเรื่อง Service Fulfillment ต่างๆ ก็จะทยอย Shift ไปทำเรื่อง Sales มากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ เพราะว่า Productivity ของพนักงาน Mid Office Back Office ก็น่าจะมีเพิ่มมากขึ้นนะครับ สุดท้ายแล้วนี้ถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยน Business Model Operating Model อย่างที่เรียนนี้ก็จะมี Implication กับ โครงสร้างของ Organization ด้วยนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วนี้ธนาคารบนภาพใหญ่นี้กำลัง Shift จาก ธนาคารที่อาจจะเคยมีสาขาเป็นศูนย์กลางนะครับ มาสู่ ธนาคารที่จะมี Mobile Banking Application เป็นศูนย์กลาง เพราะฉะนั้นนี้จะมี Implication มากมายกับโครงสร้างองค์กรกับ Talent Management ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้จริงๆ ก็เป็น Work in Progress นะครับ เราก็ค่อยๆ หมุนค่อยๆ บิดนะครับ เพื่อให้โครงสร้างองค์กร Talent ที่เรามีอยู่นี้สอดรับกับ Direction ที่เราจะไปมากขึ้นนะครับ ถ้า Double Click ใน Area แรกนะครับ ถ้าไปในหน้า 30 อย่างที่เคยแชร์กับนักลงทุนมาก่อนนะครับ ว่าจริงๆ แล้วนี้ทุกวันนี้นี้สัดส่วนของ Digital Transaction นี้ก็เพิ่มมากขึ้นมากๆ นะครับ แล้วก็สาขาเองนี้ก็เหลือไม่ถึง 2% นะครับ ของ Transaction ทั้งหมดที่ธนาคารทำนะครับ แล้วก็จริงๆ ถ้าดูในเรื่องของ Growth ของ Transaction ก็จริงๆ ก็จะ ให้ภาพที่ Extreme มากไปกว่านั้นอีกนะครับ ว่า Digital Transaction ก็จะโตค่อนข้างเร็วนะครับ ถ้าเราดู Year on Year Growth นี้จะเห็นได้ว่า 23 มา 24 นี้ Quarter 1 นะครับ Transaction โตประมาณ 30% นะครับ อันนี้คือ Overall Transaction แต่ถ้าดูในบาง Area นี้อย่าง QR Payment อย่างเงี้ยนะครับ ก็จะเห็นได้ว่า Growth Double ของของตัวเลขนี้ขึ้นไปอีกนะครับ ก็ในภาพรวมก็คิดว่าค่อนข้างที่จะประสบผลสำเร็จนะครับ มากๆ เลยในเรื่องของตัว Digital Transformation ที่เรา Drive กันมา นอกเหนือจากนั้นนี้ถ้าดูกราฟด้าน ขวามือนี้ก็จะเห็นได้ว่านอกเหนือจากการทำเรื่อง Financial Transaction นะครับ การโอนเงิน การจ่าย Bill Payment Top Up เราก็พยายามที่จะโฟกัสเรื่อง Non-Financial Transaction ด้วยนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมานี้จริงๆ Non-Financial Transaction นี้อาจจะยังมีบางส่วนที่อยู่ในสาขาอยู่นะครับ ลูกค้ายังคุ้นชินว่าถ้ามีคำถามอยากได้ Document อยากได้ Statement อะไรอาจจะเดินเข้าสาขาเพื่อไปถามนะครับ แต่ว่าถ้าดูตัวเลขที่โชว์นี้ก็จะเห็นได้ว่า หลากหลาย Ratio ก็ขึ้นมาอย่างมีนัยยะสำคัญนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สินเชื่อรถยนต์นะครับ หรือว่าผลิตภัณฑ์พวก Unsecure Lending ต่างๆ นานาก็จะเห็นได้ว่า 1 ปีที่ผ่านมานี้ถ้าดู Q on Q Growth นี้ก็ขึ้นมาค่อนข้างเยอะนะครับ แล้วถ้าดูใน Road Map นี้จะเห็นได้ว่าจริงๆ ฟังก์ชันต่างๆ เหล่าเนี้ยก็มีค่อนข้างที่จะ Ready อยู่ใน Mobile Banking จริงๆ ลูกค้าของธนาคาร TDB นี้มีความจำเป็นน้อยมากๆ นะครับในการที่จะเดินเข้าสาขา เพราะว่า 95% ของฟังก์ชันฟีเจอร์ต่างๆ ที่สาขาทำอยู่ทุกวันเนี้ยจริงๆ สามารถทำได้ผ่าน Mobile Banking เรียบร้อยแล้วนะครับ นอกเหนือจากนั้นนี้ถ้าเกิด ไปหน้าต่อไปเร็วๆ นะครับ นอกเหนือจากการทำ Basic Transaction แล้วก็การทำ Service นี้อีกสิ่งนึงที่เราโฟกัสมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ก็คือการ ทำเรื่องของ Digital Sales นะครับ เพราะว่าสุดท้ายแล้วนี้ บน Engagement กับลูกค้าที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่าน Mobile Banking นี้เราคงพยายามที่จะใช้ Engagement นั้นนี้ในการที่จะ เสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ Need and Pain ของลูกค้า กลุ่มนั้นๆ นะครับ ซึ่งถ้าดูบนหน้านี้นี้ก็จะเห็นได้ว่า บนหลากหลาย Product Type นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์เงินฝากนะครับ สินเชื่อต่างๆ นะครับ หรือแม้กระทั่ง Investment อย่าง Mutual Fund นะครับ สัดส่วนของ Transaction ที่เกิดขึ้นบน Mobile Banking TTB Touch นี้ก็เติบโตขึ้นเยอะมากๆ นะครับ แล้วก็ในภาพรวมเราก็ยังเชื่อจริงๆ ว่ายังมี Room for Growth อีกพอสมควรเลยนะครับ เพราะว่าจริงๆ ต้องบอกว่า เป็นสิ่งที่เรา Drive กันมาปีเศษๆ ที่ผ่านมาเท่านั้นเองนะครับ แล้วถ้าดู Room for Growth นี้ยังเชื่อว่าไปต่อได้นะครับ นอกเหนือจากนั้นนี้ถ้าไปในหน้าต่อไปนะครับ ในเรื่องของตัว Business Model ที่ค่อยๆ ปรับนี้อย่างที่เคยเรียนกับนักลงทุนไว้นะครับว่าเราพยายามที่จะ Drive เรื่องการ Go to Market เป็น Ecosystem มากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ โดยที่ เราโฟกัสที่ 4 Ecosystem เป็นหลักนะครับ ซึ่งก็คือกลุ่มฐานลูกค้าที่เราเชื่อจริงๆ ว่าเรามี Positioning ที่แข็งแรงนะครับ มี Competitive Edge ที่สามารถที่จะตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้า Car Owner นะครับ บนพอร์ตสินเชื่อ AL นี้ ประมาณ ล้านรายเศษๆ นะครับ นอกเหนือจากนี้นี้ยังมีกลุ่มผู้ใช้รถที่อาจจะยังไม่ได้ใช้สินเชื่อรถยนต์กับเรานี้อีก กว่า เป็นล้านรายนะครับ เบ็ดเสร็จนี้เราเชื่อว่ากลุ่มผู้ใช้รถในพอร์ตเรานี้น่าจะสักประมาณ 2.5 ล้านรายนะครับ นอกเหนือจากนั้นนี้ก็ยังมีกลุ่ม Payroll ซึ่งเรามี Payroll ประมาณ 1 ล้านรายก็ก็เป็นพอร์ตที่ Sizable เลยทีเดียวนะครับ แล้วก็เป็นกลุ่มลูกค้าที่เราเชื่อว่ามี Potential ค่อนข้างเยอะนะครับ ในเรื่องของกำลังการใช้จ่ายนะครับ นอกเหนือจากเนี้ยก็ยังมีกลุ่ม Home Owner นะครับ อีกประมาณ 1 ล้านรายนะครับ แล้วก็กลุ่ม Wealth Customer อีกประมาณ 40,000 ราย ซึ่งแนวทางในการ Drive ตัวกลยุทธ์ของธนาคารนี้คงพยายามที่จะจับ 4 แกนนี้เป็นหลักนะครับ เพราะว่าเราเชื่อจริงๆ ว่าสุดท้ายนี้ต่อให้วันนี้เราเป็น DC Bank แล้วนี้เรายังอยากที่จะมี DNA ของการมีโฟกัสที่ค่อนข้างชัดเจนนะครับ เราไม่ได้อยากเป็นธนาคารของทุกคน แต่เราพยายามที่จะเลือกที่เป็นธนาคารที่ 4 กลุ่มลูกค้านี้เลือกใช้งานนะครับ ซึ่ง อาจจะขออนุญาตลงดีเทลกลุ่ม Car Owner ให้ฟังนะครับ ถ้าไปหน้าต่อไปนะครับ Car Owner ต้องเรียนว่าเป็น Ecosystem แรกๆ เลยแหละที่เราหยิบขึ้นมาทำ เพราะว่าสุดท้ายแล้วนี้ด้วยฐานลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ที่ค่อนข้างแข็งแรงนี้ เรามี Starting Point ที่ที่ Strong มากๆ นะครับ แล้วก็ 2 แพลตฟอร์มที่เรา Launch กันไป แล้วก็จริงๆ ทุกวันนี้ก็ค่อนข้างที่จะมี Meaningful Contribution กลับมาในเชิงของ Business Volume นะครับ แพลตฟอร์มแรกนี้ก็จะเป็น Widget ที่เรียกว่า My Car บน TTB Touch นะครับ Imagine ว่าอันเนี้ยก็จะเป็น One Stop Service เลยของกลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถเข้ามาสามารถที่จะจัดการทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จนะครับ ซึ่งแพลตฟอร์มนี้นี้ Today นี้ก็มีรถเข้ามาใช้งานกว่า 700,000 คันและนะครับที่อยู่บนแพลตฟอร์มนี้นะครับ แล้วก็ด้วยแพลตฟอร์มนี้นี้พอมีผู้ใช้งานมากขึ้นขนาดนี้นี้เราก็พยายามเริ่มที่จะ Offer ผลิตภัณฑ์ที่ Relevant กับกลุ่ม Car Owner ต่างๆ นะครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการ Cross Sale ผลิตภัณฑ์อย่าง Motor Insurance นะครับ หรือว่าตัว CYC Top Up ก็ก็ขึ้นมาเรื่อยๆ นะครับ ซึ่งเราก็ยังเห็น Potential ของกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้นี้ค่อนข้างมากนะครับ แล้วก็จริงๆ Overall นี้ Room for Penetration นี้เราก็ยังคิดว่ายังพอไปได้ต่อนะครับ อีกแพลตฟอร์มนึงที่สำคัญไม่แพ้กันก็จะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายรถนะครับ ที่เราเรียกว่ารถโดนใจนะครับ ก็จริงๆ อันนี้นี้ก็เป็นแพลตฟอร์มที่เราสร้างขึ้นมานะครับเพื่อช่วยในการ Digitize Business ของ Dealer ต่างๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของธนาคารนะครับ ประกอบกับด้วยความเป็นธนาคารนี้เราก็จะเอาเรื่อง Standard ต่างๆ การตรวจเช็ค Quality ต่างๆ เพื่อที่จะขจัดเรื่อง Information Asymmetry ต่างๆ นะครับ ที่อาจจะเป็นปัญหาที่ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งนี้ลังเลเวลาจะซื้อรถมือสองนะครับ ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้เราก็ Drive กันมาในระดับนึงนะครับ ปัจจุบันนี้มีรถอยู่บนแพลตฟอร์มเนี้ยมากกว่า 40,000 คันนะครับ แล้วก็ถ้าดูในเรื่องของ Contribution to Use Car Loan Booking นี้ก็โตขึ้นมาอยู่ประมาณ 25% และนะครับ ซึ่งแน่นอนแหละพอเรามีแพลตฟอร์มที่เป็น Captive ของเราเองนี้ การที่จะ Control เรื่อง Customer Experience ต่างๆ การ Control เรื่อง Offer ที่เหมาะสมกับลูกค้านี้ก็ทำได้ง่ายมากขึ้นนะครับ และสุดท้ายนี้ก็สามารถที่จะต่อยอดขึ้นไปอีกได้ในอนาคตนะครับ ก็อันนี้ก็คงเป็นมา Deep Dive เรื่องตัวของ Car Ecosystem นะครับ ในเรื่องของ Payroll หรือว่าบ้าน หรือว่ากลุ่มลูกค้า Wealth อาจจะไม่ได้ลงดีเทลนะครับ แต่ว่าแนวทางก็อยากจะไปในลักษณะเดียวกันก็คือเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางแล้วก็มี Solution ต่างๆ มาตอบโจทย์ Need and Pain ของกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้โดยใช้ Capability ของธนาคารเองแล้วก็พาร์ทเนอร์ต่างๆ ที่เรามีอยู่นะครับ ถ้าข้ามไปในเรื่องของตัวโฟกัสที่ 4 นะครับ เรื่องของการทำเรื่อง Branch แล้วก็ Process Transformation นะครับ อย่างที่เรียนพอ Mobile Banking ของเราแข็งแรงแล้วนี้การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะโดเมนของเรื่องดิจิตอลเท่านั้นนะครับ จริงๆ เรื่องสาขาก็ได้รับผลประโยชน์ไปด้วยนะครับ หลักคิดคือจริงๆ แล้วนี้ถ้าเราไปดูสาขาของธนาคาร TDB นี้ในช่วงพีค Time ก็ยังมีคิวอยู่นะครับ มีลูกค้ารอรับบริการอยู่ในระดับนึงนะครับ หลักคิดก็คือจริงๆ แล้วนี้ถ้าลูกค้าสามารถที่จะทำ Transaction ต่างๆ ผ่าน Mobile Banking แล้วนี้ทำไมเราไม่ลองให้ลูกค้านี้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแล้วก็เข้าใช้งาน TTB Touch ระหว่างที่ลูกค้าเข้าสาขานะครับ เพราะว่าจริงๆ แล้วนี้หลายๆ ครั้งที่เราทำรีเสิร์ชและ Discover นี้ก็คือลูกค้านี้อาจจะไม่ได้ทราบนะครับว่าลูกค้าเข้ามาเดินเข้ามาในสาขานี้จริงๆ แล้วไม่ต้องเข้ามาก็ได้ สามารถที่จะทำรายการนั้นๆ นี้ผ่าน TTB Touch ได้นะครับ ซึ่งเราก็ Drive Journey นี้กันมาเรื่อยๆ นะครับ เริ่มตั้งแต่ Pilot กันเมื่อปีที่แล้วนะครับ 10 สาขาผลลัพธ์ก็ดีมากๆ นะครับ ก็ขยายมาเป็น 33 สาขาตอนช่วง Quarter 4 ปีที่แล้วแล้วก็มกราคมที่ผ่านมานะครับ ก็ Scale Up ไปเป็น Nationwide นะครับ ทั้ง 530 กว่าสาขาที่เรามีนะครับ ก็ในภาพรวมนี้ก็สามารถที่จะ Migrate Transaction จากสาขานี้มาอยู่บน Digital Channel ได้เพิ่มมากขึ้นเยอะมากๆ นะครับ แล้วก็ในภาพรวมนี้ตัว Satisfaction Score หรือ NPS ของลูกค้าก็สูงมากขึ้นนะครับ ลูกค้าไม่ต้องรอคิว ลูกค้าสามารถกดได้เองผ่านตัวมือถือผ่าน TDB Touch นะครับ ในเรื่องของแบงค์เองก็มี Cost to Serve ที่ต่ำลงนะครับ การที่จะต้องมี Manual Work ต่างๆ ที่เกิดจากกิจกรรมในสาขาก็น้อยลงมากๆ Error Rate ต่างๆ ที่อาจจะเกิดจาก Human Error ก็น้อยลงมากๆ นะครับ อันนี้ก็จะเป็นหนึ่งใน Initiative ที่ผมคิดว่าก็มี Potential เยอะมากๆ เราเรา Scale Nationwide มาได้ 1 Quarter แล้วก็น่าจะ Continue ต่อไปเรื่อยๆ นะครับ อีกหน้านึงคงเป็นตัวเลขที่เอามาแชร์กันนะครับ ในเรื่องของถ้าเราทำเรื่องดิจิตอลได้ดีนี้หลักคิดคือเราควรจะสามารถที่จะมี Cost Saving จากการรัน Offline Channel ต่างๆ เพิ่มมากขึ้นนะครับ ซึ่งอันเนี้ยก็จะเป็น 2 Indicator ที่สำคัญนอกเหนือจากสาขานะครับว่า 1 Volume หรือ Traffic ที่ไปหา Contact Center ก็ควรจะลดลงด้วยนะครับ อีกเรื่องนึงคือถ้าลูกค้าใช้งาน TTB Touch มากขึ้นนี้ค่าใช้จ่ายหรือจำนวน Document ที่เราส่ง Physical Mail ทางไปรษณีย์ออกไปหาลูกค้าก็ควรจะน้อยลงมากเรื่อยๆ นะครับ ซึ่ง 2 Indicator ที่โชว์อยู่นี้ก็คอนเฟิร์มแนวทางที่เรา Drive กันอยู่นะครับ ก็จะเห็นได้ว่า Contract Center Volume แล้วก็ Physical Mail Volume นี้ก็ลดลงเรื่อยๆ นะครับ ในใน 2 ปีที่ผ่านมาแต่แล้วก็ทั้งนี้ทั้งนั้นนี้คิดว่าปี 2024 น่าจะลดลงด้วยสปีดมากขึ้นด้วยซ้ำไปนะครับ เพราะว่าหลายๆ เรื่องนี้มามี Readiness กันช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็ปีนี้น่าจะได้เห็น Impact ที่เต็มเต็มไม้เต็มมือมากขึ้นนะครับ สุดท้ายนะครับ อย่างที่เรียนว่าจริงๆ ตัว TTB Touch นี้ก็มี Maturity มากๆ แล้วแหละนะครับ ปัจจุบัน 95% ของ Transaction นี้สามารถที่จะ Fulfill ผ่านตรงนี้ได้และแต่แน่นอนแหละเราไม่ได้หยุดพัฒนาอยู่แค่นี้นะครับ เราพยายามที่จะมีฟังก์ชันฟีเจอร์เพิ่มเติมนะครับ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นนี้ก็มาจากฟีดแบคมาจาก Request จากกลุ่มผู้ใช้งานนะครับ ไม่ว่าจะเป็น Widget ใหม่นะครับที่จริงๆ เรา Soft Launch ไปและนะครับ จริงๆ บน TTB Touch เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ตัวมีตัว Widget ตัวนี้แหละที่จะให้ลูกค้านี้สามารถที่จะกดที่จะเช็ค Pre-Approve Credit Limit ได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าสนสินใจสนใจสินเชื่อบ้านหรือรถหรือ Credit Card and Secure Lending ต่างๆ สามารถที่จะกดเช็คได้เลยว่าด้วย Credit Profile ของคุณลูกค้าแล้วนี้ Eligible ที่จะสมัครสินเชื่อประเภทต่างๆ ได้ Limit ประมาณไหนนะครับ อีกอันนึงที่เป็นฟีดแบคที่เราได้รับการและกันว่าจริงๆ แล้วนี้เรามี Statement Online โชว์นะครับ แต่จริงๆ กลุ่มลูกค้ากลุ่มนึงนี้ยังอยากได้ Physical Document ที่มี Wet Ink อยู่นะครับ กรณีที่อาจจะต้องไปใช้ติดต่อทางราชการนะครับ หรือสมัครวีซ่าต่างๆ ก็จริงๆ อันนี้ก็จะเป็นฟังก์ชันฟีเจอร์ที่ลูกค้านี้สามารถที่จะได้ Statement ที่เป็น Wet Ink นี้สามารถที่จะเมลไปหาลูกค้าที่บ้านได้เลย ก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินมาที่สาขากันนะครับ นอกเหนือจากนั้นนี้เรายังมีเรื่องของ Loyalty Gamification นะครับ ที่หวังว่าจะเป็นอีกหนึ่ง Engine ที่ช่วยให้ลูกค้า Engage กับแอปพลิเคชันของเราได้มากขึ้นนะครับ การ Unlock Mission ต่างๆ แล้วก็ได้ Reward นะครับ สุดท้ายเป็นเรื่องของ Chat Engine นะครับ ต้องเรียนว่าในเวอร์ชั่นปัจจุบันของ TTB Touch นี้เรามี Chat Engine เรียบร้อยแล้วแหละที่ให้ลูกค้านี้สามารถ Drop คำถามไว้ได้นะครับ แล้วก็เราก็จะมีพนักงานของเรามาคอยตอบนะครับ แต่ว่าว่าหวังว่าช่วงปลายๆ ปีนี้คงได้เห็นเวอร์ชั่นที่เรา Adopt ตัว Generative AI Engine นะครับ เข้ามาช่วยในการที่จะ Facilitate Interaction กับลูกค้าก็หลายๆ เรื่องก็จะ Real Time มากขึ้นนะครับ แล้วก็มี Cost to Serve ที่ต่ำลงนะครับ เพราะว่าใช้ Engine ใช้ Machine เข้ามาช่วยในการตอบ อันนี้ก็คงเป็น Example นะครับของ Backlog ใหม่ๆ นะครับที่หวังว่าจะช่วยทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์การใช้งาน TTB Touch ที่ดีขึ้นนะครับ ในที่หวังเราจะ Launch กันในในช่วง Q2 ถึง Q4 ของปีนี้นะครับ ก็อันนี้คงเป็นภาพรวมในเชิงของ Direction ของ TTB นะครับ เดี๋ยวอาจจะ Pass Back ให้คุณดาต่อครับ ค่ะ ขอบคุณคุณนฤทธิ์มากนะคะ ตอนนี้เดี๋ยวเราเปิดเป็น Session ถามตอบนะคะ จริงๆ ได้รับคำถามออนไลน์เข้ามาหลายคำถามทีเดียว บางคำถามนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นคำถามที่คล้ายๆ กัน จะขออนุญาตมัดรวมแล้วก็เดี๋ยวถามไปทีเดียวนะคะ คำถามแรกนี้จริงๆ เป็นคำถามที่เรียกว่า Hot Hit เลย เพราะว่าจริงๆ เพิ่งเป็นข่าวไปนะคะ ถามเรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารค่ะ โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่เข้าข่ายเป็นหนี้เรื้อรังหรือที่เรียกว่า Persistent Debt นะคะ เพื่อบรรเทาปัญหาของลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ที่จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนะคะ 25 Basis Point ต่อปีกับสินเชื่อที่มีอัตราอ้างอิง M Rate นะคะ โดยธนาคารนี้ประกาศเอาไว้